โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯลุยจีบ2ยักษ์ใหญ่ สยบลือทุนญี่ปุ่นย้ายฐาน

ไทยโพสต์

อัพเดต 21 สิงหาคม 2569 เวลา 7.17 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ ลุยงานต่อนิวซีแลนด์ จีบ 2 ยักษ์ใหญ่ "T&G Global-Skyline Enterprises" ตัดสินใจลงทุนไทย ตั้งฐานกระจายผลไม้-ผุดสวนสนุกในอาคาร มอบบีโอไอติดตามผล สยบข่าวลือทุนญี่ปุ่นย้ายฐาน ยันรัฐบาลไม่ทิ้งมิตรเก่า พร้อมปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ดั้งเดิมเต็มที่ สั่ง “เอกนิติ” รื้อเกณฑ์ส่งเสริมรถอีวีใหม่อุดช่องโหว่ความลักลั่น พร้อมงัดยอดลงทุนต่างชาติครึ่งปีแรกทะลุ 5.3 แสนล้านบาท การันตีความเชื่อ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม เวลา 09.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงแคนเบอร์รา ซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 3 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยภริยา และคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหารแฟร์เบิร์น กรุงแคนเบอร์รา เครือรัฐออสเตรเลีย ไปยังนครโอ๊กแลนด์ เพื่อเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2569

ต่อมาเวลา 14.35 น. นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานโอ๊กแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีนางเพนนี ซิมมอนด์ส รัฐมนตรีด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและเทคโนโลยีนิวซีแลนด์ เป็นผู้มาต้อนรับ

ในช่วงเย็น นายอนุทินพบหารือกับภาคเอกชนนิวซีแลนด์ เพื่อหารือแนวทางต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และเปิดโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ

จากนั้น นายกฯ เปิดเผยภายหลังหารือแบบส่วนตัวกับผู้บริหารบริษัท T&G Global ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านพืชสวนและผลไม้สดเก่าแก่ของนิวซีแลนด์ เจ้าของแบรนด์ Envy™ และนายเจฟฟ์ แมคโดนัลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกายไลน์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (Skyline Enterprises) ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวว่า ทั้ง 2 บริษัทตัดสินใจจะเข้ามาลงทุนและมีพาร์ตเนอร์ในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยธุรกิจแรกคือการส่งออกผลไม้ และอีกธุรกิจเป็นประเภทความบันเทิง ในลักษณะของสวนสนุกที่อยู่ในอาคาร

สำหรับธุรกิจส่งออกผลไม้ของ T&G Global จะเน้นที่แอปเปิล ซึ่งมียอดขายเฉพาะในประเทศไทยปีละกว่า 3,000 ล้านบาท และมียอดขายทั่วโลกประมาณปีละ 100,000 ล้านบาท ทางบริษัทไม่ได้ปลูกแอปเปิลที่นิวซีแลนด์ แต่มีเทคโนโลยีด้านพันธุกรรมและไปรับผลผลิตจากทั่วโลก โดยเห็นว่าประเทศไทยมีทำเลที่ตั้งที่เหมาะสมในการเป็นฐานกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคอาเซียน อินเดีย และตะวันออกกลาง การลงทุนในเฟสแรก บริษัทจะเน้นการใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระจายสินค้าที่มีปริมาณมากและมีความต้องการตลอดเวลาก่อน

ส่วนในเฟสที่ 2 มีความสนใจที่จะนำเทคโนโลยีทางพันธุกรรมมาศึกษาว่าเกษตรกรไทยจะสามารถปลูกแอปเปิลเพื่อเป็นช่องทางเพิ่มผลผลิตได้หรือไม่ เนื่องจากประเทศไทยมีเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรม หากนำมาร่วมกันทำวิจัยและพัฒนาการผลิตต่อไปก็จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท ประเทศไทย และเกษตรกร

“บริษัทมีความมั่นใจและตัดสินใจที่จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระจายสินค้า โดยเดินทางมาถึงวันแรกก็ขอเข้าพบก่อนทันที และในวันพรุ่งนี้ (21 ส.ค.) จะมีการพบกับผู้ประกอบการที่สนใจจะเป็นพาร์ตเนอร์ หรือสนใจใช้ประโยชน์จากไทยในการเป็นฐานการผลิตสินค้าเพิ่มเติมต่อไป” นายอนุทินระบุ

ส่วนการเจรจากับบริษัท Skyline Enterprises ทางบริษัทได้นำแบบแปลนมาให้ดูแล้ว โดยกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับพาร์ตเนอร์ในประเทศไทย ซึ่งยังไม่สามารถเอ่ยนามได้ เนื่องจากธุรกิจต้องใช้พื้นที่เยอะมาก จึงต้องพิจารณาว่าจะร่วมมือในสถานที่มีความพร้อมอยู่แล้วหรือจัดหาสถานที่ใหม่ โดยสรุปคือบริษัทตัดสินใจแล้วว่าจะมาลงทุนในประเทศไทย

ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ติดตามผลการหารือกับทั้งสองบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนความสนใจของภาคเอกชนให้ไปสู่โครงการลงทุนและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม อันจะช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และเสริมบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางธุรกิจ การลงทุน และการเชื่อมโยงตลาดของภูมิภาค

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวด้วยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับนักลงทุนทุกประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักเป็นลำดับต้นๆ มาอย่างยาวนานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยรัฐบาลพร้อมสร้างความมั่นใจว่า ประเทศไทยไม่ได้ทอดทิ้งกลุ่มนักลงทุนเดิมที่มีความผูกพันกันมานาน ยืนยันว่านโยบายหลักของรัฐบาลคือการเปิดกว้าง และพร้อมปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆ ให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจภายใต้ความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน และเน้นการร่วมมือกันพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว เพื่อรักษาฐานการผลิตที่เข้มแข็งของญี่ปุ่นไว้ในไทย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งปัจจุบันส่วนประกอบส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ ตัวถัง แชสซี หรือระบบต่างๆ ล้วนผลิตภายในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ของญี่ปุ่นทั้งสิ้น จึงถือเป็นเรื่องที่ทิ้งกันไม่ได้ และต้องทำให้นักลงทุนไม่ทิ้งไทยด้วยเช่นกัน

"นักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเข้ามาเมืองไทยเป็นลำดับต้นๆ มานานมากจนแยกไม่ออกแล้วว่าเป็นเมืองไทยหรือเมืองญี่ปุ่นในเรื่องของการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต เราพร้อมที่จะคลายข้อติดขัดเพื่อทำให้เขามั่นใจว่าเราไม่ได้ทอดทิ้งเขา"

นายอนุทินกล่าวว่า ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ล่าสุดได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง พิจารณาแนวทางการดูแลนักลงทุนประเทศต่างๆ เพื่อให้ไม่เกิดการเสียเปรียบของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ญี่ปุ่นจะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ โดยจะมีการปรับโครงสร้างในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดความยุติธรรม และทำให้ผู้ผลิตแต่ละประเทศยังคงให้ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย รัฐบาลจะมุ่งมั่นรักษาเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อเป็นปัจจัยบวกในการดึงดูดและรักษาเงินลงทุนในระยะยาว

"ต้องยึดถือตัวเลขเป็นหลักตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา เงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ในปีที่แล้วทะลุหลัก 1 ล้านล้านบาท ปีนี้ครึ่งปีมีเงินลงทุนจริงเข้ามาแล้ว 530,000 ล้านบาทแล้ว จึงยังไม่เห็นว่าจะมีการย้ายฐานการผลิตหรือมีการชะงักของเงินลงทุนจากต่างประเทศด้วยสาเหตุที่บอกว่าประเทศไทยไม่พร้อม” นายอนุทินกล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...