ไทย-จีนต่อยกันนัวที่ท่าแพ สาเหตุแค่เดินชนไหล่กัน
(4 ส.ค. 69) จากกรณีสื่อออนไลน์เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวจีนกับคนไทย บริเวณประตูท่าแพ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังกลางเมืองเชียงใหม่ โดยระบุว่าชายต่างชาติสองคนรุมทำร้ายผู้เสียหายที่เป็นคนไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ชุดสืบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 ร่วมกับ สภ.เมืองเชียงใหม่ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ติดตามผู้เกี่ยวข้อง และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ
.
จากการตรวจสอบพบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 12.00 น. ครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 9 คน ซึ่งมีทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ได้เดินสวนกับคู่กรณีชาวไทย และเกิดชนไหล่กัน โดยในคลิปจะเห็นว่าชายชาวจีนได้หันกลับไปพร้อมกับยกมือขึ้นในลักษณะขอโทษ แต่คู่กรณีชาวไทยกลับหัวร้อนปรี่เข้าประชิดตัว ทำให้ชายชาวจีนพุ่งเข้าไปผลักจนเกิดการทำร้ายร่างกายกัน โดยมีสมาชิกในครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาห้ามปราม จนเหตุการณ์ยุติลงและทั้งสองฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป
.
หลังเกิดเหตุนายเอนก คู่กรณีชาวไทยเดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ให้การว่าขณะเกิดเหตุตนเองได้เดินไปตามทาง ไปเจอคู่กรณียืนขวางทางเดิน จึงพูดไปว่า “ขอหลบหน่อย” เพื่อขอเดินผ่าน แต่ชายชาวจีนกลับไม่พอใจเข้ามารุมทำร้าย จนทำให้บาดเจ็บ
.
ต่อมาตำรวจท่องเที่ยวได้ติดตามครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ปรากฏในคลิปเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนให้ข้อมูลว่าขณะเกิดเหตุได้เดินสวนกับคนไทยและชนกันบนทางเท้า จากนั้นคนไทยเป็นฝ่ายเริ่มทำร้ายก่อน จึงได้ป้องกันตัว เนื่องจากมากับครอบครัวและฝ่ายตนเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน แต่ไม่ได้ติดใจที่จะดำเนินคดีกับคู่กรณี และไม่ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวถูกบันทึกภาพและเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้ติดต่อและแจ้งให้ทราบว่าตนเองและครอบครัวปรากฏอยู่ในคลิปดังกล่าว ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนได้ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี
.
จากการตรวจสอบข้อมูลการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนักท่องเที่ยวชาวจีนตามที่มีการตั้งข้อสังเกตในสื่อสังคมออนไลน์ พบว่า นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวยังได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้อง โดยถือวีซ่านักธุรกิจ พร้อมกับบอกว่าสื่อสังคมออนไลน์ที่นำคลิปไปแชร์ เป็นคลิปช่วงหลังเกิดเหตุ ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้น ทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย ตนเองและครอบครัวรักประเทศไทยและพากันมาเที่ยวหลายครั้ง ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน หลังจากนี้อาจแจ้งความ
.
พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม สว.กก.2 บก.ทท.2 ระบุว่า จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานและคำให้การของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายตามกระบวนการกฎหมาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นกรณีกระทบกระทั่งระหว่างบุคคล มิได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมด้านความปลอดภัยของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งยังคงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ทั้งนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องชาวเชียงใหม่ร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี มีน้ำใจ และช่วยกันสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร เพื่อสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่
.
จากนั้นช่วงค่ำวานนี้(3 ส.ค.) พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้นัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนและเจรจาพูดคุย โดยมีรายงานว่าตอนแรกคู่กรณีคนไทยเรียกค่าเสียหาย 5 แสนบาท หลังจากพูดคุยกันนานกว่าชั่วโมงโดยมีตำรวจท่องเที่ยวเป็นคนกลาง ทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจเอาความกันและกัน โดยฝั่งชาวจีนได้จ่ายค่าเสียหายให้คู่กรณีคนไทย 3 หมื่นบาท สำหรับค่าหูฟังแอร์พอดที่ได้รับความเสียหาย