โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ตำรวจหนองคายแจงยิบ ยันไม่ได้ขอแบ่งทอง 6 บาท จากผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ตำรวจหนองคายแจงยิบ ยันไม่ได้ขอแบ่งทอง 6 บาท จากผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ ชี้ผู้ต้องหาหลอนยา พูดจาวกวน

ตำรวจหนองคายแจงยิบ ยันไม่ได้ขอแบ่งทอง 6 บาท จากผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ ชี้ผู้ต้องหาหลอนยา พูดจาวกวน

จากกรณีที่มีเพจเพจหนึ่ง มีการโพสต์ข้อความที่ผู้ต้องหาที่เข้าไปลักทรัพย์ในย่านสายไหม กวาดทรัพย์สินมูลค่านับล้านบาท หลบหนีไป ตั้งใจจะนำทองไปขายที่จังหวัดอุดรฯ แต่ระหว่างขับรถไปทำธุระที่หนองคาย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย เรียกตรวจ พบว่าฉี่ม่วง ยอมรับว่าเพิ่งเสพยามา ตำรวจได้ตรวจค้นพบทรัพย์สินหลายรายการที่ขโมยมาอยู่ภายในรถ จึงยอมรับว่าเป็นทรัพย์สินที่ขโมยมา ผู้ต้องหาได้อ้างว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเจรจาขอแบ่งทองไป 6 บาท 2 สลึง ส่วนที่เหลือ 3 บาท 2 สลึงให้คืน ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวไปดำเนินคดีข้อหาเสพขับ ต่อมาผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีที่ สน.สายไหม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.สายไหม ติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สน.สายไหม อยู่ระหว่างประสานขอทองคำคืนจากชุดจับกุม สภ.เมืองหนองคาย ล่าสุดมีข้อมูลว่า สารวัตรทหาร มีการเจรจาพูดคุยกับชุดจับกุมให้นำทองคำมาคืน ชุดจับกุมอ้างว่าทองคำไม่ได้เอาไปไหนตั้งใจเก็บไว้คืนผู้เสียหาอยู่แล้ว ที่ต้องยึดเพราะกลับผู้ต้องหาจะนำไปขายหมด

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าข้อมูลที่ได้ไม่ตรงกับที่ผู้ต้องหาให้กับ สน.สายไหม พบว่าวันที่เกิดเหตุคือเวลาประมาณ 22.00 น.ของวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฯ ได้มีการตั้งด่านตรวจฯ ตามปกติ

พบว่ารถของผู้ต้องหาขับฝ่าสัญญาณไฟจราจรสี่แยกหนองสองห้อง มุ่งหน้าจะไปจังหวัดอุดรฯ และขับรถส่ายไปมา เมื่อมาถึงด่านตรวจฯ เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกตรวจ

จากการตรวจสอบพบนายปิยะพงศ์ (ขอสงวนนามสกุล) อยู่ ต.วังยาว อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เป็นคนขับรถ มีพิรุธลักษณะคล้ายคนเสพยาเสพติด หรือต้องสงสัยว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง และมีแฟนสาวนั่งมาด้วย ผลการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ จำนวน 124 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 15 เครื่อง อีกทั้งยังมีสมุดบัญชีชื่อบัญชีเป็นบุคคลอื่น เจ้าหน้าที่สอบถามที่มาของทรัพย์สิน ผู้ต้องหาอ้างว่ามีคนจ้างมารับของในเขตอำเภอเมืองหนองคาย และพูดจาวกวน ไม่สามารถให้ข้อมูลได้อย่างชัดเจน

ส่วนของทองคำที่เป็นประเด็นนั้น เจ้าหน้าที่ได้พบที่แฟนของผู้ต้องหา จำนวน 3 บาท 2 สลึง และพบที่เสื้อแจ็คเก็ตที่ผู้ต้องหาใส่ ซึ่งขณะตรวจค้นผู้ต้องหาพยายามไม่ให้ตรวจค้นที่เสื้อ เจ้าหน้าที่พบพิรุธจึงได้ตรวจค้น พบแท่งสีทองขนาดใหญ่จำนวน 6 แท่ง และมีแท่งสีทองขนาดเล็กรวมอยู่ด้วยอยู่ในถุงพลาสติก ไม่มีอะไรที่ยืนยันว่าเป็นทองคำจริง

เจ้าหน้าที่สอบถาม ผู้ต้องหาก็ยังพูดจาวกวน บอกว่าของนายบ้าง ของปลอมบ้าง เจ้าหน้าที่จึงได้ขอยึดทรัพย์สินทั้งหมดไว้เพื่อทำการตรวจสอบ ส่วนทองคำที่อยู่กับแฟนสาวของผู้ต้องหานั้น เจ้าหน้าที่ฯให้คืน เนื่องจากมีเอกสารหลักฐานยืนยันว่าเป็นทองคำจริงและมีที่มา ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาและทรัพย์สินทั้งหมดให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย

ในส่วนของแท่งสีทองก็ได้ส่งให้ร้านทองในจังหวัดหนองคายตรวจสอบแล้ว เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทางร้านทองก็ได้แจ้งมาว่าเป็นทองคำจริง ซึ่งทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งหมดยังอยู่กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย

ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้ส่งทรัพย์สิน คือโทรศัพท์มือถือ ทั้ง 124 เครื่อง แยกเป็นยี่ห้อซัมซุง 120 เครื่อง , Redmi 3 เครื่อง และ Vivo 1 เครื่อง พร้อมคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และสมุดบัญชีธนาคาร ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย เพื่อขยายผล

เบื้องต้นพบว่าโทรศัพท์ทุกเครื่องยังเปิดติดและทำงานได้ปกติ เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ก็ทำงานปกติเช่นกัน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ไม่ใช่ยี่ห้อที่มีขายทั่วไปในประเทศไทย มีความเป็นไปได้ที่อาจจะเกี่ยวพันกับแก๊งสแกมเมอร์หรือเว็บพนันออนไลน์ เนื่องจากช่วงนี้ทางการ สปป.ลาว มีการกวาดล้างจับกุมแก๊งสแกมเมอร์หรือเว็บพนันออนไลน์ ทำให้มีการย้ายฐานจะไปอยู่ชายแดนเมียนมา

ซึ่งที่ผ่านมา ตม.หนองคาย มีการจับกุมแก๊งสแกมเมอร์ได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังพบสมุดบัญชีที่เป็นชื่อบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ต้องหา ลักษณะเหมือนบัญชีม้า เนื่องจากมีเงินโอนผ่านเข้า-ออกเป็นจำนวนมาก ในส่วนของ ภ.จว.หนองคาย ก็ได้ให้ สภ.เมืองคาย รายงานชี้แจงในเรื่องดังกล่าวในเบื้องต้นแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...