โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้ำ!! กรุงเทพมหานคร ขับรถเร็ว ห้ามเกิน 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใครฝืน เจอกล้องตรวจจับ

TOJO NEWS

อัพเดต 26 ธ.ค. 2567 เวลา 08.29 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2567 เวลา 23.00 น. • Admin Tojo

กทม. ย้ำ จำกัดความเร็วรถยนต์ 60 km/h เตรียมใช้ กล้องตรวจจับช่วย ออกใบสั่งให้เหมือนในต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ. อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายสิทธิพร สมคิดสรรพ์ ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง ร่วมแถลงข่าวถึงมาตรการจำกัดความเร็วของรถในเขตกรุงเทพมหานครเหลือ 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง (km/h) ณ ศูนย์ระบบเทคโนโลยีจราจร ชั้น 2 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันขีดจำกัดความเร็วบนถนนในต่างประเทศจากการสำรวจเมื่อเทียบกับประเทศไทยพบว่าถนนในกรุงเทพมหานครมีกำหนดขีดจำกัดความเร็วสูงกว่าประเทศอื่นๆ คือ 80 km/h ในขณะที่ประเทศที่กำหนดความเร็วในเขตเมืองต่ำสุดคือฟิลิปปินส์ (40 km/h) และสูงสุดคือมาเลเซีย (90 km/h) โดยเฉลี่ยจึงอยู่ที่ 50 km/h โดยอัตราการเสียชีวิต (Fatality Risk) เทียบความแรงกระแทกจากการชน พบว่า การใช้ความเร็วที่ 60 km/h มีโอกาสเสียชีวิตประมาณ 20 % หากใช้ความเร็ว 80 km/h มีโอกาสเสียชีวิตประมาณ 60 % โดยปัจจุบันการใช้ความเร็วเฉลี่ยบนถนนในกรุงเทพมหานครกำหนด ขีดจำกัดความเร็วที่ 80 km/h แต่จากการสำรวจพบว่าส่วนใหญ่ใช้ความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน 50 km/h

“การขับรถด้วยความเร็วเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต เช่น กรณีของคุณหมอกระต่าย ซึ่งหากลดความเร็วลงเหลือ 60 km/h จะลดโอกาสเสียชีวิตลงได้ ถึง 3 เท่า โดยในอนาคตจะใช้เทคโนโลยี กล้องตรวจจับ มาช่วย ในเรื่องของบทลงโทษออกใบสั่งให้เหมือนในต่างประเทศ”

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวด้วยว่า เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบในหลายมิติ อาทิ ถูกดำเนินคดี ผิดกฎหมาย ประกันภัยไม่รับผิดชอบ ซึ่งจะเป็นการบังคับทางอ้อมให้เราต้องจำกัดความเร็วและเคารพกฎจราจร เพราะหากเกิดอุบัติเหตุจนทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตก็จะผิดกฎหมายและยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกหลายชีวิต ซึ่งการเสียชีวิตของคน 1 คน ส่งผลกระทบมหาศาลกับเศรษฐกิจของประเทศ คิดเป็นร้อยละ 1 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และยังพบว่ากรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งใน 15 ประเทศ ที่ยังจำกัดความเร็ว 80 km/h อยู่ ส่วนประเทศอื่นบังคับใช้ความเร็วต่ำกว่านี้หมดแล้ว ซึ่งในอนาคตกรุงเทพมหานครอาจจำกัดให้ความเร็วให้ต่ำลงอีกในพื้นที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน ชุมชน เพื่อลดอุบัติเหตุและลดความเสียหายจากการสูญเสียด้วยอุบัติเหตุ

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในตอนท้ายว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) ปรับปรุงมาตรการหลายอย่างเพื่อความปลอดภัยท้องถนน เช่น เพิ่มไฟฟ้าแสงสว่าง กว่า 90,000 ดวง ปรับปรุงทางม้าลายให้ชัดเจนขึ้น กว่า 1,000 แห่ง ปรับจุดเสี่ยงอุบัติเหตุในกรุงเทพฯ กว่า 100 จุด ซึ่งทำให้อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในกรุงเทพฯ ลดลงถึง 9 % อัตราการตายในระดับประเทศลดลง 1% แสดงว่า กทม. เดินมาถูกทางแล้ว โครงการจำกัดความเร็วนี้ จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตลงได้ อาจจะไม่ได้แก้ปัญหาการจราจรติดขัดโดยตรง แต่แก้ปัญหาผู้เสียชีวิตจากความเร็ว ลดอุบัติเหตุ ช่วยเศรษฐกิจประเทศ

ด้านรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเสริมว่า แนวโน้มของสาเหตุที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิต ช่วงปี พ.ศ. 2564 – 2567 พบว่า 1. จำนวนผู้เสียชีวิตจากสาเหตุการดื่มแล้วขับโดยรวมมีแนวโน้มลดลงในช่วงปี 2564-2567 แต่กลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2567แสดงให้เห็นว่า แม้สถานการณ์จะดูเหมือนดีขึ้นแต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด 2. จำนวนผู้เสียชีวิตจากสาเหตุการใช้ความเร็วเกินกำหนดโดยรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2564 - 2566 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2566 มีผู้เสียชีวิตจากพฤติกรรม "ขับเร็ว" สูงถึง 268 ราย แต่มีแนวโน้มจะลดลงในช่วงปี 2567 โดยลดลงเหลือ 165 ราย

ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แม้ความพยายามในการป้องกันจะเริ่มเห็นผล แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่อง และ 3. จำนวนผู้เสียชีวิตจากสาเหตุการฝ่าฝืนกฎจราจรโดยรวมมีแนวโน้มคงที่ในช่วงปี 2564 - 2567 การ “ฝ่าสัญญาณไฟจราจร” เป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่พบมากที่สุด สะท้อนถึงการไม่เคารพกฎและมักนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การชนประสานงาหรือการชนท้าย นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ ร่วมกับการฝ่าสัญญาณไฟจราจร เช่น ขับเร็ว แซง เลี้ยวตัดหน้าเปลี่ยนเลนกระทันหัน ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุมากขึ้น

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...