Sea หุ้นพุ่ง 21% หลังพลิกทำกำไรอีกครั้ง อานิสงส์รายได้ Shopee โตแกร่ง
Sea หุ้นพุ่ง 21% หลังพลิกกำไรไตรมาส 3 จากที่ขาดทุนในปีที่แล้ว เผย รายได้จาก Shopee โตแข็งแกร่ง ทั้งคำสั่งซื้อและธุรกรรม
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า ซี (Sea) บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสิงคโปร์ พุ่งขึ้น 21% ในการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเมื่อวันอังคาร (12 พ.ย.) หลังจาก ช้อปปี้ (Shopee) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซซึ่งเป็นบริษัทลูก พลิกกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง หลังจากการลงทุนใหม่เป็นเวลา 1 ปีเพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในไตรมาสเดือนก.ค.ถึงเดือนก.ย. Shopee รายงานกำไร EBITDA ที่ปรับฐานแล้ว ที่ระดับ 34.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการพลิกกลับมาจากการขาดทุน 346.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
นายฟอร์เรสต์ หลี่ ซีอีโอของSea กล่าวในการรายงานผลประกอบการว่า บริษัทคาดว่า Shopee จะยังคงทำกำไรได้ต่อไป ในขณะที่บริษัทมุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในไตรมาสที่ 3 Sea มีรายได้สุทธิหลักหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 153.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับว่าเป็นการพลิกฟื้นที่ดีขึ้นอย่างมาก หลังจากขาดทุน 144 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่แล้ว และเป็นการทำกำไรได้เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน
ด้านรายได้รวม เพิ่มขึ้น 30.8% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้ของ Shopee ซึ่งครองสัดส่วนประมาณ 80% ของรายได้รวมของ Sea
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของSea เกิดขึ้นหลังจากการเปลี่ยนแปลงล่าสุด ในการลงทุนใหม่เพื่อการเติบโตท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจาก ติ๊กต๊อก (TikTok) ของไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งกำลังขยายตัวในตลาดอีคอมเมิร์ซของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
หลังจากที่ Seaปรับลดต้นทุนในช่วงแรกเพื่อให้มีกำไรแล้วนั้น บริษัทได้เปลี่ยนมุ่งเน้นการแข่งขันในเชิงรุกในช่วงปลายปี 2565 เนื่องจากฟีเจอร์การขายแบบไลฟ์สตรีมของ TikTok ได้กลายมาเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ ซึ่งการลงทุนในด้านการขายออนไลน์แบบไลฟ์สตรีมของ Shopee ซึ่งคล้ายคลึงกับ TikTok ได้เริ่มให้ผลตอบแทนที่ชัดเจน และก่อให้เกิดผลกำไร
นายหลี่ กล่าวว่า Shopee ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย ทั้งในแง่ของปริมาณการสั่งซื้อและมูลค่าของสินค้าที่ขายผ่านฟีเจอร์ไลฟ์สตรีม โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวนสตรีมเมอร์รายวันบน Shopee เพิ่มขึ้น 50% และจำนวนผู้ซื้อรายวันก็เพิ่มขึ้น 15%
แม้ว่าค่าคอมมิชชั่นของผู้ค้าจะเพิ่มขึ้นทั่วภูมิภาคในปีนี้ แต่ Seaก็สามารถรักษาการเติบโตของการทำธุรกรรมเอาไว้ได้ โดยมีแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่ทำตามแนวทางของ Shopee ในการปรับขึ้นค่าคอมมิชชั่น
ด้านนายคริส เฟิง ประธานของSea กล่าวว่า ภูมิทัศน์การแข่งขันนั้นค่อนข้างเสถียร และ Shopee ยังคงรักษาข้อได้เปรียบด้านราคาที่สามารถแข่งขันได้ เหนือคู่แข่งใหม่จากจีน เช่น เทมู (Temu) ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในเวียดนามและไทย
ทั้งนี้ หุ้นของ Sea ทุ่งขึ้นมากกว่า 2 เท่าในปี 2566 แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าจุดสูงสุดประเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนต.ค. 2564 ประมาณ 70%
อ้างอิง : asia.nikkei.com