โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดตัวเลข ประเทศไหนเปย์ "ละครแนวตั้ง" มากที่สุด? ไทยติดอันดับสูงมาก!

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
คนไทยเปย์ “ละครแนวตั้ง” 260 ล้านใน 3 เดือน ใช้จ่ายสูงอันดับ 3 รองจากสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น ในไตรมาสแรกปี 2568 ทำไมซีรีส์สั้นจึงกลายเป็นธุรกิจใหม่ที่น่าจับตา?

คนไทยเปย์ “ละครแนวตั้ง” 260 ล้านใน 3 เดือน ใช้จ่ายสูงอันดับ 3 รองจากสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น ในไตรมาสแรกปี 2568 ทำไมซีรีส์สั้นจึงกลายเป็นธุรกิจใหม่ที่น่าจับตา?

จากคอนเทนต์ที่หลายคนเปิดดูระหว่างเดินทางหรือช่วงพักกลางวัน วันนี้ “ละครแนวตั้ง” (Vertical Drama) กำลังเติบโตจนกลายเป็นธุรกิจบันเทิงขนาดใหญ่ และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในตลาดที่โดดเด่นที่สุด เมื่อผู้ชมชาวไทยใช้จ่ายเงินซื้อคอนเทนต์ประเภทนี้มากกว่า 260 ล้านบาทภายในเวลาเพียง 3 เดือน

ข้อมูลที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ นำเสนอ ระบุว่า ในไตรมาสแรกของปี 2568 ผู้ใช้ในประเทศไทยใช้จ่ายผ่านระบบซื้อภายในแอปพลิเคชันละครแนวตั้งประมาณ 7.75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 260 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวทำให้ประเทศไทยมีมูลค่าการใช้จ่ายสูงเป็น อันดับ 3 ของตลาดนอกประเทศจีน รองจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ขณะที่ในช่วงครึ่งแรกของปีเดียวกัน ไทยยังมียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันละครแนวตั้งสูงเป็นอันดับ 6 ของโลกอีกด้วย

ประเทศไหนจ่ายเงินดูละครแนวตั้งมากที่สุด?

หากพิจารณาตลาดละครแนวตั้งนอกประเทศจีน ประเทศที่มีการใช้จ่ายซื้อคอนเทนต์ผ่านแอปพลิเคชันสูงที่สุดในช่วงเวลาที่สำรวจ คือ สหรัฐอเมริกา ตามมาด้วย ญี่ปุ่น และ ประเทศไทย อยู่ในอันดับ 3

อันดับ ประเทศ 1 สหรัฐอเมริกา 2 ญี่ปุ่น 3 ประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม คำว่า “อันดับ 3 ของโลก” คือ อันดับ 3 ในกลุ่มตลาดนอกประเทศจีน เนื่องจากจีนเป็นต้นกำเนิดและเป็นตลาดละครสั้นขนาดใหญ่ ซึ่งมีระบบแพลตฟอร์มและโครงสร้างรายได้แตกต่างจากตลาดต่างประเทศ

อีกประเด็นที่ควรทำความเข้าใจคือ ตัวเลข 260 ล้านบาทเป็นการประเมินจาก การซื้อภายในแอปพลิเคชัน หรือ In-App Purchase ในไตรมาสแรกของปี 2568 ไม่ได้หมายถึงมูลค่าทั้งหมดของอุตสาหกรรมในประเทศไทย และอาจยังไม่รวมรายได้จากโฆษณา การสอดแทรกสินค้า หรือช่องทางธุรกิจอื่น

ละครแนวตั้งคืออะไร ทำไมถึงดูแล้วหยุดยาก?

ละครแนวตั้งคือละครหรือซีรีส์สั้นที่ผลิตในอัตราส่วนภาพ 9:16 เพื่อให้รับชมบนหน้าจอสมาร์ทโฟนได้เต็มจอโดยไม่ต้องหมุนเครื่อง แต่ละตอนมักมีความยาวประมาณ 1-5 นาที และหนึ่งเรื่องอาจแบ่งออกเป็นหลายสิบตอนไปจนถึงมากกว่า 100 ตอน

หัวใจของละครประเภทนี้คือการเล่าเรื่องอย่างรวดเร็ว ฉากเปิดต้องดึงดูดผู้ชมได้ทันที เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อนเกินไป และเกือบทุกตอนจะจบด้วยเหตุการณ์ค้างคา เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมอยากกดดูตอนต่อไป

พล็อตที่พบได้บ่อยมักเกี่ยวข้องกับความรักต่างฐานะ การแก้แค้น การถูกหักหลัง การแต่งงานตามสัญญา ตัวละครที่ปกปิดฐานะ หรือคนธรรมดาที่พลิกชีวิตกลายเป็นผู้มีอำนาจ เนื้อหาเหล่านี้ตอบสนองอารมณ์ได้รวดเร็ว ทั้งความสงสาร ความโกรธ ความสะใจ และความอยากรู้บทสรุป

คนไทยจ่ายเงินดูละครแนวตั้งอย่างไร?

แอปพลิเคชันละครแนวตั้งส่วนใหญ่มักเปิดให้ชมตอนแรกฟรี เมื่อเนื้อเรื่องเดินทางมาถึงจุดสำคัญ ผู้ชมจะต้องดูโฆษณา ซื้อเหรียญ หรือสมัครสมาชิกเพื่อปลดล็อกตอนต่อไป บางแพลตฟอร์มยังมีแพ็กเกจรายสัปดาห์ รายเดือน และกิจกรรมสะสมเหรียญจากการเข้าใช้งานประจำวัน

โมเดลนี้ทำให้การจ่ายเงินแต่ละครั้งดูเหมือนเป็นจำนวนไม่มาก แต่เมื่อผู้ชมต้องปลดล็อกหลายสิบตอน ค่าใช้จ่ายรวมอาจสูงกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะเมื่อระบบเสนอการซื้อแบบต่อเนื่องหรือเติมเหรียญอัตโนมัติ

  • ซื้อเหรียญเพื่อปลดล็อกตอนถัดไป
  • สมัครสมาชิกรายสัปดาห์หรือรายเดือน
  • จ่ายเงินเพื่อลดหรือปิดโฆษณา
  • ซื้อแพ็กเกจเพื่อรับชมครบทั้งเรื่อง
  • ชมโฆษณาเพื่อแลกสิทธิ์ดูตอนฟรี

ทำไมประเทศไทยจึงกลายเป็นตลาดใหญ่?

พฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของคนไทยเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ผู้ชมสามารถเปิดดูละครแนวตั้งได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างเดินทาง ต่อแถว รับประทานอาหาร หรือก่อนนอน โดยไม่ต้องจัดเวลานานเหมือนการดูละครโทรทัศน์หรือซีรีส์ตอนละเกือบหนึ่งชั่วโมง

ประเทศไทยยังมีฐานผู้ชมที่คุ้นเคยกับละครเนื้อหาเข้มข้น พล็อตโรแมนติก ดราม่าครอบครัว และเรื่องราวการแก้แค้นอยู่แล้ว เมื่อนำองค์ประกอบเหล่านี้มาย่อให้สั้น กระชับ และดูง่ายบนมือถือ จึงสามารถเข้าถึงผู้ชมได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มจำนวนมากใช้คลิปตัวอย่างที่ตัดมาเฉพาะฉากสำคัญเพื่อโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย เมื่อผู้ชมกดเข้าไปดูและต้องการรู้ตอนจบ จึงถูกพาไปยังแอปพลิเคชันและเข้าสู่ระบบการซื้อคอนเทนต์โดยตรง

ตลาดละครแนวตั้งทั่วโลกใหญ่แค่ไหน?

ข้อมูลที่สภาพัฒน์นำเสนอระบุว่า ในปี 2568 ตลาดละครแนวตั้งทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 หรือขยายตัวเป็นสองเท่าภายในระยะเวลาราว 5 ปี

การเติบโตไม่ได้เกิดจากยอดดาวน์โหลดเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากความสามารถของแพลตฟอร์มในการเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้จ่ายเงิน ผ่านการปลดล็อกตอน ค่าสมาชิก โฆษณา และการทำตลาดแบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย

ประเทศจีนถือเป็นตลาดสำคัญและเป็นต้นแบบของอุตสาหกรรมนี้ ก่อนที่ผู้ประกอบการจะนำรูปแบบดังกล่าวไปขยายในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคอื่นทั่วโลก โดยมีการแปลภาษา พากย์เสียง และสร้างเนื้อหาท้องถิ่นเพื่อให้เข้ากับผู้ชมแต่ละประเทศ

โอกาสใหม่ของผู้ผลิตคอนเทนต์ไทย

ความนิยมของละครแนวตั้งอาจเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตรายใหม่เข้าสู่วงการได้ง่ายขึ้น เพราะใช้เวลาผลิตสั้นกว่าและสามารถเริ่มต้นด้วยทีมงานขนาดไม่ใหญ่มาก เมื่อเทียบกับละครโทรทัศน์หรือซีรีส์ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้งบประมาณและกระบวนการผลิตจำนวนมาก

นักเขียนบท นักแสดง ผู้กำกับ ทีมถ่ายทำ และผู้ผลิตคอนเทนต์รุ่นใหม่จึงมีโอกาสทดลองแนวทางการเล่าเรื่องที่หลากหลาย ขณะที่ผู้ผลิตรายใหญ่ในประเทศไทย เช่น กันตนาและช่อง ONE ก็เริ่มทดลองพัฒนาคอนเทนต์ในรูปแบบนี้แล้ว

นอกจากตลาดภายในประเทศ ละครแนวตั้งยังอาจเป็นช่องทางส่งออกเรื่องราว วัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยว อาหาร และสินค้าไทยไปยังผู้ชมต่างประเทศ เนื่องจากเนื้อหาสั้นสามารถแปล พากย์เสียง และปรับให้เข้ากับแต่ละตลาดได้ง่ายกว่าคอนเทนต์ขนาดยาว

ธุรกิจละครแนวตั้งมีรายได้จากอะไรบ้าง?

รายได้ของอุตสาหกรรมไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเก็บเงินจากผู้ชม แต่สามารถต่อยอดได้หลายทาง ตั้งแต่โฆษณา การสมัครสมาชิก การสนับสนุนจากแบรนด์ ไปจนถึงการขายลิขสิทธิ์และสร้างเรื่องเดียวกันในหลายภาษา

  • การซื้อภายในแอปพลิเคชัน เช่น การเติมเหรียญหรือปลดล็อกตอน
  • ค่าสมาชิก สำหรับผู้ชมที่ต้องการดูแบบไม่จำกัด
  • รายได้จากโฆษณา ทั้งก่อนชมและระหว่างตอน
  • การสอดแทรกสินค้า หรือ Product Placement
  • การขายลิขสิทธิ์ ให้แพลตฟอร์มในประเทศอื่น
  • การสร้างเนื้อหาหลายภาษา เพื่อขยายฐานผู้ชมทั่วโลก

ความนิยมที่มาพร้อมเรื่องต้องระวัง

แม้ละครแนวตั้งจะสร้างโอกาสทางธุรกิจ แต่รูปแบบการแบ่งเนื้อหาเป็นตอนสั้นและจบแบบค้างคาอาจทำให้ผู้ชมดูต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่รู้ตัว การปลดล็อกทีละตอนยังทำให้ติดตามค่าใช้จ่ายได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อซื้อเหรียญหลายครั้งภายในช่วงเวลาสั้นๆ

ผู้ใช้ควรตรวจสอบราคาแพ็กเกจ เงื่อนไขการสมัครสมาชิก และระบบต่ออายุอัตโนมัติก่อนยืนยันการชำระเงิน หากเป็นบัญชีของเด็กหรือเยาวชน ผู้ปกครองควรตั้งรหัสผ่านสำหรับการซื้อ รวมถึงกำหนดวงเงินและระยะเวลาในการรับชมอย่างเหมาะสม

ในด้านเนื้อหา การแข่งขันเพื่อดึงความสนใจอาจทำให้บางเรื่องใช้ฉากรุนแรง ความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสม หรือค่านิยมแบบเหมารวมเพื่อสร้างกระแส ผู้ผลิตและแพลตฟอร์มจึงควรมีระบบจัดระดับอายุ คำเตือนเนื้อหา และช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่ชัดเจน

ละครแนวตั้งจะมาแทนละครแบบเดิมหรือไม่?

ละครแนวตั้งอาจไม่ได้เข้ามาแทนละครโทรทัศน์หรือซีรีส์ขนาดยาวทั้งหมด เพราะแต่ละรูปแบบตอบสนองผู้ชมต่างกัน ละครแบบเดิมมีพื้นที่สำหรับการพัฒนาตัวละคร เนื้อเรื่องซับซ้อน และงานสร้างขนาดใหญ่ ขณะที่ละครแนวตั้งเน้นความรวดเร็วและรับชมได้ในช่วงเวลาสั้นๆ

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจึงน่าจะเป็นการเพิ่มช่องทางความบันเทิงรูปแบบใหม่ มากกว่าการหายไปของสื่อเดิม ผู้ผลิตรายเดียวกันอาจสร้างทั้งละครโทรทัศน์ ซีรีส์สตรีมมิง และละครแนวตั้ง เพื่อเข้าถึงผู้ชมในช่วงเวลาและพฤติกรรมที่แตกต่างกัน

สรุป ทำไมตัวเลข 260 ล้านบาทจึงน่าจับตา?

การที่ผู้ชมไทยใช้จ่ายกับละครแนวตั้งกว่า 260 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปี 2568 และขึ้นเป็นอันดับ 3 ของตลาดนอกจีน รองจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น แสดงให้เห็นว่าคนไทยไม่ได้เพียงทดลองดาวน์โหลดแอป แต่พร้อมจ่ายเงินเพื่อรับชมคอนเทนต์รูปแบบนี้จริง

ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นสัญญาณให้ผู้ผลิต แบรนด์ และแพลตฟอร์มมองเห็นตลาดใหม่ที่สามารถสร้างทั้งรายได้ การจ้างงาน และโอกาสส่งออกคอนเทนต์ไทย อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องมาพร้อมคุณภาพของเนื้อหา ระบบชำระเงินที่โปร่งใส และการคุ้มครองผู้ชม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

จากละครสั้นที่ดูเหมือนเป็นเพียงคอนเทนต์ฆ่าเวลา “ละครแนวตั้ง” กำลังพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นมากกว่ากระแสชั่วคราว และอาจกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยในอนาคตอันใกล้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...