โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดรายละเอียด 15 MOU ไทย-จีน ยกระดับเศรษฐกิจอนาคต ท่ามกลางความท้าทายที่รัฐบาลต้องตั้งรับ

THE STANDARD

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • thestandard.co
เปิดรายละเอียด 15 MOU ไทย-จีน ยกระดับเศรษฐกิจอนาคต ท่ามกลางความท้าทายที่รัฐบาลต้องตั้งรับ

การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของคณะผู้แทนรัฐบาลไทย นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นการกระชับมิตรภาพที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 51 ของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน

ประเด็นสำคัญ

  • โอกาสและความเสี่ยงจากความร่วมมือไทย-จีน
  • ไทย-จีน กับความร่วมมือ 15 ฉบับ
  • วัดใจรัฐบาล พลิกโอกาสทอง หรือกับดักทุนผูกขาด

นำมาซึ่งความสำเร็จในการดึงดูดเม็ดเงินขยายการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีน เช่น Huawei, Xiaomi, ChangAn และ AgiBot มูลค่ารวมกว่า 70,000 ล้านบาท

เม็ดเงินมหาศาลนี้จะมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งคาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานกว่าหมื่นอัตราทั่วประเทศ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการเปลี่ยนจุดยืนของประเทศไทย จากการเป็นเพียง ‘ฐานการผลิต’ ไปสู่การเป็น ‘พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์’ ในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

โอกาสและความเสี่ยงจากความร่วมมือไทย-จีน

นอกจากเม็ดเงินลงทุนแล้ว ไฮไลต์สำคัญคือการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) และความตกลงรวม 15 ฉบับ ซึ่งถูกออกแบบมาให้เป็นเสมือนฟันเฟืองภายนอกที่สอดรับกับนโยบายภายในประเทศ

ข้อตกลงเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่การจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีนด้านการสำรวจอวกาศห้วงลึก เพื่อรองรับภารกิจส่งอุปกรณ์ของไทยไปกับยานสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ-7 (Chang’e-7) ในช่วงปลายปีนี้ ไปจนถึงการยกระดับองค์ความรู้ด้านพลังงานสะอาดขั้นสูงอย่างนิวเคลียร์ฟิวชัน ที่เปิดทางให้นักวิทยาศาสตร์ไทยเข้าถึงเครื่องปฏิกรณ์ระดับแนวหน้าของจีน

รวมทั้งการประยุกต์ใช้ระบบดาวเทียมนำทางเป่ยโต่ว (BeiDou) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในภาคการคมนาคม โลจิสติกส์ และการเกษตรอัจฉริยะ ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้ มุ่งเป้าไปที่การสร้างกำลังคนและบุคลากรคุณภาพสูง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ซึ่ง ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เน้นย้ำว่าต้องทำให้ไทยมีเทคโนโลยีของตัวเองให้ได้

“เรื่องดาวเทียมมีความสำคัญจริงๆ บางคนมองดาวเทียมเป็น entertainment เป็นการส่งจรวดออกไป แต่ดาวเทียมคือเอกราชทางดวงตาของเราที่เราจะมองเห็นข้อมูลทั้งหมดของประเทศไทยด้วยอธิปไตยของเรา การที่เราไปใช้ดาวเทียมคนอื่น จะมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่เอาข้อมูลประเทศเราไปทำอะไร” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

อีกหนึ่งฉากทัศน์ความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามอง คือความร่วมมือด้านความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นปัญหาที่กัดกินสังคมไทยมาอย่างยาวนาน รัฐบาลไทยและจีนได้เห็นพ้องให้จัดตั้งกลไกการหารือด้านการต่างประเทศและกลาโหม (2+2) เพื่อยกระดับการประสานนโยบายด้านความมั่นคงให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยประเด็นเร่งด่วนคือการกวาดล้างขบวนการสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการฉ้อโกงออนไลน์ ผ่านการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและข้อมูลธุรกรรมทางการเงินร่วมกับกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน

ไทย-จีน กับความร่วมมือ 15 ฉบับ

นายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามความตกลง และบันทึกความเข้าใจ 15 ฉบับ ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต การศึกษา ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การสำรวจอวกาศห้วงลึก (ส่งอุปกรณ์วิจัยไทยไปกับยานฉางเอ๋อ-7) เทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน ความร่วมมือสื่อมวลชน ไปจนถึงการส่งออกสัตว์น้ำ และการบริหารจัดการน้ำ ดังนี้

  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทานระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาปัญญาประดิษฐ์ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงศึกษาธิการแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงพาณิชย์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมการแลกเปลี่ยน และความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ฟิวชั่นระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงสาธารณสุขแห่งราชอาณาจักรไทยกับคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือสาธารณสุข
  • บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยความร่วมมือในการประยุกต์ใช้ดาวเทียมนำทางเป๋ยโต่ว
  • บันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเพื่อป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และอาชญากรรมข้ามชาติระหว่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินกับกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกัน และสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคที่จะส่งออกจากประเทศไทยไปยังประเทศจีนระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • บันทึกความเข้าใจระหว่างกรมประชาสัมพันธ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักข่าว People’s Daily แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจัดการน้ำในพื้นที่ชนบท พลังงานน้ำ และการชลประทานระหว่างกระทรวงทรัพยากรน้ำแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือด้านสื่อมวลชนระหว่างกรมประชาสัมพันธ์แห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักข่าวซินหัวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • บันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับองค์กรอวกาศแห่งชาติจีนว่าด้วยเรื่องการจัดห้องปฏิบัติการร่วมไทย-จีน ด้านการสำรวจอวกาศห้วงลึก
  • บันทึกความเข้าใจระหว่างกรมประชาสัมพันธ์กับกลุ่มสื่อแห่งชาติจีนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • ข้อตกลงโครงการวิจัยร่วมระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทย กับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

วัดใจรัฐบาล พลิกโอกาสทอง หรือกับดักทุนผูกขาด

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาพความสำเร็จที่ดูเหมือนจะก้าวกระโดด เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ โดยเฉพาะความท้าทายและผลกระทบเชิงลึกที่รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมรับมือ หากพิจารณาถึงขอบเขตของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ทางกฎหมายระหว่างประเทศ มักพบว่าเอกสารเหล่านี้ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยตรงในเชิงบังคับ ทำให้ความสำเร็จที่แท้จริงขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการจัดทำแผนปฏิบัติการของหน่วยงานราชการไทย

หากการดำเนินการล่าช้า ข้อตกลงเหล่านี้อาจกลายเป็นเพียงใบเบิกทางให้ทุนใหญ่จากต่างชาติเข้ามาตั้งรกรากและกอบโกยผลประโยชน์ฝ่ายเดียว ยิ่งไปกว่านั้น สังคมยังคงตั้งคำถามและแสดงความกังวล ต่อปัญหา ‘นอมินีต่างชาติ’ ที่เข้ามาถือครองอสังหาริมทรัพย์และทำธุรกิจสีเทาในไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. กำลังเร่งตรวจสอบร่วมกับกรมที่ดินในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างจังหวัดภูเก็ตอย่างเคร่งครัด

รวมไปถึงวิกฤตการทะลักของสินค้าจีนราคาถูกผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ ที่อาจย้อนกลับมาทำลายโครงสร้างวิสาหกิจชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากของไทยหากปราศจากมาตรการปกป้องที่รัดกุม

ท้ายที่สุดแล้ว บทสรุปของข้อตกลงประวัติศาสตร์ทั้ง 15 ฉบับนี้ จะกลายเป็น ‘โอกาสทอง’ หรือ ‘ความเสี่ยง’ ย่อมขึ้นอยู่กับความเท่าทันของรัฐบาลในการเร่งขับเคลื่อนข้อตกลงสู่การปฏิบัติจริง

หากรัฐบาลสามารถรักษาสมดุลระหว่างการเปิดรับเทคโนโลยีและเม็ดเงินต่างชาติ ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนในชาติได้ การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้ ก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่พยุงและยกกำลังประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...