โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา 14 ก.ย. กกต. เคาะคดีฮั้ว สว. 229 ราย กับ 3 ฉากทัศน์ ประเด็นร้อน

เดลินิวส์

อัพเดต 13 ก.ย เวลา 12.07 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย เวลา 06.00 น. • เดลินิวส์
เปิด 3 ฉากทัศน์ ประเด็นร้อน ! จับตา 14 ก.ย. กกต. เคาะคดีฮั้ว สว. 229 ราย ชี้ชะตา

สปอตไลต์ทางการเมืองจับจ้องอาคารศูนย์ราชการฯ ถนนทุกสายมุ่งสู่การประชุมนัดสำคัญของ กกต. ในวันที่ 14 ก.ย. เพื่อปิดจ๊อบคดีฮั้วเลือก สว. 229 ราย ชี้อนาคต สว. ชุดปัจจุบัน 138 คน กับ 3 ฉากทัศน์การเมือง ตั้งแต่ฟ้องยกแผง ยกคำร้องชะล้างความผิด ไปจนถึงสับฟ้องเฉพาะกลุ่ม สะเทือนโครงสร้างอำนาจฝ่ายจัดตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในห้วงนี้ต่างพุ่งเป้าไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งถูกจับตาอย่างใกล้ชิดก่อนถึงวันประชุมนัดสำคัญในวันที่ 14 ก.ย. 2569 เพื่อพิจารณาลงมติชี้ขาด "คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)" รวม 229 ราย ที่ยืดเยื้อมานาน โดยแนวทางการลงมติของ กกต. ถูกวิเคราะห์ออกเป็น 3 ฉากทัศน์หลัก ดังนี้

ฉากทัศน์แรก ชี้มูลความผิดยกแผงส่งศาลฎีกา หาก กกต. มีมติเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ที่ระบุว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 รายมีมูลความผิด เรื่องจะถูกส่งต่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งในจำนวนนี้เป็น สว. ชุดปัจจุบันถึง 138 คน และผู้เกี่ยวข้องอีก 91 คน โดยมีกระแสข่าวเชื่อมโยงถึงแกนนำพรรคภูมิใจไทยหลายราย หากศาลรับคำร้องไว้พิจารณา ย่อมส่งผลกระทบสะเทือนถึงโครงสร้าง "ระบอบสีน้ำเงิน" ในสภาสูงอย่างเลี่ยงไม่ได้

ฉากทัศน์ที่สอง ยกคำร้องทั้งหมด "ปิดเกม-ล้างความผิด" กรณีที่ กกต. เห็นตามคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ คณะที่ 36 ซึ่งเคยมีมติ 5 ต่อ 2 ว่า พยานหลักฐานไปไม่ถึงและไม่มีมูลความผิด จะเท่ากับเป็นการปิดคดีในชั้น กกต. ทันที อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้คาดว่าจะสร้างแรงกระแทกทางการเมืองและแรงกดดันจากสังคมอย่างหนัก เนื่องจากฝ่ายการเมืองและภาคประชาชนเตรียมตั้งคำถามถึงผลการสอบสวนของชุดที่ 26 ที่มีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมสืบสวน ซึ่งเคยมีการเผยแพร่ข้อมูลจนทำให้สังคมปักใจเชื่อไปแล้ว

ฉากทัศน์ที่สาม ฟ้องบางราย-ยกคำร้องบางราย แนวทางที่ถูกคาดหมายจากฝ่ายค้านว่ามีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด คือ การพิจารณาแยกเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่มตามน้ำหนักพยานหลักฐาน โดยอาจสั่งฟ้องเฉพาะกลุ่มที่มีพยานหลักฐานมัดแน่น หรือกลุ่ม "สีน้ำเงินอ่อน" และสั่งยกคำร้องในส่วนที่หลักฐานไม่เพียงพอ เพื่อลดแรงปะทะจากทุกฝ่าย

ทั้งนี้ ผลการลงมติของ กกต. ในวันที่ 14 ก.ย. จึงไม่เพียงแต่ชี้ชะตาตัวบุคคลทั้ง 229 รายเท่านั้น แต่ยังเป็นดุลพินิจนัดสำคัญที่จะกำหนดทิศทางด้านอำนาจทางการเมืองในสภาสูงต่อไป รวมไปถึงเสถียรภาพของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...