โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส.อ.ท. ชี้ อุตสาหกรรมไทย เจอคู่แข่ง ผลิตเก่งกว่า ถูกกว่าและมีความสามารถมากกว่า

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ม.ค. 2568 เวลา 16.07 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2568 เวลา 09.07 น.

อุตสาหกรรมไทย ปาดเหงื่อเจอคลื่น Trade War - Geopolitics - Digital disruption ฉุดความสามารถในการแข่งขันประเทศไทยลดฮวบ ส.อ.ท.ผุดแผน 1 FTI - 4 GO เลิกผลิตสินค้าที่ล้าสมัย สู่สินค้าที่โลกต้องการ เล็งจัด FTI EXPO 2025 หนุนสินค้าไปทั่วโลก

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคการผลิตทั่วโลกได้รับผลกระทบจาก Trade War - Geopolitics และ Digital disruption รวมถึงประเทศไทยด้วย ผลกระทบจาก 3 แฟกเตอร์นี้ทำให้ขีดความสามารถของประเทศไทยกำลังลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ขณะเดียวกันยังมีคู่แข่งที่ผลิตได้เก่งกว่า ถูกกว่าและมีความสามารถมากกว่า สิ่งที่น่ากังวลคือสินค้าของไทยพึ่งพาการส่งออกถึง 60%

ทั้งนี้ส.อ.ท. ได้ผลักดันนโยบาย ONE: FTI โดยรวมพลังของทุกภาคส่วน ทั้งอุตสาหกรรม ภาครัฐภาคเอกชนผู้เข้ามาทำงานร่วมกัน ประเทศไทยอาจไม่สามารถผลิตได้ถูกที่สุด หรือผลิตได้มากที่สุด ดังนั้นจำเป็นต้องหาจุดยืนของประเทศไทย ขยายผลจุดแข็งและต่อยอดให้ได้

“วันนี้เรากำลังจะปรับอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่มีอยู่ปัจจุบัน 47 กลุ่ม เพื่อทำให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันและไปต่อได้อย่างซอฟต์แลนดิ้ง ขณะเดียวกันจุดมุ่งหมายสู่อนาคต หรือ Next Gen Industry โดยมุ่งไป New s- Curve อุตสาหกรรมที่ทำน้อยแต่ได้มาก สิ่งสำคัญคือจะต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม ไม่ใช่ผลิตแค่สินค้าที่ล้าสมัยโลกไม่ต้องการไปสู่สินค้าที่โลกต้องการ”

กลุ่มที่ 2 คือ BCG ซึ่งสภาอุตสาหกรรมมองว่าเป็นจุดแข็งของประเทศโดยเฉพาะ B-Bio ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ได้ถูกนำมาใช้มันอย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกมิติ แต่วันนี้ด้วยเทคโนโลยีและการคิดค้นต่างๆจนมีอุตสาหกรรมนำร่องได้และเชื่อว่าจะมีมากขึ้นในอนาคตจนกลายเป็นจุดแข็งที่ไทยสามารถสู้ได้

“เราจะไม่มองเขาเป็นแค่คู่แข่ง แต่เราจะผลิตสินค้าที่เขาต้องการและทำให้เขาต้องเป็นลูกค้าเรา และท้ายที่สุดคือเรื่องของความยั่งยืน แม้ว่าวันนี้นโยบายทรมป์ 2.0 จะมีความไม่แน่นอนอยู่บ้างแต่เชื่อว่าเทรนของโลกก็ต้องไปในทิศทางนี้”

รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวต่อไปว่า นอกจาก ONE : FTI แล้ว ส.อ.ท. ยังขับเคลื่อนนโยบาย 4 GO ได้แก่

  • Go Digital & AI อุตสาหกรรมทั้งยุคเก่าและยุคใหม่จำเป็นจะต้องใช้ Digital และ AI หากประเทศไทยไปได้ก่อนละเก่งกว่า SME ก็จะสามารถใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้เกิดประสิทธิภาพ ซึ่ง ส.อ.ท. เข้ามาสนับสนุนเพื่อให้ SME สามารถจับต้องได้จริงภายใต้โครงการ Digital One
  • Go Innovation จิ๋วแต่แจ๋ว ไทยอาจจะเป็นประเทศที่ไม่ใหญ่ ดังนั้นจะแข่งขันทุกเรื่องไม่ได้แต่ในเรื่องที่จะแข่งขัน ต้องแจ๋ว ต้องมีนวัตกรรม ซึ่ง ส.อ.ท.มีกองทุน innovation One คอยสนับสนุน
  • Go Green ไม่ว่าจะเป็น SME หรือธุรกิจขนาดใหญ่ต้อง Go Green ไม่มีไม่ได้ ส.อ.ท. พยายามผลักดันอย่างเต็มที่โดยมีสถาบันต่างๆให้การสนับสนุน
  • Go Gobal ธุรกิจของไทยจะต้องไปทั่วโลกให้ได้และในฐานะผู้ผลิตก็ต้องมีความเข้าใจในมาตรฐานใหม่ของโลก เพื่อเข้าไปเกาะเกี่ยวใน supply chain ของอุตสาหกรรมใหม่ให้ได้

“เราเชื่อว่าถ้าทุกภาคส่วนร่วมมือกันและไปในทิศทางที่ถูกต้องด้วยกันเราไปได้แน่นอนและเราจะแข่งขันได้ ทั้งนี้ ส.อ.ท. ร่วมกับพันธมิตรองค์กรชั้นนำ เตรียมจัดงาน FTI EXPO 2025 ภายใต้แนวคิด 4GO ทั้งดิจิทัล นวัตกรรม การขยายตลาดต่างประเทศ และการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน โดยดึงผู้ประกอบโชว์สินค้าและบริการในงานนี้ คาดการณ์ผู้เข้าร่วมงานจากไทยและต่างประเทศ จำนวนกว่า 50,000 ถึง 70,000 ราย สร้างโอกาสทางการค้ากว่า 1,000 ล้านบาท”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...