โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สหรัฐ” เร่งสกัด Ghost Demand ดาต้าเซ็นเตอร์ หลังคำขอใช้ไฟทะลุ 700 GW หวั่นโครงการลวงดันค่าไฟพุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 ก.ย เวลา 17.25 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย เวลา 10.24 น.

"สหรัฐ" เริ่มคุมเข้มโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ หลังคำขอใช้ไฟจากผู้ใช้รายใหญ่พุ่งเกิน 700 GW แต่หลายโครงการอาจไม่เกิดขึ้นจริง ด้านเท็กซัสสั่งระงับการเชื่อมต่อโครงข่ายใหม่

วันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 17.09 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระแสลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อรองรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในสหรัฐ กำลังสร้างความท้าทายครั้งใหญ่ให้กับระบบไฟฟ้า หลังคำขอใช้ไฟฟ้าจากผู้ใช้รายใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นดาต้าเซ็นเตอร์ พุ่งสูงกว่า 700 กิกะวัตต์ (GW) ในหลายพื้นที่ของประเทศ แต่มีความกังวลว่า ความต้องการจำนวนมากอาจเป็นเพียง Ghost Demand หรือความต้องการที่อยู่บนกระดาษ เนื่องจากหลายโครงการอาจซ้ำซ้อน ขาดเงินทุน หรือไม่มีความพร้อมที่จะก่อสร้างจริง

รัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์สำคัญของสหรัฐ กลายเป็นพื้นที่หลักแห่งแรกที่ระงับการเชื่อมต่อดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่เข้ากับโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อเปิดทางให้มีการตรวจสอบว่าโครงการใดมีความพร้อมและมีแนวโน้มเกิดขึ้นจริง ขณะที่รัฐอื่น ๆ เริ่มดำเนินมาตรการในลักษณะเดียวกัน เพื่อรับมือกับปัญหาที่กำลังสร้างความกังวลต่อทั้งหน่วยงานกำกับดูแลและฝ่ายการเมืองทั่วประเทศ

Reuters ตรวจสอบข้อมูลจากบริษัทสาธารณูปโภคและผู้ดูแลโครงข่ายไฟฟ้า พบว่า คำขอใช้ไฟฟ้าจากผู้ใช้รายใหญ่ในบางพื้นที่ของมิดเวสต์ มิด-แอตแลนติก และภาคใต้ของสหรัฐรวมกันสูงกว่า 700 GW หรือมากกว่า 10 เท่า ของประมาณการการใช้ไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดในสหรัฐในปัจจุบัน

หน่วยงานกำกับดูแลและกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภค เตือนว่า คำขอบางส่วนอาจเป็นโครงการเดียวกันที่ยื่นขอเชื่อมต่อในหลายพื้นที่ หรือมาจากบริษัทที่ไม่มีเงินทุนและความเชี่ยวชาญเพียงพอที่จะพัฒนาโครงการให้สำเร็จ ซึ่งทำให้การวางแผนลงทุนโครงข่ายไฟฟ้ามีความซับซ้อนมากขึ้น

โทมัส กลีสัน ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการสาธารณูปโภคของรัฐเท็กซัส ระบุว่า เมื่อไม่สามารถแยกได้ว่าความต้องการใดเป็นของจริง ก็ยากที่จะประเมินว่าควรสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับมากน้อยเพียงใด

เท็กซัสคำขอใช้ไฟพุ่งเกือบ 10 เท่า

ท่ามกลางแผนใช้จ่ายสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ AI ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่มีมูลค่ารวมมากกว่า 7 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้ บริษัทและเจ้าของที่ดินที่สามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานหรือจุดเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าต่างเร่งจองกำลังไฟฟ้า เพื่อหวังคว้าโอกาสจากการขยายตัวของ AI

ข้อมูลจาก ERCOT ผู้ดูแลโครงข่ายไฟฟ้าเท็กซัส และเอกสารของผู้ว่าการรัฐ เกร็ก แอบบอตต์ ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2566 คำขอเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์และผู้ใช้พลังงานรายใหญ่ในเท็กซัสเพิ่มขึ้นจากประมาณ 48 GW เป็นมากกว่า 474 GW ในปัจจุบัน ส่งผลให้เท็กซัสกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ดาต้าเซ็นเตอร์ AI และ Cloud ขยายตัวรวดเร็วที่สุดในโลก

นอกเท็กซัส คำขอใช้ไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ในบริษัทสาธารณูปโภครายใหญ่ 10 แห่งในพื้นที่มิดเวสต์ มิด-แอตแลนติก และภาคใต้ของสหรัฐ รวมกันแตะประมาณ 270 GW

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือยังไม่มีมาตรฐานกลางสำหรับการรายงานคำขอใช้ไฟของดาต้าเซ็นเตอร์ บริษัทสาธารณูปโภคบางแห่งนับเฉพาะโครงการที่เซ็นสัญญาแล้ว ขณะที่บางแห่งรวมถึงโครงการที่เพียงสอบถามหรือแสดงความสนใจโดยยังไม่มีข้อผูกพัน

เมื่อหน่วยงานรัฐและบริษัทสาธารณูปโภคเริ่มตรวจสอบโครงการอย่างเข้มงวดขึ้น รวมถึงกำหนดให้ผู้พัฒนาโครงการวางเงินล่วงหน้า พบว่าความต้องการไฟฟ้าบนกระดาษลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

Exelon บริษัทสาธารณูปโภคในชิคาโก ปรับลดประมาณการความต้องการไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความเป็นไปได้สูงลงประมาณ 40% เหลือ 11 GW หลังเพิ่มข้อกำหนดด้านหลักประกันทางการเงิน

ขณะที่AEP Ohio พบว่า ปริมาณความต้องการไฟฟ้าจากโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ใน Pipeline ลดลงมากกว่าครึ่ง หลังรัฐโอไฮโอบังคับใช้กฎใหม่ ซึ่งรวมถึงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมศึกษาการเชื่อมต่อโครงข่ายจากดาต้าเซ็นเตอร์สูงสุด 100,000 ดอลลาร์

เสี่ยงสร้างโรงไฟฟ้าเกินจำเป็น สุดท้ายประชาชนจ่าย

ไทสัน สโลคัม ผู้อำนวยการโครงการพลังงานของ Public Citizen เตือนว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความต้องการไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ทำให้บริษัทสาธารณูปโภคเผชิญความเสี่ยงสองด้าน หากลงทุนโครงสร้างพื้นฐานน้อยเกินไป อาจกระทบเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า แต่หากลงทุนมากเกินไปเพื่อรองรับโครงการที่ท้ายที่สุดไม่ได้ก่อสร้าง ต้นทุนอาจถูกผลักไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป

ผลกระทบเริ่มปรากฏแล้วในระบบโครงข่าย PJM Interconnection ซึ่งเป็นโครงข่ายไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ครอบคลุม 13 รัฐ รวมถึงพื้นที่ “Data Center Alley” ในรัฐเวอร์จิเนีย

Monitoring Analytics ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบตลาด PJM ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของความต้องการไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งที่เกิดขึ้นแล้วและที่คาดการณ์ไว้ มีส่วนทำให้ต้นทุนกำลังการผลิตไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนและภาคธุรกิจในพื้นที่ PJM เพิ่มขึ้นรวม 2.94 หมื่นล้านดอลลาร์ จากการประมูลกำลังการผลิตราว 4 ครั้งที่ผ่านมา

แม้บริษัทสาธารณูปโภคจะปรับลดประมาณการความต้องการจากโครงการที่ไม่ชัดเจนออกไปจำนวนมาก แต่คำขอที่ได้รับการยืนยันว่ามีความเป็นไปได้จริงก็ยังมีปริมาณสูงจนสร้างแรงกดดันต่อโครงข่ายไฟฟ้าที่กำลังเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังผลิต

เจฟฟ์ ชีลด์ส โฆษก PJM กล่าวว่า ความต้องการไฟฟ้ากำลังเกิดขึ้นจริง แต่กำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ไม่ได้เพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่เพียงพอ

เท็กซัสสั่งตรวจสอบ ใครคือเจ้าของตัวจริง

หัวใจสำคัญของมาตรการในเท็กซัส คือ การตรวจสอบโครงการดาต้าเซ็นเตอร์อย่างครอบคลุม โดยกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเปิดเผยว่าใครเป็นเจ้าของโครงการตัวจริง จากเดิมที่สามารถเปิดเผยเพียงชื่อบริษัทในเครือได้

คณะกรรมการกำกับกิจการสาธารณูปโภคของเท็กซัสและ ERCOT จะรับผิดชอบดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว พร้อมตรวจสอบข้อมูลอื่น เช่น โครงการได้รับสิทธิประโยชน์จากเงินภาษีหรือไม่ ปริมาณการใช้น้ำ และแผนผลิตไฟฟ้าภายในพื้นที่ของโครงการ

แอบบอตต์ ระบุว่า หน่วยงานกำกับและ ERCOT ไม่สามารถตัดสินใจเพื่อรับประกันเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้าได้ หากข้อมูลที่ได้รับยังไม่ครบถ้วนอย่างมีนัยสำคัญ

รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งมีทั้งแหล่งไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และกำลังได้รับความสนใจจากผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมาก ก็เริ่มดำเนินมาตรการคล้ายกัน

ผู้ว่าการรัฐ จอช ชาปิโร ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เพิ่มความเข้มงวดในการออกใบอนุญาตสำหรับโครงการขนาดตั้งแต่ 25 เมกะวัตต์ขึ้นไป พร้อมกำหนดให้เปิดเผยรายละเอียดของโครงการและผู้ใช้งานปลายทางมากขึ้น

ข้อมูลจากสำนักงานผู้ว่าการรัฐ ระบุว่า จากดาต้าเซ็นเตอร์ที่ถูกเสนอให้ก่อสร้างในเพนซิลเวเนียมากกว่า 100 โครงการ มีเพียง 20 โครงการเท่านั้นที่ยื่นขอใบอนุญาต ที่จำเป็นต่อการเดินหน้าโครงการ

เจ้าหน้าที่ ระบุว่า โครงการส่วนใหญ่ยังไม่มีแหล่งพลังงานที่แน่นอน หรือแม้แต่ลูกค้าที่จะเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ สะท้อนความกังวลว่า ตัวเลขความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งขึ้นจากกระแส AI อาจสูงกว่าความต้องการที่จะเกิดขึ้นจริงอย่างมาก

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...