โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AF ขยับสูงตามสังคมสูงวัย วิมุต เสริม PFA รับผู้ป่วย โรคหัวใจซับซ้อน

The Better

อัพเดต 03 ก.ย เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย เวลา 08.58 น. • THE BETTER
วิมุต นำ PFA เทคโนโลยีจี้ไฟฟ้าหัวใจที่ใช้สนามไฟฟ้าพลังงานสูงในช่วงเวลาสั้นมาใช้รักษาผู้ป่วย AF ตามข้อบ่งชี้ หวังรับมือภาระโรคหัวใจที่เพิ่มขึ้นและยกระดับการดูแลโรคหัวใจที่มีความซับซ้อน

โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เดินหน้าพัฒนาศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รองรับแนวโน้มผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดที่เพิ่มขึ้น โดยนำเทคโนโลยี Pulsed Field Ablation (PFA) นวัตกรรมการจี้ไฟฟ้าหัวใจรูปแบบใหม่มาใช้เป็นอีกทางเลือกในการรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว หรือ Atrial Fibrillation (AF) ในผู้ป่วยที่แพทย์ประเมินว่ามีข้อบ่งชี้ในการทำหัตถการ

ข้อมูลจากรายงาน Beyond the Burden: The Impact of Atrial Fibrillation in Asia Pacific ซึ่งนำเสนอในการประชุมวิชาการของสมาคมจังหวะการเต้นของหัวใจแห่งเอเชียแปซิฟิก (APHRS) ระบุว่า ปัจจุบันภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีผู้มีภาวะ AF มากกว่า 16 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 72 ล้านคนภายในปี 2050 โดยในประเทศไทยมีผู้เผชิญภาวะ AF มากกว่า 1.6 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนประชากรสูงวัย

AF เป็นภาวะที่หัวใจห้องบนเต้นเร็วและไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้การสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ผู้ป่วยอาจมีอาการใจสั่น หัวใจเต้นรัวหรือสะดุด เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือแน่นหน้าอก ขณะที่ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการหรือมีอาการเป็นช่วง ๆ ทำให้การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือ ECG เพียงครั้งเดียวไม่พบความผิดปกติได้

การวินิจฉัยจึงอาจต้องอาศัยการซักประวัติ ประเมินปัจจัยเสี่ยง และใช้เครื่องมือติดตามจังหวะหัวใจเพิ่มเติม เช่น Holter Monitor หรือเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิดฝังใต้ผิวหนัง เพื่อให้แพทย์ประเมินภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้เหมาะสม ทั้งนี้ AF มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจล้มเหลว และโรคหัวใจและหลอดเลือด การตรวจพบและประเมินความเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญต่อการวางแผนรักษา

สำหรับแนวทางรักษา AF มีตั้งแต่การใช้ยาควบคุมอัตราหรือจังหวะการเต้นของหัวใจ การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดตามข้อบ่งชี้ ไปจนถึงการทำหัตถการจี้ไฟฟ้าหัวใจในผู้ป่วยที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม โดยวิธีการจี้หัวใจที่ใช้กันมาก่อนหน้านี้ ได้แก่ Radiofrequency Ablation ซึ่งใช้พลังงานความร้อน และ Cryoablation ซึ่งใช้ความเย็นจัด

ขณะที่ PFA ใช้หลักการแตกต่างออกไป โดยส่งสนามไฟฟ้าพลังงานสูงในช่วงเวลาสั้นไปยังเนื้อเยื่อเป้าหมาย ทำให้เกิดกระบวนการ Electroporation ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่ต้องการรักษา โดยไม่ได้ใช้ความร้อนหรือความเย็นเป็นกลไกหลัก เทคโนโลยีดังกล่าวจึงเข้ามาเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ป่วย AF ที่มีข้อบ่งชี้ในการทำหัตถการ ทั้งนี้ การเลือกวิธีรักษายังคงต้องพิจารณาจากชนิดของ AF อาการ โรคร่วม และประวัติการรักษาของผู้ป่วยแต่ละราย

นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และแพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน กล่าวว่า ผู้ป่วยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางรายอาจไม่ทราบว่าตนเองมีความผิดปกติ เนื่องจากอาการอาจเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ และเมื่อมาพบแพทย์จังหวะหัวใจอาจกลับมาเป็นปกติแล้ว ทำให้การตรวจ ECG เพียงครั้งเดียวไม่พบความผิดปกติ

ดังนั้น การประเมินผู้ป่วยจึงต้องพิจารณาทั้งประวัติ อาการ ปัจจัยเสี่ยง และเลือกเครื่องมือติดตามจังหวะหัวใจให้เหมาะสมกับแต่ละราย โดยการตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้แพทย์วางแผนดูแลได้เร็วขึ้น ทั้งการติดตามอาการ การใช้ยา หรือการพิจารณาทำหัตถการตามข้อบ่งชี้

นพ.สุวาณิช กล่าวเพิ่มเติมว่า PFA เป็นอีกเทคโนโลยีที่นำมาใช้กับผู้ป่วย AF ที่แพทย์ประเมินว่ามีข้อบ่งชี้ในการทำหัตถการ โดยใช้สนามไฟฟ้าส่งพลังงานในช่วงเวลาสั้นไปยังเนื้อเยื่อเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบของการรักษา เพราะการทำหัตถการต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของแพทย์ด้านสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจ ทีมพยาบาล บุคลากรในห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ และทีมดูแลผู้ป่วยหลังทำหัตถการ

โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน จึงให้ความสำคัญทั้งกับการทำงานของทีมสหสาขาวิชาชีพและการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้แนวทางการรักษาสอดคล้องกับภาวะและความเสี่ยงของผู้ป่วย

การนำ PFA เข้ามาใช้ยังสะท้อนทิศทางการพัฒนาศูนย์หัวใจและหลอดเลือดของโรงพยาบาล เพื่อรองรับความต้องการด้านบริการสุขภาพเฉพาะทางที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากสังคมสูงวัยและการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งทำให้โรงพยาบาลต้องพัฒนาศักยภาพทั้งด้านการตรวจวินิจฉัย ห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ เทคโนโลยีสำหรับการทำหัตถการ ตลอดจนการทำงานร่วมกันของบุคลากรหลายสาขา

สำหรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาด้วย PFA ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ให้บริการตั้งแต่การตรวจประเมิน วินิจฉัย พิจารณาแนวทางรักษาตามข้อบ่งชี้ และติดตามผลหลังการรักษา โดยแพทย์จะนัดติดตามอาการและผลการรักษา รวมถึงกำหนดแนวทางดูแลต่อเนื่องตามสภาพของผู้ป่วย ทั้งการดูแลแผล การใช้ยา และระยะเวลาพักรักษาตัว

โรงพยาบาลยังเน้นย้ำว่า ผู้ป่วยที่ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือดไม่ควรหยุดหรือปรับยาเอง แม้อาการใจสั่นจะหายไปแล้ว โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างเหมาะสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...