เปิดมติ กกต.ส่งฟ้องคดีโกง สว.77 ราย ไร้นักการเมือง
กกต.แถลงคดีโกง สว.ส่งฟ้องศาล 77 ราย
เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 14 ก.ย.69 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. และ ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขา กกต. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ กกต.พิจารณาคดีโกงการเลือก สว. โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติส่งฟ้องศาลในคดีดังกล่าวจำนวน 77 ราย แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 26 ราย
ข้อกล่าวหาที่ 1
มาตรา 76 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 “กรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ผู้ใดกระทำการโดยวิธีใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือให้ผู้สมัครผู้ใดได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือทำให้ผู้สมัครผู้ใดไม่ได้รับเลือก” ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น
กกต. มีมติให้ยกคำร้อง
ข้อกล่าวหาที่ 2
มาตรา 76 วรรคสอง แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 “ผู้สมัครใดยินยอมให้กรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา” ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น
กกต. มีมติให้ยกคำร้อง
ข้อกล่าวหาที่ 3
มาตรา 36 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 70 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 “แนะนำตัวไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด” อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 36 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 70 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561)ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี
กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา มีจำนวนทั้งสิ้น 36 คน
ข้อกล่าวหาที่ 4
มาตรา 77 วรรคหนึ่ง (1) พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 “จัด ทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด” ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี และให้ถือเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจได้
ข้อกล่าวหาที่ 5
มาตรา 77 วรรคหนึ่ง (3) พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 “เลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด” ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ข้อกล่าวหาที่ 6 มาตรา 79 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 “เรียกหรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อลงสมัครรับเลือกหรือไม่ลงสมัครรับเลือกเพื่อประโยชน์แก่ผู้สมัครผู้ใด” ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี
ข้อกล่าวหาที่ 7
มาตรา 81 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 “เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด” ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี
กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา ข้อกล่าวหาที่ 4 - 7 มีจำนวนทั้งสิ้น 77 คน แบ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. จำนวน 36 คน