โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หาดทิพย์ลงทุนแล้ว 3 พันล้าน ยกเครื่องโรงงานยั่งยืน เปิดไลน์ผลิตขวดแบบใหม่ หมุนเวียนใช้ทุกทรัพยากร

Thairath Money

อัพเดต 30 พ.ย. 2567 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2567 เวลา 10.12 น.
ภาพไฮไลต์

บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ “โคคา-โคล่า” หรือ “โค้ก” ใน 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดให้ชมโรงงานในอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมเปิดไลน์การผลิตขวดแก้วแบบใหม่ ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เดินหน้าลดการใช้พลาสติก ลดการใช้น้ำในการผลิต ใช้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด ตลอดจนใช้บ่อกำจัดน้ำเสียด้วยระบบธรรมชาติ

โดยเน้นย้ำว่า ทั้งระบบนิเวศการผลิตของหาดทิพย์จะมุ่งเน้นไปที่การผสานด้านความยั่งยืน ที่ผ่านมาถึงปี 2024 ได้มีการลงทุนไปแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานของบริษัท เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพ ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

หาดทิพย์ดำเนินงานมาแล้วกว่า 55 ปี โดยมีจุดเริ่มต้นในปี 1969 จนปัจจุบัน หาดทิพย์มีโรงงาน 2 แห่ง คือ โรงงานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และโรงงานพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีพนักงานมากกว่า 2,000 คน ในสาขา 19 แห่งที่ครอบคลุมทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ มีศูนย์กระจายสินค้า 19 แห่ง มาพร้อมกับรถขนส่งอีกกว่า 200 คัน และยังมีร้านค้าเอาท์เล็ตกว่า 46,000 ร้าน

ล่าสุด หาดทิพย์ได้เผยถึงเป้าหมาย 4 ด้านที่จะจัดการในเรื่องของความยั่งยืน ได้แก่ การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาและส่งเสริมบุคลากรด้านความรับผิดชอบต่อสังคม

จอห์น เบเนเดตตี รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการอาวุโส - ซัพพลายเชน บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “หาดทิพย์เดินหน้ายกระดับกระบวนการและเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวล้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการผสานความยั่งยืนในกระบวนการผลิต และล่าสุดได้เปิดสายการผลิตขวดแก้วใหม่เพื่อส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน”

โรงงานการผลิตใหม่นี้ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 315 ไร่ จะมีไลน์การผลิตทั้งหมด 6 ไลน์ รองรับการผลิตทั้ง ผลิตภัณฑ์ที่เป็นขวด PET กระป๋อง ขวดแก้ว และ Fountain สำหรับตู้กดน้ำ ซึ่งหาดทิพย์ยังมีการผลิตตัว Preform หรือแบบพลาสติกที่จะนำมาเป่าขึ้นเป็นขวด PET เอง และยังมีโกดังเก็บสินค้าที่รองรับเครื่องดื่มได้กว่า 2 ล้านแพ็ค

สำหรับสายการผลิตขวดแก้วใหม่ที่เพิ่งเปิดดำเนินการเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีกำลังการผลิตขวดแก้วสูงสุดถึง 800 ขวดต่อนาที และผลิตได้ทั้งขวดแก้วชนิดคืนขวดและไม่คืนขวด หลังจากนี้ จะมีการทยอยปรับการผลิตเครื่องดื่มในบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วจากที่โรงงานหาดใหญ่มายังโรงงานพุนพิน ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

นอกจากขวดแก้วใหม่แล้ว หาดทิพย์ยังออกแบบลังบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยป้องกันการกระแทก ทำให้ขวดแก้วใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้นรวมทั้งใช้ฉลากกระดาษที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอีกด้วย

สายการผลิตขวดแก้วใหม่นี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของหาดทิพย์ เนื่องจากบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วชนิดคืนขวดยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะในช่องทางโรงแรม ร้านอาหาร และภัตตาคารในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งผู้บริโภคนิยมดื่มเครื่องดื่มภายในร้าน อีกทั้งยังเป็นประเภทของบรรจุภัณฑ์ที่หาดทิพย์มีศักยภาพในการแข่งขันสูงกว่าคู่แข่ง และยังช่วยเสริมความสามารถในการบริหารต้นทุนบรรจุภัณฑ์ในระยะยาวให้ดียิ่งขึ้นด้วยการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

โรงงานใหม่ หมุนเวียนน้ำมาใช้ซ้ำได้ 100%

โรงงานพุนพินได้ออกแบบมาให้ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยกระบวนการที่ลดการใช้และหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ซ้ำได้ 100% ในการผลิตที่ไม่ใช่ส่วนประกอบของเครื่องดื่ม โดยหาดทิพย์ได้สนับสนุนเรื่องการใช้ทรัพยากรน้ำ ดังนี้

  • ลดการใช้น้ำในการผลิต: ตั้งเป้าลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิต จากปัจจุบัน 1.54 ลิตรต่อหน่วยการผลิตให้เหลือ 1.39 ลิตรต่อหน่วยการผลิตภายในปี 2030 ผ่านการดำเนินงานต่าง ๆ เช่น การปรับขนาดหัวฉีดล้างขวดแก้ว การติดตั้งเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่น และการติดตั้งระบบล้างรถอัตโนมัติที่ใช้น้ำจากการหมุนเวียน

  • นำน้ำสะอาดกลับมาใช้: ตามโครงการ UF Recover Backwash ที่เปลี่ยนมาใช้ไส้กรอง Ultrafiltration ซึ่งสามารถนำน้ำสะอาดกลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดปริมาณการใช้น้ำได้ถึง 44,513 ลูกบาศก์เมตรต่อปีเมื่อเทียบกับระบบเดิมในปี 2022 ช่วยลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตลงได้ถึง 9%

  • บำบัดน้ำเสียด้วยระบบธรรมชาติ: บ่อบำบัดน้ำเสียบนพื้นที่ 26 ไร่ ที่ใช้พลังงานต่ำ และใช้แบคทีเรีย Anaerobic ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำเสีย สามารถรองรับน้ำทิ้งได้เพียงพอกับกำลังการผลิตของโรงงานและมีคุณภาพที่ได้มาตรฐานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม

ปรับมาใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน

นอกจากนี้ หาดทิพย์ยังตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 โดยมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งซัพพลายเชน และหันมาใช้พลังงานสะอาดอย่างมีประสิทธิภาพ

  • เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด: ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคารผลิต และโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ ซึ่งสามารถผลิตพลังงานทดแทนมาใช้ภายในโรงงานได้ถึง 19% ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 3,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มเติม โดยคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในโรงงานได้ถึง 28% ก่อนสิ้นปี 2025

  • ใช้พลังงานทดแทน: มีแผนเพิ่มการใช้รถยกไฟฟ้าในคลังสินค้า และใช้รถขนส่งที่ใช้เชื้อเพลิง NGV นอกจากนี้ โรงงานพุนพินยังติดตั้งหม้อไอน้ำที่ใช้เชื้อเพลิง LPG รวมถึงระบบหมุนเวียนความร้อนกลับมาใช้ใหม่

ปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ เน้นการผลิตขวดแก้ว-ใช้ฉลากกระดาษ

หาดทิพย์มุ่งมั่นใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน โดยใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วเพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้บรรจุภัณฑ์หมุนเวียน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้บริโภค โดยมีการดำเนินการ ดังนี้

  • ลดปริมาณและน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์: ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา หาดทิพย์สามารถลดปริมาณการใช้พลาสติกใหม่ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ลงถึง 911 ตัน และลดการใช้อะลูมิเนียมลง 404 ตัน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 4,670 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ส่วนในปี 2024 นี้ มีเป้าหมายที่จะลดน้ำหนักพลาสติกในบรรจุภัณฑ์ลงให้ได้ 800 ตัน โดยล่าสุดสามารถลดน้ำหนักพลาสติกที่ใช้ผลิตฝาขวดน้ำอัดลมจาก 2.45 กรัม เหลือ 1.75 กรัม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการใช้พลาสติกที่ลดลงถึง 28%

  • เน้นบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว: หาดทิพย์ส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว เพื่อลดการใช้พลาสติก และใช้ฉลากกระดาษที่ย่อยสลายได้ นอกจากนี้ยังร่วมมือกับโคคา-โคล่าในการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากพลาสติก PET รีไซเคิล หรือ rPET 100% (ไม่รวมฉลากและฝา) ในผลิตภัณฑ์ “โคคา-โคล่า” ขนาด 1 ลิตร

  • นำบรรจุภัณฑ์กลับมาแปรรูปใช้ใหม่: ร่วมมือกับพันธมิตรในการจัดเก็บขวดพลาสติกและกระป๋องเครื่องดื่มที่ใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล รวมทั้งร่วมกับภาครัฐ เอกชน และองค์กรต่าง ๆ ออกแบบแคมเปญ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้ผู้บริโภคร่วมลดและแยกขยะอย่างจริงจัง

โดยหาดทิพย์ยังได้มีการบูรณาการกระบวนการผลิตเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างเช่น ระบบคลาวด์ ในการใช้มอนิเตอร์ข้อมูลการใช้งานพลังงานได้แบบเรียลไทม์ เพื่อนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ออกแบบหาโซลูชันต่อ อีกทั้งยังใช้ AI ในไลน์การผลิต เพื่อตรวจสอบคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ ตั้งแต่เรื่องความสะอาด คุณภาพ และความเสียหาย ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดระหว่างการผลิตลงได้ และยังช่วยเพิ่มมาตรฐานด้านความปลอดภัยอีกด้วย

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หาดทิพย์ลงทุนแล้ว 3 พันล้าน ยกเครื่องโรงงานยั่งยืน เปิดไลน์ผลิตขวดแบบใหม่ หมุนเวียนใช้ทุกทรัพยากร

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...