ส่องเทรนด์ Bleisure เมื่อ งาน และ เที่ยว หลอมรวมเป็นไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของคนไทย
เทรนด์ Bleisure เปลี่ยนวันทำงานให้เป็นวันเที่ยว เผยพิกัด 11 เมืองน่า Long Stay ทั้งต่างประเทศและทะเลไทย ตอบโจทย์สาย Digital Nomad และคนทำงานทางไกลยุคใหม่
ภาพจำของการเดินทางท่องเที่ยวที่ต้องลากิจ ลาพักร้อน หรือรอให้ถึงวันหยุดยาวกำลังจะหมดไป เมื่อเทรนด์การทำงานยุคใหม่เปิดโอกาสให้ผู้คนเลือกสถานที่ทำงานได้อย่างอิสระ การออกเดินทางจึงไม่ใช่แค่การหยุดพักผ่อนเพียงไม่กี่วันอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตแบบ Bleisure (Business + Leisure) ที่ผสานการทำงานทางไกลเข้ากับการท่องเที่ยว นำไปสู่อัตราการเติบโตของพฤติกรรม Long Stay หรือการเข้าพักระยะยาวตั้งแต่หนึ่งเดือนหรือ 30 คืนขึ้นไป ทั้งการปักหมุดทำงานในต่างประเทศและการเลือกเมืองชายทะเลในไทยเป็นออฟฟิศชั่วคราว
เปิดพิกัด 6 เมืองต่างแดน ขวัญใจสายทำงานยาว
การเลือกจุดหมายปลายทางของเหล่านักเดินทางระยะยาวและสาย Digital Nomad ไม่ได้มองแค่สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามอีกต่อไป แต่หัวใจสำคัญคือความคุ้มค่าของค่าครองชีพ โครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบอินเทอร์เน็ตที่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดานัง ประเทศเวียดนาม ครองอันดับหนึ่งเมืองน่าอยู่สำหรับ Long Stay ด้วยค่าครองชีพที่ไม่สูง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และจุดเด่นของการเป็นเมืองชายทะเลที่เดินทางเข้าตัวเมืองได้อย่างง่ายดาย ตอบโจทย์การทำงานไปพร้อมกับกินลมชมวิว
ในขณะที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เป็นสวรรค์ระดับโลกของสายสุขภาพและกลุ่ม Digital Nomad ที่มี Eco-system รองรับการทำงานนอกสถานที่พร้อมกิจกรรมด้าน Wellness เพื่อฟื้นฟูจิตใจหลังเลิกงาน
สำหรับคนที่ชอบชีวิตเมืองใหญ่ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองหลวงระบบคมนาคมระดับโลกที่เดินทางสะดวก ปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์คนที่อยากสัมผัสคุณภาพชีวิตแบบซิตี้ไลฟ์ ส่วนกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดดเด่นในฐานะเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจที่คุ้มค่าเงิน มีสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย และเดินทางไม่ไกลจากประเทศไทย ปิดท้ายด้วยโฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม และโซล ประเทศเกาหลีใต้ สองเมืองใหญ่ที่ผสมผสานวัฒนธรรม ค่าครองชีพ และไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตได้อย่างมีเสน่ห์ ดึงดูดผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานระยะยาว
เช็กอินทะเลไทย สวรรค์ของการสร้าง Work-Life Balance
ในมุมของการพักผ่อนระยะยาวภายในประเทศ พบว่ากลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวริมทะเลยังคงครองใจผู้ที่ต้องการความผ่อนคลายและสร้างสมดุลชีวิตได้อย่างยอดเยี่ยม โดยพัทยา ยืนหนึ่งจุดหมายใกล้กรุงเทพฯ ที่ผสานเสน่ห์เมืองชายทะเลเข้ากับความสะดวกสบายระดับโดดเด่น เดินทางง่าย และมีที่พักตอบโจทย์ทุกระดับ ขณะที่ภูเก็ตและเกาะสมุย เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับอินเตอร์ที่มีเที่ยวบินรองรับสะดวก ชุมชนชาวต่างชาติขนาดใหญ่ พร้อมตัวเลือกที่พักหลากหลายตั้งแต่โรงแรมไปจนถึงพูลวิลล่าส่วนตัว
หากมองหาบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ ไม่วุ่นวาย หัวหิน ชะอำ และระยอง ถือเป็นตัวเลือกสุดคลาสสิกที่เหมาะกับการนั่งทำงานริมหาดพร้อมเดินทางกลับกรุงเทพฯ ได้สะดวก ส่วนเกาะพะงัน เกาะเต่า กระบี่ และเกาะลันตา เป็นหมุดหมายทางภาคใต้ที่เปลี่ยนภาพจำจากสถานที่ปาร์ตี้ สู่ศูนย์รวมสายรักสุขภาพ ชุมชนคนทำงานทางไกล และผู้ที่หลงใหลการดำน้ำท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ นอกจากนี้ เกาะช้างและเขาหลัก ยังเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการความสงบ เรียบง่าย หลีกหนีความวุ่นวายมาพักกายพักใจเพื่อสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ
การเปลี่ยนผ่านของวิถีชีวิตยุคดิจิทัลทำให้เส้นแบ่งระหว่างการทำงานและการเดินทางเลือนรางลง ไม่ว่าจะเป็นการแพ็กกระเป๋าไปนั่งทำงานชิล ๆ ที่ต่างประเทศเป็นเวลาหนึ่งเดือน หรือการเปลี่ยนบรรยากาศไปนั่งเคาะแป้นพิมพ์ริมหาดในไทย รูปแบบการท่องเที่ยวแบบ Bleisure ได้กลายเป็นทางเลือกหลักที่ช่วยเติมพลังชีวิตและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับคนทำงานยุคนี้ได้อย่างแท้จริง
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.