โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย. ขึ้นทะเบียน HPV 9 สายพันธุ์–Botulinum Antitoxin ดันไทยก้าวสู่ศูนย์กลางวัคซีนอาเซียน

สยามรัฐ

อัพเดต 9 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 56 นาทีที่แล้ว

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณโถงกลาง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกิจกรรมประชาสัมพันธ์แสดงผลสัมฤทธิ์ในการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตวัคซีนของประเทศไทย ภายใต้การดำเนินงานเพื่อความมั่นคงด้านวัคซีนของประเทศและภูมิภาคอาเซียน โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้รับฟังวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนความสำเร็จก้าวสำคัญของประเทศไทยในการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตวัคซีนและชีววัตถุ เพื่อขับเคลื่อนความมั่นคงด้านวัคซีนทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ 1.) โครงการความร่วมมือรับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) ชนิด 9 สายพันธุ์ ได้รับทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 และ 2.) โครงการวิจัย พัฒนาผลิตผลิตภัณฑ์ Botulinum Antitoxin ซึ่งเป็นโครงการที่สถาบันผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ได้รับทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569

สำหรับวัคซีน HPV 9 สายพันธุ์ สถาบันวัคซีนแห่งชาติขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับบริษัท INNOVAX ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต (ปี 2567–2569) โดยบริษัทฯ ได้จัดส่งวัคซีน HPV 2 สายพันธุ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 ในปริมาณ 800,000 โดสต่อปี ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถจัดหาวัคซีนสำหรับเด็กที่มีสิทธิ์แต่ยังไม่ได้รับวัคซีนได้ครอบคลุม 3 ปีการศึกษา หรือประมาณ 1.2 ล้านคน ขณะที่เซรุ่มโบทูลินัม (TRCS BOTULINUM ANTITOXIN) ได้ร่วมกับสถานเสาวภา สภากาชาดไทย พัฒนาจนผลิตชนิด Bivalent (AB) ได้เองเป็นครั้งแรกของไทยและอาเซียน ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า เพิ่มความพร้อมรองรับภาวะฉุกเฉินและเป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์สำรอง Botulinum Antitoxin ระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนประเทศสมาชิกอาเซียนและภูมิภาคใกล้เคียงในอนาคต

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมบูธสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยบริหารจัดการทุนของประเทศ (Program Management Unit: PMU) ภายใต้กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ตั้งแต่ปี 2565 มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยพัฒนาวัคซีนและชีววัตถุสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต เพื่อสร้างความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองด้านวัคซีน ให้ประเทศไทยมีวัคซีนเพียงพอสำหรับประชาชนทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน สอดคล้องกับเป้าหมายการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางความมั่นคงด้านวัคซีนของอาเซียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...