โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เอกนิติ’ ลุยสกัดเงินเทา เชื่อมข้อมูล 7 หน่วยงาน ขีดเส้นวางระบบใน 30 วัน

ไทยโพสต์

อัพเดต 19 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“เอกนิติ” สั่งบอร์ด Connect the Dots เร่งทำฐานข้อมูลกลาง เชื่อม 7 หน่วยงานหลัก ติดตามเส้นเงิน-อายัดบัญชีต้องสงสัยให้เร็วขึ้น เปลี่ยนสู่ระบบแชร์ข้อมูลอัตโนมัติ รวมการแจ้งเหตุเป็น Case ID เดียว พร้อมยกระดับ KYC-EDD ปิดช่องเงินเทา สแกมเมอร์ และธุรกรรมทองคำ

15 กันยายน 2569 - นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ครั้งที่ 2 ปี 2569 หรือ “บอร์ด Connect the Dots” เปิดเผยว่า ที่ประชุมมอบหมายให้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง จัดทำแผน (Masterplan) ฐานข้อมูลกลาง เพื่อบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ยกระดับการป้องกันความเสี่ยงด้านธุรกรรมการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพการติดตามเส้นทางเงิน และทำให้การอายัดทรัพย์สินรวดเร็วขึ้น

หน่วยงานที่จะเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้าด้วยกันประกอบด้วย 7 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสมาคมธนาคารไทย โดยจะบูรณาการข้อมูลเข้าสู่จุดเดียว พร้อมกำหนดรูปแบบและกรอบงบประมาณของโครงการให้ชัดเจนภายใน 30 วัน

ทั้งนี้ การจัดทำฐานข้อมูลดังกล่าว นอกจากช่วยติดตามธุรกรรมทางการเงินแล้ว ยังสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดเพื่อยกระดับการประเมินสินเชื่อ ช่วยให้ประชาชนกลุ่มที่ขาดโอกาสสามารถเข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงินได้ดีขึ้น

การประชุมครั้งนี้ยังเป็นการวางรากฐานเพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของประเทศให้มีมาตรฐานและความปลอดภัยสูงขึ้น เพื่อสกัดกั้นและปิดช่องทางการไหลผ่านของเงินเทาและขบวนการสแกมเมอร์

ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับรูปแบบการทำงานไปสู่ระบบอัตโนมัติ (Automated Data Sharing) จากเดิมที่เป็นการประสานงานและส่งข้อมูลแบบเฉพาะหน้า (ad-hoc) หรือกรอกข้อมูลด้วยมือ (manual) ไปสู่การออกแบบระบบกลางที่สามารถแชร์และส่งข้อมูลระหว่างกันโดยอัตโนมัติ รวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูง

ระบบจะแชร์ข้อมูลในลักษณะนิรนาม (Anonymous) เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล แต่เปิดให้เห็นทิศทางและเส้นทางการไหลของเงิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตาม วิเคราะห์พฤติกรรมเชิงลึก และอายัดบัญชีต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอให้มีการร้องเรียนเข้ามา

นอกจากนี้ ระบบใหม่จะเชื่อมข้อมูลจากทุกช่องทางการรับแจ้งเหตุเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะแจ้งผ่านสายด่วน 1441 สถานีตำรวจ หรือธนาคารพาณิชย์ โดยรวมเป็น “Case ID” เดียวกันในฐานข้อมูลกลาง เพื่อลดความซ้ำซ้อน ทำให้ประชาชนไม่ต้องแจ้งเหตุเดียวกันหลายแห่งหรือหลายหน่วยงาน

ที่ประชุมยังเห็นชอบยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบ ทั้งการยืนยันตัวตน (KYC) และการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสถานะเชิงลึก (EDD) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลักทรัพย์ และสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับรายได้หรือโปรไฟล์ของลูกค้า

สำหรับการตรวจสอบและสั่งอายัดบัญชี จะยึดหลักตามเส้นทางเงิน ไม่ว่าปลายทางของเงินจะถูกโอนไปยังกลุ่มนอมินีหรือผู้เปลี่ยนสัญชาติหรือไม่ก็ตาม

ส่วนการป้องกันไม่ให้บัญชีของประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกอายัดจากข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวง หากประชาชนนำหลักฐานมาชี้แจงที่มาของเงินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพิสูจน์ได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หน่วยงานจะดำเนินการปลดล็อกบัญชีให้ทันที

อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการคลังและ ธปท. ยังร่วมมือกับสมาคมผู้ค้าทองคำ จัดทำมาตรฐานและบังคับใช้กฎหมายกำกับดูแลธุรกรรมทองคำ เพื่อปิดช่องทางการถ่ายเทเงินเทาด้วย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...