โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไลฟ์สด-เปิดหน้าโชว์ ต้องเป๊ะปัง!! เทรนด์คนเจนฯZ มุ่งทำสวย/หล่อ เดอะคลีนิกค์ ขยับแผนใหญ่ เจาะกลุ่มใหม่

The Better

อัพเดต 13 พ.ย. 2567 เวลา 23.38 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2567 เวลา 17.20 น. • THE BETTER
เดอะคลีนิกค์ เผยเทรนด์คนรุ่นใหม่หันทำศัลยกรรมเสริมความงามเพิ่มและพร้อมบอกต่อใช้บริการ ‘หมอไหน’ ต่อยอดสู่แคมเปญใหญ่ใช้ ‘Music Marketing’ สื่อสารตลาด รับอนาคตธุรกิจฯ 7.2 หมื่นล.โต 10% ยาวอีก 6 ปี

นายแพทย์อภิรุจ ทองวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บนริหาร เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการคลินิกศัลยกรรมเสริมความงาม THE KLINIQUE เปิดเผยว่าปัจจุบัน เดอะคลีนิกค์ ดำเนินธุรกิจร่วม 16 ปี โดยมีฐานผู้เข้ามารับบริการทั้งชาวไทยและต่างชาติรวมกว่า 3 แสนราย และยังเป็นกลุ่มที่กลับเข้ามารับบริการซ้ำ (Loyalty Customer) อย่างต่อเนื่องและผลักดันให้ เดอะคลินิกค์ เป็นหนึ่งในผู้นำตลาดกลุ่มธุรกิจความงามขนาดใหญ่ในประเทศไทยในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม จากการเปลี่ยนผ่านของตลาดไปสู่ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ หรือ เจนเนอเรชั่นซี (Z Generation) ทำให้เดอะคลีนิกค์ ได้วางแผนการดำเนินธุรกิจแบบรอบด้านในการทำตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ดังกล่าวเพิ่มขึ้น หลังจากสำรวจพบว่า เทรนด์คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญในการดูแลตัวเองด้วยการทำหัตถการประเภทต่างๆ ทั้งการใช้เทคโนโลยี ทรีตเมนต์ หรือ การทำศัลยกรรม เพื่อความงามส่วนต่างๆของร่างกาย ที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุธุรกิจศัลยกรรมและเสริมความงามของไทยในปี 2566 คาดมีมูลค่าราว 71,000-72.000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นกลุ่มไม่ใช่ศัลยกรรมความงาม (Non-Surgical) 75% และ กลุ่มศัลยกรรมความงาม (Surgical) 25% มีผู้ให้บริการภายใต้แบรนด์คลินิกต่างๆ ราว 4,000 แบรนด์มากกว่า 10,000 สาขากระจายทั่วประเทศไทย โดย SCB EIC คาดการณ์ว่าในช่วงปี 2022-2030 ธุรกิจฯ ดังกล่าวจะเติบโตต่อเนื่องราว 10%

โดย 3 ปัจจัยหลักสนับสนุน คือ 1. การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย (Aging Society) 2. ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) และ 3. สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) แพลตฟอร์มต่างๆ ในช่องทางอินเทอร์เน็ต

“การเข้ามาของสื่อโซเชียลแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆอย่าง รีล บนเฟซบุ๊ค หรือการไลฟ์สดกิจกรรมต่างๆ ของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่ต้องเปิดหน้าตาของตัวเองออกสื่อมากขึ้น เป็นหนึ่งในปัจจัยต้องการดูแลใบหน้า รูปร่าง ให้ดูดีขึ้นตามมา” นายแพทย์อภิรุจ กล่าวพร้อมเสริมว่า "ในช่วงที่ผ่านมายังพบเทรนด์ที่น่าสนใจคือกลุ่มคนรุ่นใหม่ดังกล่าวมีความกล้าที่จะบอกกับรอบข้างว่าตัวเองเข้ารับบริการเสริมความงามที่คลินิกใดและพร้อมจะรีวิวในทุกเคสจากบริการหัตการที่ได้รับหรือการศัลยกรรมจากคลินิกนั้นๆ"

ล่าสุด เดอะคลินิกค์ ร่วมกับพันธมิตรดนตรีระดับโลกวอร์นเนอร์ มิวสิค (Warner Music) ใช้กลยุทธ์การทำตลาดผ่านดนตรี (Music Marketing) เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมธุรกิจศัลยกรรมฯ ในไทย จัดแคมเปญ ‘หมอไหน’ พร้อมทำมิวสิค วิดีโอ (MV) และภาพยนตร์โฆษณา (TVC) ซึ่งได้ น้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ ศิลปินนักร้อง ร่วมร้องเพลงในแคมเปญนี้ เพื่อสื่อสารการตลาดไปยังผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ทั้งในช่องทางสื่อดั้งเดิมและสื่อออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่างๆ ซึ่งปัจจุบัน MV เพลงหมอไหน มียอดการรับชมมากกว่า 1 ล้านวิวแล้ว

นายแพทย์อภิรุจ เสริมว่ากลยุทธ์ดังกล่าว ยังสอดคล้องกับแผนธุรกิจ เดอะคลีนิกค์ ในปี 2568 เตรียมแผนขยายสาขาให้บริการเพิ่มไม่ต่ำกว่า 10-15 แห่ง คาดใช้งบลงทุนเฉลี่ย 30 ล้านบาทต่อสาขา จากในปี 2567 นี้ บริษัทใช้งบลงทุนราว 300 ล้านบาทขยายสาขาใหม่จำนวน 20 แห่ง จากปัจจุบันเปิดให้บริการเดอะคลีนิกค์ รวม 70 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด ด้วยจำนวนสาขาในสัดส่วนใกล้เคียงกัน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าตามเทรนด์ดังกล่าวที่เพิ่มขึ้นในตลาดต่างจังหวัดด้วย

นอกจากนี้ เดอะคลีนิกค์ จะยังมุ่งให้บริการหัตการเสริมความงามและศัลยกรรมความงามภายใต้เทคโนโลยีนำเข้าจากต่างประเทศที่ได้การรองรับมาตรฐาน ให้บริการลูกค้าตามเทรนด์ความงามต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าเจนฯซี ด้วย แพคเกจบริการต่าง ๆ ที่ลูกค้ากลุ่มนี้สามารถควบคุมงบประมาณได้ซึ่งในเบื้องต้นพร้อมใช้จ่ายราว 3,000-6,000 บาทต่อใบเสร็จ โดยเดอะคลีนิกค์มีแผนเพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่มนี้ให้อยู่ที่ 10-20% ในอนาคต จากปัจจุบันจะเป็นกลุ่มเจนฯเอ็กซ์ และ เจนฯวาย

“หลังการแพร่ะบาดในช่วงที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มลูกค้าที่เข้ามารับบริการมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ" นายแพทย์อภิรุจ กล่าว

ปัจจุบัน ผู้ใช้บริการเดอะคลีนิกค์ 3 แสนราย แบ่งสัดส่วน 70% เป็นกลุ่มระดับพรีเมี่ยมมีความถี่เข้ามารับบริการต่อเนื่องและพร้อมจับจ่ายต่อโปรแกรมเฉลี่ย 12,000-15,000 ต่อบิล แบ่งเป็นลูกค้าชาวไทยสัดส่วน 85% และ ต่างชาติมาจากกลุ่มประเทศ CLMV จีน และเอเชียราว 15% ซึ่งจากนี้ไป บริษัทฯ มีแผนปรับสัดส่วนลูกค้าต่างชาติเพิ่มเป็น 20-25% ด้วยเป็นกลุ่มลูกค้าที่พร้อมใช้บริการหัตถการโปรแกรมอื่นต่อเนื่อง

ขณะที่ กลุ่มศัลยกรรมความงามที่เข้ามารับบริการในเดอะคลีนิกค์ 6 อันดับแรก คือ จมูก 46%, ตา43% , ใบหน้า เช่น คาง กราม 26%, ดูดไขมัน 24% หน้าอก 13% และ ร่างกาย เช่น หน้าท้อง ก้น 9%

จากการดำเนินธุรกิจเดอะคลินิกค์ ปัจจุบันมีอัตราการเติบโตมากกว่าตลาดรวมราว 30% หรือ 3 เท่าตัว โดยในปี2567 คาดมีผลดำเนินงานราว 2,900-3,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 10%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...