โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ศาลนัดชี้ชะตา ‘สามารถ-บอสพอล’ คดีฟอกเงิน ดิไอคอนกรุ๊ป 25 ก.ย.นี้

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 สิงหาคม 2569 เวลา 0.31 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาลนัดชี้ชะตา "สามารถ-แม่" และบอสพอล คดีฟอกเงิน ดิไอคอนกรุ๊ป 25 ก.ย.นี้ เจ้าตัวยืนยันสู้ทุกข้อกล่าวหา เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม

25 สิงหาคม 2569 - เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 908ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมเพื่อกำหนดนัดวันฟังคำพิพากษาคดีฟอกเงินหมายเลขดำ ฟ6/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย และอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ, นางวิลาวัลย์ พุทธสัมฤทธิ์ มารดานายสามารถ, นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล อดีตประธานบริหารบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด เป็นร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินของบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำนวน 2.5 ล้านบาท

โดยเมื่อเวลา 08.50 น. นางวิลาวัลย์ แม่ของนายสามารถ ได้เดินทางมาถึงศาลโดยบอกว่าวันนี้แยกกันมากับลูกชาย และที่ผ่านมาเธอและลูกชายได้ให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา พร้อมบอกว่าวันนี้เธอตั้งใจใส่ชุดสีขาวมา เพื่อแสดงออกให้เห็นว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรเลย ยังไงศาลท่านต้องเมตตา เพราะความยุติธรรมมีจริง ที่นี่สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ต้องช่วยคุณแม่แน่นอน

เมื่อถามถึงพยานหลักฐานก่อนหน้านี้ได้มีการยื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นางวิลาวัลย์ระบุว่ามีการยื่นเพิ่มเติม แต่เป็นหน้าที่ของทนายความ แม่ไม่ได้รู้เรื่อง พร้อมย้ำว่าเธอและลูกชายไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ยังยืนยันว่าเป็นเงินบริจาคเพื่อทำบุญ อีกทั้งวันนี้เธอได้ดูดวงมา ทั้งดวงของเธอและลูกชาย ดวงบอกว่าชนะคดีแน่นอน

นางวิลาวัลย์ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมาได้พูดคุยและให้กำลังใจลูกชายมาโดยตลอด ซึ่งเราไม่ได้มีความกังวลอะไร และเมื่อจบคดีนี้เธอก็สนับสนุนให้ลูกชายกลับมาเล่นการเมืองต่อ เพื่อมาช่วยเหลือประเทศไทย

จากนั้นเวลา 09.05 น. นายสามารถ ได้เดินทางมาศาล และให้สัมภาษณ์ว่า ยังยืนยันมาตั้งแต่ต้นและไม่เคยให้สัมภาษณ์เลยตั้งแต่ถูกกล่าวหา และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา ซึ่งตนไม่ได้กระทำความผิดและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยระบุว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรค 2 พูดถึงหลักความยุติธรรม ตั้งแต่รัฐบาลและศาลต้องอยู่ภายใต้หลักนิติธรรม ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าหลักนิติธรรมจะคุ้มครองประชาชนและให้ความยุติธรรมซึ่งตนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งหากไปย้อนดูสิ่งที่ตนโดนเปรียบเทียบกับคนอื่น ตนคิดว่าควรเรื่องนี้รอให้ศาลวินิจฉัยและค่อยมาคุยกัน แต่ตนยืนยันตั้งแต่วันแรกว่าไม่ได้กระทำความผิด เอาเป็นว่าถ้าใครมาเจอแบบตนจะรู้ว่ามันเป็นอย่างไร พร้อมให้รอคำพิพากษาก่อน สำหรับพยานหลักฐานที่ชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงินนั้น ตนใช้ความจริงโดยประเด็นเรื่องการฟอกเงินต้องพูดถึงเจตนาพิเศษ ซึ่งไม่ใช่ว่าอยู่ๆ จะไปพูดว่าใครฟอกเงิน เรื่องนี้ค่อยมาคุยกัน

นายสามารถกล่าวด้วยว่า เรื่องของเส้นทางการเงินนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณแม่และไม่ได้เกี่ยวข้องกับตน พร้อมตั้งคำถามถึงกรณีที่มีการพูดถึงเรื่องคลิปเสียงว่าคืออะไร ซึ่งยืนยันว่าไม่มีอยู่จริง และมองว่าเป็นกระบวนการกลั่นแกล้ง พร้อมตั้งคำถามกลับว่าเรื่องการฟอกเงินทำไมถึงเป็นที่ตนคนเดียว ประเด็นในเรื่องของคดีมีการพิพากษาหรือยัง และคดีมูลฐานที่ตัดสินไปแล้วยังเป็นคดีฟอกเงินหรือไม่ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายเรื่องปณิธานสีฟ้าว่าอยากให้ดูข้อเท็จจริง

ส่วนกรณีที่คุณแม่อยากให้กลับไปทำงานการเมือง มีความคิดเห็นอย่างไร

นายสามารถกล่าวว่า วันนี้ตนถูกตัดสินแล้วหรือยัง แต่สิ่งสำคัญที่สุดการจะเป็นนักการเมืองได้อยู่ที่พี่น้องประชาชน โดยตนคิดว่าถ้าวันหนึ่งได้รับความบริสุทธิ์และยุติธรรม ตนจะเอาตรงนี้มาต่อสู้ ซึ่งมีอีกหลายคนมากที่เขายังไม่ได้รับความเป็นธรรม

ต่อมาศาลออกนั่งบัลลังก์โดยแจ้งให้คู่ความทั้งสอง ฝ่ายทราบว่า คดีนี้ศาลสืบพยานแล้วเสร็จ และนัดพร้อมคู่ความเพื่อฟังคำสั่งโดยให้นัดฟังคำพิพากษาคดีนี้วันที่ 25 ก.ย.นี้เวลา09.00 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...