น้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ครั้งแรกในรอบ 2 เดือน ฉุดตลาดหุ้นทั่วโลกร่วง!
#ทันหุ้น – ดัชนี Dow Jones ปิดที่ 52,380.66 จุด ลดลง 405.41 จุด (-0.77%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,636.36 จุด ลดลง 37.16 จุด (-0.48%) และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,253.34 จุด ลดลง 168.07 จุด (-0.64%) โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง จากกรณีที่สหรัฐทำลายเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านพยายามโจมตีเรือรบสหรัฐ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้สงครามยืดเยื้อและลุกลามเป็นวงกว้างมากขึ้น โดยขณะนี้ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ ได้ล่วงเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว ด้านหุ้นรายตัว หุ้น Apple (AAPL) ปิดตลาดลดลง 0.3% หลังบริษัทจัดงานเปิดตัวสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรก ภายใต้การนำของจอห์น เทอร์นัส ซีอีโอคนใหม่
ทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 640.41 จุด ลดลง 9.19 จุด (-1.41%) แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ขณะที่ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาคปรับตัวลงอย่างหนัก โดยดัชนี CAC-40 ฝรั่งเศสร่วงลง 1.94% ดัชนี DAX เยอรมนีลดลง 1.66% และดัชนี FTSE 100 ลอนดอนลดลง 1.31% อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นฟินแลนด์สวนทางตลาดส่วนใหญ่ในภูมิภาค นำโดยหุ้น Fortum (FORTUM) ที่ทะยานขึ้นถึง 15.8% หลังบริษัทพลังงานของฟินแลนด์ลงนามข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับ Google (GOOGL) ซึ่งระบุว่าจะลงทุนอย่างน้อย 1.3 หมื่นล้านยูโร หรือราว 1.51 หมื่นล้านดอลลาร์ ในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่ฟินแลนด์ในช่วง 2 ปีข้างหน้า
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นสร้างความวิตกกังวลเรื่องเงินเฟ้อ โดยดัชนี S&P/ASX 200 ออสเตรเลียร่วงลงมากที่สุดในภูมิภาคที่ 1.36% ตามด้วยดัชนี Hang Seng ฮ่องกงที่ลดลง 1.14% ดัชนี Nikkei ญี่ปุ่นลดลง 0.57% ดัชนี Shanghai Composite จีนลดลงเล็กน้อย และดัชนี KOSPI เกาหลีใต้ปรับตัวลง 0.24%
สำหรับตลาดหุ้นไทย คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัว Sideways Down ถูกกดดันจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งกดดันบรรยากาศการลงทุนโดยรวม แม้หุ้นไทยจะมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี แต่คาดว่าจะมีแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอื่นออกมาเช่นกัน
หุ้นที่น่าติดตามในวันนี้คือ PTTEP จากปัจจัยหนุน 2 ด้าน ได้แก่ ภาวะอุปทานพลังงานที่ตึงตัวและยืดเยื้อ ซึ่งมีโอกาสเปิดโอกาสให้ผลประกอบการครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้นกว่าที่เคยประเมินไว้ แม้กำไรมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบครึ่งปีต่อครึ่งปี โดยกำไรในช่วงปี 2569-2571 ปัจจุบันประเมินไว้ในกรอบสูงที่ 6.5-7.0 หมื่นล้านบาท และปัจจัยที่สอง คือมูลค่าหุ้นเทียบกับมูลค่าทางบัญชี (PBV) ที่ซื้อขายอยู่ราว 1 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยระยะยาว ขณะที่ราคาน้ำมันในปัจจุบันมีแนวโน้มได้รับส่วนเพิ่มพิเศษ (Premium) พร้อมให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่า 6% ต่อปี
วันนี้มุมมอง USD Futures (USDU26) indicators ระบุดังนี้
โดยทั้ง Super Flow (ภาพหมายเลข 1) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออก สะสมของต่างชาติ, PBC (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกสะสม ระยะยาว และ PBC (ภาพหมายเลข 3) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกรายวัน ระยะสั้น ในวันนี้ทั้ง 3 อินดิเคเตอร์มีแนวโน้ม Sideway ดังนั้น ระยะสั้นภายในวัน, ระยะกลาง และ ระยะยาว จึงมองว่าเป็น Sideway