โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘มท.4’ ยันคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่จบแค่ถอนชื่อ ชง 5 หน่วยงานสาวลึกถึงต้นตอ-เส้นทางเงิน

เดลินิวส์

อัพเดต 2 กันยายน 2569 เวลา 1.32 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“มท.4” สวนกลับปมโกงสอบท้องถิ่น ไม่ได้จบแค่ถอนชื่อ 3,868 ราย ลั่นเปิดทางส่งข้อมูล 5,925 ราย ให้ 5 หน่วยงาน “ป.ป.ช.-ป.ป.ท.-ปปง.-บก.ปปป.-DSI” สาวต่อทั้งคดี-เส้นเงิน ย้ำ “คนผิดต้องถึงต้นตอ คนสุจริตต้องได้คืนความเป็นธรรม”

เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 69 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคำถามถึงการทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่น ว่าไม่ควรจบเพียงการเพิกถอนรายชื่อผู้รับการบรรจุ แต่ควรขยายผลถึงผู้บงการและตรวจสอบเส้นทางการเงิน ว่า ประเด็นสำคัญคือมหาดไทยต้องการให้สังคมเห็นภาพอย่างครบถ้วนว่าการเพิกถอนกับการดำเนินคดีเพื่อสาวถึงตัวการ เป็นคนละกระบวนการ และกำลังเดินคู่ขนานกัน ซึ่งเรื่องนี้เราไม่ได้มองแค่คนที่ปลายเหตุ แต่ต้องไล่ตั้งแต่คนที่ได้คะแนนผิดปกติ ไปถึงกระบวนการที่ทำให้เกิดการทุจริต และหากมีพยานหลักฐานถึงผู้สนับสนุน ผู้จัดการ หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

รมช.มหาดไทย กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ส่งข้อมูลผู้ที่พบการแก้ไขคะแนนจำนวน 5,925 ราย ให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบและดำเนินคดี 5 หน่วยงานแล้ว ทั้ง ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. บก.ปปป. และ DSI เพื่อให้แต่ละหน่วยงานดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ทั้งในมิติความผิดทางทุจริตและการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยทำในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ส่วนหน่วยงานที่รับข้อมูลก็มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของตัวเอง เมื่อได้รับข้อมูลแล้วก็ขอให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าตรวจสอบอย่างเต็มที่ หากพบการกระทำความผิดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อให้เรื่องนี้เกิดความกระจ่าง คนผิดต้องรับผิด และคนสุจริตต้องได้รับความเป็นธรรม ขณะที่ในส่วนของการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว มหาดไทยได้ดำเนินการเพิกถอนการบรรจุผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 3,868 ราย มีผลพร้อมกันทั่วประเทศเมื่อวันที่ 31 ส.ค.69 ขณะที่ผู้มีความผิดปกติอีกราว 2,000 ราย ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุ จะไม่ถูกเรียกเข้ารับราชการ และมีแผนเรียกผู้สอบผ่านที่ถูกต้องมาบรรจุทดแทนในเดือน ต.ค. นี้

“ตัวเลข 5,925 กับ 3,868 ไม่ใช่ตัวเลขที่ขัดกัน แต่เป็นคนละขั้นตอนของการจัดการ เราต้องแยกให้ชัดว่าใครถูกแก้คะแนน ใครถูกบรรจุแล้ว และใครยังไม่ได้บรรจุ เพื่อให้การแก้ปัญหาถูกต้องและไม่กระทบคนที่สอบได้ด้วยความสุจริต” รมช.มหาดไทย กล่าว

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การจัดการคนทุจริต คือการคืนความเป็นธรรมให้กับคนที่สอบด้วยความสามารถของตัวเอง เพราะความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับระบบราชการ แต่เกิดขึ้นกับคนที่ตั้งใจอ่านหนังสือ สอบตามกติกา และควรได้รับตำแหน่งจากความสามารถอย่างแท้จริง เราไม่ได้ต้องการแค่ปิดแฟ้มว่าเอาผิดคนไปแล้วกี่คน แต่ต้องทำให้คนไทยเห็นว่า ระบบราชการไม่ใช่พื้นที่สำหรับการซื้อขายโอกาส ใครโกงต้องรับผิด ใครอยู่เบื้องหลังต้องถูกสาวถึง และคนที่สอบด้วยความสุจริตต้องได้รับความเป็นธรรมกลับคืนมา

นายวรศิษฎ์ กล่าวย้ำว่า เรื่องนี้ต้องแยกการแก้ปัญหาออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน คือ การจัดการผลจากการทุจริตที่เกิดขึ้นแล้ว และการขยายผลหาผู้กระทำผิดหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมหาดไทยจะดำเนินการในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ขณะที่หน่วยงานที่ได้รับข้อมูลก็จะดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่รับผิดชอบ

“เรื่องนี้ไม่ใช่ถอนชื่อแล้วจบ แต่ต้องเดินหน้าต่อในทุกกระบวนการตามกฎหมาย และหากพบความผิดก็ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด ใครผิดต้องรับผิด ใครอยู่เบื้องหลังต้องสาวถึงต้นตอ และคนสุจริตต้องได้โอกาสของเขาคืนมา” รมช.มหาดไทย กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...