โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ภาวุธ’ หวั่น ‘ดีอี’ เสกตัวเลขผู้ใช้งานจริง AI Pass แนะดึงผู้เชี่ยวชาญภายนอกร่วมตรวจรับ-เปิดข้อมูลโปร่งใส

ไทยโพสต์

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

2 กันยายน 2569 - ที่รัฐสภา นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีปัญหาจากการใช้โครงการ TH-AI Passport ว่า ต้องบอกว่าในเชิงเทคนิค ที่สร้างภาพ AI ออกมาแล้วเป็นภาษามนุษย์ต่างดาว เป็นเพราะโมเดลตัวที่จะมาสร้างรูปภาพมีหลายตัว มีเครื่องยนต์หลายเครื่องที่ใช้สร้างรูปภาพ ปรากฏว่าโมเดลที่เป็นตัวตั้งต้นไม่ได้เก่งภาษาไทย เนื่องจากราคาไม่แพงมาก เพราะฉะนั้นจึงเจอปัญหาว่า คือเมื่อสร้างภาพออกมาแล้วทำให้กลายเป็นภาษามนุษย์ต่างดาว แต่ถ้าเราเลือกโมเดลอื่น เช่น Nano banana ของ Google หรือ chatgpt จะเก่งภาษาไทยมากกว่าด้วยคำสั่งเดียวกัน ซึ่งตนคิดว่าน่าจะเป็นกระบวนการที่รัฐบาลพยายามประหยัดและลดต้นทุน

"เป็นการเอาของถูกมาให้เลือกใช้เป็นตัวเลือกแรก เพราะถ้าเอาของดีมาให้ใช้เป็นตัวเลือกแรก ก็จะกินทรัพยากรกินค่าใช้จ่ายเยอะ" นายภาวุธ กล่าว

เมื่อถามว่า แบบนี้คนก็มองว่าไม่คุ้มค่าซื้อเองน่าจะดีกว่าหรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า เอาจริงๆของฟรีที่ใช้อยู่ทำได้เยอะกว่าอยู่แล้วดังนั้นต้องเทียบกันดู

ส่วนที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม บอกว่าต้องให้ระบบเรียนรู้ภาษาไทยก่อน นายภาวุธ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ใช่ มันอยู่ที่ตัวโมเดล โดยเฉพาะการสร้างรูปภาพโมเดลของจีนที่ใช้อยู่นี้ไม่ได้เก่งภาษาไทยมากนัก เพราะฉะนั้นต่อให้ไปเทรนอะไรก็ตามเราต้องเลือกตัวที่มีคุณสมบัติสูงขึ้น ก็จะมีความเก่งภาษาไทยมากขึ้น นายภาวุธ กล่าวย้ำว่า โมเดลตัวที่สามารถสร้างภาพได้ดีขึ้นมีอยู่ในโครงการ TH-AI Passport อยู่แล้วเพียงแต่ผู้ใช้ ต้องไปเลือกโมเดลให้ตรงกับการใช้สร้างรูปภาพที่มีตัวหนังสือภาษาไทย

เมื่อถามว่า ได้ลองใช้แล้วหรือยัง นายภาวุธ กล่าวว่า ได้ลองใช้แล้วตนคิดว่าก็เร็วนะ แต่หากเลือกโมเดลผิดตัวหนังสือภาษาไทยจะเพี้ยนทันที ต้องเลือกโมเดลให้ถูก

เมื่อถามว่า หลังจากที่ปรับเปลี่ยนแบบเหมางบ 1,600 ล้านบาท มาเป็นแบบรายหัวมองว่าคุ้มค่ากว่าหรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า ตนว่าเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ ที่เราได้มีการเปิดอภิปรายโครงการนี้ตั้งแต่เริ่มต้น จากที่ต้องจ่ายทีเดียว 1,600 ล้านบาท วันนี้มีการแก้สัญญาทำให้ จากนี้จะเป็นการจ่ายเงินจากการใช้จริงว่าแต่ละเดือนมีคนใช้เท่าไหร่ ซึ่งต่อคนแล้วตกประมาณ 24 บาทกว่า เพราะฉะนั้นตนคิดว่าตรงนี้ลดลงไปได้เยอะแล้ว

นายภาวุธ กล่าวต่อว่า หากโครงการนี้มีคนใช้ไม่เยอะรัฐก็ไม่ต้องจ่ายเงินเยอะ แต่สิ่งที่น่ากังวลคือคนจะเข้ามาใช้เยอะหรือไม่ และคนที่เข้ามาใช้เป็นคนจริงหรือไม่หรือเป็นคนที่ถูกสร้างขึ้นมา ฉะนั้นตนจึงตั้งข้อสงสัยว่า แล้ววันนี้เริ่มเห็นแล้วว่ากระทรวงดีอี เริ่มมีการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาใช้ ซึ่งก็อาจเป็นเรื่องที่ดี แต่คำถามคือจะมีการใช้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ ตัวเลขที่เข้ามาใช้จะเป็นตัวเลขจริงหรือไม่ ตนอยากเห็นกรรมการตรวจรับที่จะมาตรวจสอบ หรืออาจเปิดเผยแดชบอร์ด ให้เห็นว่าปัจจุบันมีคนมาใช้เท่าไหร่จะได้มีความโปร่งใส ให้เห็นเลยว่าปัจจุบันมีคนใช้เท่าไหร่และใช้อย่างไร รวมถึงคณะกรรมการตรวจรับอาจจะต้องมีหน่วยงานหรือเอกชนจากภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาร่วมตรวจรับ จะได้ถูกต้องและเป็นธรรม

เมื่อถามว่า มีความกังวลว่ายอดจะไม่ตรงตามเป้า นายภาวุธ กล่าวว่า ยังไม่เห็นตัวเลขแต่ก็เห็นว่ามีความพยายามชวนหน่วยงานรัฐเข้ามาใช้ ซึ่งก็ดีเพราะเจ้าหน้าที่ภาครัฐหลายคนก็ใช้ AI ไม่เป็น ฉะนั้นพอมีโครงการนี้ขึ้นมาก็ทำให้เขาใช้ได้ แต่คำถามคือเขาจะใช้จริงหรือไม่และในระยะยาวจะใช้ต่อเนื่องหรือไม่ ถือเป็นข้อสงสัยที่เราตั้งไว้อยู่ สุดท้ายไหนๆทำมาแล้ว จะทำอย่างไรให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...