โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เผย ม.3 หยิบปืนออกมาจากตู้เสื้อผ้า ก่อนยิงท้ายทอยปู่-สังหารย่าตอนหลับ

เดลินิวส์

อัพเดต 8 สิงหาคม 2569 เวลา 0.46 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผบช.ภ.1 รุดตรวจบ้านพักเด็ก ม.3 กราดยิงในโรงเรียน พบภาพสุดสลด ปู่ถูกยิงท้ายทอยเสียชีวิตในครัว ส่วนย่า ถูกยิงหัวด้านหน้าขณะนอนหลับในห้องนอน ด้านอายันพ่อเก็บปืนในตู้เสื้อผ้าล็อกอย่างดี

กรณีเกิดเหตุเด็กนักเรียนชายระดับมัธยมศึกษาตอนต้น อายุ 14 ปี ชั้น ม.3 ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงเพื่อนนักเรียนและคุณครู ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ในพื้นที่ย่านบางกรวย จ.นนทบุรี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

พบคลิปเหตุกราดยิงที่ต่างประเทศในคอมพ์ ม.3 ก่อนก่อเหตุสะเทือนขวัญที่ รร.เทพศิรินทร์-นนทบุรี

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พ.ต.ท.ชนาธิป พานทอง รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ศิโรดม ศรีปัญญา สว.สส. พร้อมกำลังชุดสืบสวน เดินทางไปตรวจสอบบ้านพักของเด็ก ม.3 ที่ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียน ที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

เมื่อเดินทางมาถึงพบเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ประตูรั้วหน้าบ้านล็อกกุญแจ ต้องตัดกุญแจไปภายในบ้าน แต่ประตูบ้านเปิดอยู่ จากการตรวจสอบพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุประมาณ 74 ปี นอนเสียชีวิตที่ห้องนอนชั้น 2 สภาพศพถูกยิงที่ศีรษะด้านหน้า 1 นัด นอกจากนี้ยังพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุประมาณ 73 ปี นอนอยู่ที่ห้องครัวชั้นล่าง ถูกยิงที่ท้ายทอย 1 นัด ทราบต่อมาผู้เสียชีวิตทั้งสองรายคือ ปู่และย่า ของเด็กชาย ม.3 ที่ก่อเหตุ

จึงประสาน ร.ต.อ.อภิชญา วงศ์เสนา รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางบัวทอง พื้นที่รับผิดชอบเดินทางมาตรวจสอบ พร้อมแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมเก็บรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด

พล.ต.ต.วัฒนา กล่าวภายหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุว่า หลังได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายในโรงเรียน โดยมีรายงานเข้ามาที่ตนว่า ก่อนหน้านี้ที่เด็กจะออกมาก่อเหตุ ได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้เป็นปู่ ก่อนจะยิงผู้เป็นย่าเสียชีวิตอยู่ที่บ้านหลังนี้ ตนจึงเดินทางมาตรวจสอบและรับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาว่า เด็กก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงปู่ที่อยู่ในครัวจากด้านหลังทะลุด้านหน้านอนเสียชีวิต ส่วนผู้เป็นย่านอนหลับอยู่บนเตียงแล้วโดนหลานยิงเสียชีวิตทั้งๆ ที่ยังหลับอยู่ หลังก่อเหตุสังหารผู้เป็นปู่กับย่าแล้ว ได้ล็อกบ้านปิดประตู ก่อนที่จะเดินทางไปก่อเหตุที่โรงเรียน คดีนี้จึงเป็นเหตุต่อเนื่อง ส่วนรายละเอียดขอเวลาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง แล้วจะมีการแถลงให้ทราบต่อไป

นางธนัญภรณ์ อายุ 60 ปี ลูกพี่ลูกน้องของผู้เสียชีวิต และเป็นย่าอีกคนของนักเรียนที่ก่อเหตุเปิดเผยว่า พ่อกับแม่ของน้องแยกทางกัน ผู้เป็นปู่กับย่าที่ถูกยิงเสียชีวิตเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก รักใคร่เอ็นดูเหมือนลูก น้องเป็นเด็กไม่ค่อยพูด ชอบเก็บตัวเงียบ เล่นเกม แต่คลั่งเกมหรือเปล่าตนไม่รู้ พ่อแม่น้องแยกทางกันได้ประมาณ 2 ปีแล้ว เรื่องครอบครัวไม่มีปัญหา รวมทั้งหลานก็เป็นเด็กดี ที่บ้านหลังนี้นานๆ ตนถึงจะมา ทุกครั้งที่โทรฯ มาหาปู่กับย่า ก็จะบอกว่าหลานเล่นเกมอยู่ในห้อง ไม่เคยออกไปวุ่นวายกับใคร ตนก็รู้สึกตกใจมาก คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ ไม่คิดว่าหลานจะทำไปเพื่ออะไร สาเหตุจูงใจมาจากไหน

ส่วนอาของเด็กนักเรียนที่ก่อเหตุ กล่าวว่า น้องค่อนข้างเป็นเด็กดี แต่ไม่ค่อยพูด กับตนเขาก็พูดน้อย เรื่องที่หลานติดเกมนั้น ตนก็ไม่ทราบ แต่รู้ว่าเขาชอบเล่น หลังทราบเรื่องเหตุยิงกันในโรงเรียน พี่ชายซึ่งเป็นพ่อเด็กได้โทรฯ มาให้มาตรวจสอบที่บ้านพ่อและแม่ทันที ว่ามีเหตุอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า เพราะโดยปกติตนไม่ค่อยจะกลับบ้าน และที่ผ่านมาปู่ก็จะรักหลานมาก ไม่ค่อยดุและไม่เคยตี เมื่อมาถึงพบว่าพ่อแม่เสียชีวิตแล้วดังกล่าว

อาเด็ก กล่าวอีกว่า ส่วนอาวุธปืน ทราบแต่ว่าคุณพ่อเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าใส่กลอนอย่างดี หลานคงรู้ที่ซ่อนและแอบขโมยปืนออกมาก่อเหตุ ส่วนแรงจูงใจที่ทำในครั้งนี้ ตนก็ไม่ทราบจริงๆ คงต้องถามจากพ่อเด็ก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...