โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Sea หุ้นพุ่ง 21% หลังพลิกทำกำไรอีกครั้ง อานิสงส์รายได้ Shopee โตแกร่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ย. 2567 เวลา 16.23 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2567 เวลา 09.23 น.

Sea หุ้นพุ่ง 21% หลังพลิกกำไรไตรมาส 3 จากที่ขาดทุนในปีที่แล้ว เผย รายได้จาก Shopee โตแข็งแกร่ง ทั้งคำสั่งซื้อและธุรกรรม

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า ซี (Sea) บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสิงคโปร์ พุ่งขึ้น 21% ในการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเมื่อวันอังคาร (12 พ.ย.) หลังจาก ช้อปปี้ (Shopee) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซซึ่งเป็นบริษัทลูก พลิกกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง หลังจากการลงทุนใหม่เป็นเวลา 1 ปีเพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในไตรมาสเดือนก.ค.ถึงเดือนก.ย. Shopee รายงานกำไร EBITDA ที่ปรับฐานแล้ว ที่ระดับ 34.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการพลิกกลับมาจากการขาดทุน 346.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

นายฟอร์เรสต์ หลี่ ซีอีโอของSea กล่าวในการรายงานผลประกอบการว่า บริษัทคาดว่า Shopee จะยังคงทำกำไรได้ต่อไป ในขณะที่บริษัทมุ่งเน้นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในไตรมาสที่ 3 Sea มีรายได้สุทธิหลักหักค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 153.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับว่าเป็นการพลิกฟื้นที่ดีขึ้นอย่างมาก หลังจากขาดทุน 144 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่แล้ว และเป็นการทำกำไรได้เป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน

ด้านรายได้รวม เพิ่มขึ้น 30.8% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้ของ Shopee ซึ่งครองสัดส่วนประมาณ 80% ของรายได้รวมของ Sea

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของSea เกิดขึ้นหลังจากการเปลี่ยนแปลงล่าสุด ในการลงทุนใหม่เพื่อการเติบโตท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจาก ติ๊กต๊อก (TikTok) ของไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งกำลังขยายตัวในตลาดอีคอมเมิร์ซของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หลังจากที่ Seaปรับลดต้นทุนในช่วงแรกเพื่อให้มีกำไรแล้วนั้น บริษัทได้เปลี่ยนมุ่งเน้นการแข่งขันในเชิงรุกในช่วงปลายปี 2565 เนื่องจากฟีเจอร์การขายแบบไลฟ์สตรีมของ TikTok ได้กลายมาเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ ซึ่งการลงทุนในด้านการขายออนไลน์แบบไลฟ์สตรีมของ Shopee ซึ่งคล้ายคลึงกับ TikTok ได้เริ่มให้ผลตอบแทนที่ชัดเจน และก่อให้เกิดผลกำไร

นายหลี่ กล่าวว่า Shopee ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย ทั้งในแง่ของปริมาณการสั่งซื้อและมูลค่าของสินค้าที่ขายผ่านฟีเจอร์ไลฟ์สตรีม โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวนสตรีมเมอร์รายวันบน Shopee เพิ่มขึ้น 50% และจำนวนผู้ซื้อรายวันก็เพิ่มขึ้น 15%

แม้ว่าค่าคอมมิชชั่นของผู้ค้าจะเพิ่มขึ้นทั่วภูมิภาคในปีนี้ แต่ Seaก็สามารถรักษาการเติบโตของการทำธุรกรรมเอาไว้ได้ โดยมีแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่ทำตามแนวทางของ Shopee ในการปรับขึ้นค่าคอมมิชชั่น

ด้านนายคริส เฟิง ประธานของSea กล่าวว่า ภูมิทัศน์การแข่งขันนั้นค่อนข้างเสถียร และ Shopee ยังคงรักษาข้อได้เปรียบด้านราคาที่สามารถแข่งขันได้ เหนือคู่แข่งใหม่จากจีน เช่น เทมู (Temu) ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในเวียดนามและไทย

ทั้งนี้ หุ้นของ Sea ทุ่งขึ้นมากกว่า 2 เท่าในปี 2566 แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าจุดสูงสุดประเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนต.ค. 2564 ประมาณ 70%

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซึยน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...