โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

น้ำมันเกียร์ออโต้ ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ ถึงจะดีที่สุด?

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 19 ม.ค. 2568 เวลา 09.47 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
น้ำมันเกียร์ออโต้ ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ ถึงจะดีที่สุด?

น้ำมันเกียร์ออโต้ เปลี่ยนเมื่อไหร่ ถึงจะดีที่สุด?

น้ำมันเกียร์ควรเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?

การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์นั้น ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบ่อยเหมือนน้ำมันเครื่อง ซึ่งระยะการเปลี่ยนจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่น และไม่ว่าคุณจะใช้เกียร์อัตโนมัติหรือเกียร์ธรรมดาทั่วไป ขอแนะนำให้คุณเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุกๆ 38,000 ถึง 57,000 กม. หรือทุกๆ 2-3 ปี (โดยประมาณ) และสิ่งสำคัญควรทำตามคำแนะนำผู้ผลิตรถยนต์ที่ระบุในคู่มือใช้รถของคุณ เพราะรถบางรุ่นมีระบบปิดผนึก ซึ่งไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเกียร์เลย

ประโยชน์ของการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ จะช่วยป้องกันไม่ให้เกียร์ของคุณลื่นไถลเนื่องจากการสึกหรอที่ใช้น้ำมันเกียร์เก่า และช่วยให้คุณขับขี่ได้ด้วยระบบเกียร์ที่มีประสิทธิภาพ เปลี่ยนเกียร์ได้นุ่มนวล ดังนั้นอย่าลืมเช็คตารางเปลี่ยนน้ำมันเกียร์และของเหลวภายในรถอย่างสม่ำเสมอ

การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์สำหรับเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดาแตกต่างกันหรือไม่

โดยปกติแล้วระบบเกียร์อัตโนมัติจะต้องทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์บ่อยกว่าระบบเกียร์ธรรมดา เนื่องจากระบบเกียร์อัตโนมัตินั้นสร้างแรงเสียดทานมากกว่าระบบเกียร์ธรรมดา เกียร์ธรรมดาอาจใช้เวลานานกว่านั้นก่อนที่จะเปลี่ยนถ่ายของเหลว เนื่องจากมีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อยกว่าและไม่ได้ออกแบบมาอย่างซับซ้อนเหมือนเกียร์อัตโนมัติที่มีการออกแบบที่ซับซ้อนมากขึ้น สิ่งสำคัญควรทำตามคำแนะนำผู้ผลิตรถยนต์ที่ระบุในคู่มือใช้รถของคุณ

ทุกส่วนประกอบของรถยนต์ เมื่อถูกใช้งานก็ต้องเสื่อมสภาพตามกาลเวลาเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ ผู้ขับขี่ควรนำรถไปเช็คระยะให้ตรงตามกำหนดทุกครั้ง ช่างผู้เชี่ยวชาญจะทำการตรวจสอบและเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่เสมอ

น้ำมันเกียร์อัตโนมัติมีหลายประเภทและมีคุณภาพที่แตกต่างกัน เมื่อต้องเลือกน้ำมันเกียร์ให้ถูกต้องตรงกับรถของคุณ วิธีที่ดีที่สุดคือ ดูจากการอ้างอิงในคู่มือประจำรถ หรือปรึกษาศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ที่มีความเชี่ยวชาญเชื่อถือได้

มีบริษัทรถยนต์หลายแบรนด์แจ้งในคู่มือหรือบอกกับลูกค้าว่า ระบบส่งกำลังหรือเกียร์อัตโนมัติในรถยนต์ของเขาไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตลอดอายุการใช้งาน โอ้โห มันจะมีน้ำมันเกียร์และระบบเกียร์ที่ดีเลิศทนทานขนาดนั้นกันเลยหรือครับ หรือราคาค่าเกียร์ของใหม่แกะลังมันสูงกว่าค่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ ก็เลยคิดว่า ขายเกียร์ใหม่ หรือซ่อมเกียร์ให้ลูกค้าแล้วคิดค่าแรงกับค่าชิ้นส่วนหลังหมดระยะเวลารับประกันชิ้นส่วน น่าจะได้เงินมากกว่าให้ลูกค้าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามระยะ

เกียร์อัตโนมัติเป็นอุปกรณ์ในระบบขับเคลื่อนที่มีราคาแพง หากขับใช้งานลูกเดียว ไม่เคยมีการเปลี่ยนถ่ายของเหลวหล่อลื่นหรือกรองเกียร์ สุดท้ายเกียร์ก็จะพัง จะพังเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับการใช้งาน บางคันเกียร์พังใกล้หมดการรับประกันก็ดีไป ได้เคลมเกียร์ใหม่ แต่ส่วนใหญ่เกียร์จะพังหลังหมดประกันที่ระยะแสนหรือแสนห้าหมื่นกิโลเมตร ไม่ว่าจะซ่อมหรือเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติลูกใหม่ ค่าซ่อมเกียร์ลูกหนึ่งไม่ถูกและค่าเปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่โดยเฉพาะรถยุโรปมีราคาแพงพอๆกับการถอยรถญี่ปุ่นป้ายแดงคันนึงเลยทีเดียว ถ้าประกันหมดก็อาจทำให้เงินเก็บละลายหายไปจนตกใจ

บอกตามตรงว่าผมไม่เห็นด้วยกับบางบริษัทรถยนต์เรื่องน้ำมันเกียร์ไม่ต้องเปลี่ยนตลอดอายุการใช้งาน รถยนต์ที่ขายในไทยทั้งประกอบในและนอก มีราคาแพงจากอัตราภาษี บวกกับกำไรที่ถูกคิดโดยผู้บริหารระดับสูงของค่ายรถนั้นๆ ทำให้รถยนต์ในไทยเป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูงกว่าประเทศอื่น (แต่เวลาขายแทบสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะราคาหล่นเหว) คนชั้นกลางส่วนใหญ่ใช้รถเยอะเพราะมีแค่คันเดียวในบ้านหลังเล็กๆ ต้องวิ่งไปทำงาน รับส่งลูกๆ หรือวิ่งรับจ้างขนคนขนของ บางคันปีนึงวิ่งไปสามสี่หมื่นกิโลเมตร ถือเป็นเรื่องปกติ

เกียร์อัตโนมัติในรถยนต์รุ่นใหม่ลูกหนึ่งมีราคา 30% ของราคารถ เราใช้รถเยอะเนื่องจากคนที่ซื้อรถส่วนใหญ่ไม่ชอบใช้ระบบขนส่งมวลชนที่ไม่ค่อยจะครอบคลุมเท่าที่ควร รถยนต์ที่ซื้อมาใช้ กว่าจะขายทิ้ง บางทีมีไมล์ 200,000 กิโลเมตรหรือมากกว่านั้น อากาศในไทยร้อนทั้งปีทั้งชาติ เกียร์ทำงานที่อุณหภูมิสูงต่อเนื่องตลอดเวลา น้ำมันเครื่องเมื่อเจอเข้ากับอุณหภูมิสูงต่อเนื่องก็ย่อมเสื่อมสภาพไปตามวันเวลาและระยะทางที่ขับใช้งาน เมื่อขับถึงระยะทุกๆ 40,000 กิโลเมตร ควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทิ้งใส่ของใหม่ เคยเห็นรถเกียร์พังที่ใกล้แสนกิโลเมตรเพราะไม่เคยเปลี่ยนของเหลวหล่อลื่น แกะเกียร์ออกมา น้ำมันเกียร์ เละเป็นช็อกโกแลตครับ เกียร์ใหม่รถญี่ปุ่น ราคาแสนปลายๆ หรือมากกว่านั้น ส่วนเกียร์รถยุโรป ลูกนึงสามสี่แสนหรือทะลุ 6 แสนก็มีครับ

เกียร์ออโต้ที่อยู่ในรถรุ่นใหม่ๆ ปัจจุบันนี้มีอยู่ 3 แบบ คือ

1. เกียร์ AT (Automatic Transmission)

2. เกียร์ CVT (Continuously Variable Transmission)

3. เกียร์ DCT (Dual-Clutch Transmission)

การทำงานที่ต่างกันของระบบและชิ้นส่วนภายใน น้ำมันหล่อลื่นที่สดใหม่ จึงมีความสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้งานเกียร์ออโต้ โดยเฉพาะการหล่อลื่นชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ ภายในเกียร์และระบายความร้อน นอกเหนือจากปัญหาในการใช้งานที่ไม่ถูกต้องแล้ว น้ำมันเกียร์ที่หมดสภาพจะกลายเป็นต้นเหตุของปัญหาด้านการใช้งาน เช่น เกียร์ไม้เปลี่ยน (เกียร์หวืด) ออกตัวช้า ต้องรอนาน มีเสียงดัง กระตุกกระชาก ควรเปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นเกียร์ทุก 40,000 กิโลเมตร เกียร์ CVT ที่ใช้งานหนักย่นระยะลงมาที่สามหมื่นกิโลเมตร โดยเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นระบบส่งกำลังอัตโนมัติให้ถูกต้อง ใช้น้ำมันเกียร์ให้ตรงกับประเภท หรือรูปแบบของเกียร์ที่แตกต่างกันสามแบบ (AT/CVT/DCT)

ปกติแล้วอายุการใช้งานของน้ำมันเกียร์ออโต้ จะอยู่ที่ประมาณ 30,000-40,000 กิโลเมตร ซึ่งการเปลี่ยนน้ำมันเกียร์จะช่วยยืดอายุเกียร์ไปได้อีกนาน และช่วยให้ประหยัดเงินไปได้เยอะเลยทีเดียว แม้ว่าการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์จะไม่สามารถถ่ายน้ำมันเก่าออกมาได้ทั้งหมด 100% โดยจะมีน้ำมันเก่าหลงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย แต่ไม่ได้ส่งผลเสียต่อเกียร์เท่าไรนัก

อย่างไรก็ตาม หากต้องการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ให้ได้ทั้งหมด 100% อาจต้องใช้เครื่องมือพิเศษเข้ามาช่วย นั่นคือการถ่ายน้ำมันเกียร์แบบ Flushing ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์โดยสมบูรณ์นั่นเอง โดยจะช่วยยืดเวลาในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ได้ประมาณ 3-4 ปี แต่ประเทศไทยมีสภาพอากาศที่เป็นตัวกัดกร่อนการทำงานของสารหล่อลื่น จากความร้อน ความชื้น และสภาพการใช้งานที่ขาดความระมัดระวังหรือไม่เข้าใจหลักการทำงานของระบบเกียร์อัตโนมัติ การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์อัตโนมัติที่ระยะ 3-4 หมื่นกิโลเมตร จึงเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ โดยเฉพาะรถใหม่ที่วิ่งเยอะเกิน 100,000 กิโลเมตรในระยะเวลาแค่ 3-4 ปี สุดท้าย การเลือกใช้น้ำมันเกียร์สังเคราะห์ 100% ดีกว่าการเลือกน้ำมันเกียร์เกรดธรรมดา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...