โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รู้จัก โรคไขสันหลังอักเสบ 'เสี่ยงหนัก' หากภูมิคุ้มกันตก เช็กอาการเบื้องต้น

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ธ.ค. 2567 เวลา 12.50 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2567 เวลา 12.27 น.

รู้จัก โรคไขสันหลังอักเสบ เสี่ยงหนัก หากภูมิคุ้มกันตก เช็กอาการเบื้องต้น

โรคไขสันหลังอักเสบ – เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม จากกรณีการเสียชีวิตของ ผิง ชญาดา นักร้องหญิง ที่ระบุว่ามีสาเหตุมาจากการนวดบิดคอ ที่ร้านนวดแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานีนั้น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยผลวินิจฉัยจากแพทย์ว่า เป็น “โรคไขสันหลังอักเสบ” จึงได้ให้ยารักษา หลังจากนั้น น้องผิงเกิดอาการเกร็งและอ่อนแรง จึงส่งตัวเข้ารักษาในห้องไอซียู ก่อนจะมีอาการช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม (สมศักดิ์ ยันเคสนักร้องสาว ไม่ได้ดับจากร้านนวด เผยผลวินิจฉัยเป็น โรคไขสันหลังอักเสบ)

มติชนออนไลน์ ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโรคไขสันหลังอักเสบไว้ ดังนี้ โรคไขสันหลังอักเสบ คือ โรคที่มีอาการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นประสาทในไขสันหลัง

สาเหตุการเกิดโรคไขสันหลังอักเสบ

เกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือเกิดจากภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติเข้าทำลายไขสันหลัง หรืออาจเกิดภายหลังการติดเชื้อ อาทิ โรคติดเชื้อไวรัส โรคทางภูมิคุ้มกันต้านทานโรคผิดปกติ เช่น โรคเอสแอลอี โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง การได้รับวัคซีน เช่น วัคซีนโรคหัด โรคคางทูม โรคไขสันหลังอักเสบ

โดยส่วนใหญ่จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และอาจมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคร่วมกับปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมที่มากระตุ้น เช่น การติดเชื้อไวรัส เช่น เริม อีสุกอีใส งูสวัด หัดเยอรมัน เอนเทอโรไวรัส หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น วัณโรค ซิฟิลิส ไมโคพลาสมา

สัญญาณเตือน อาการของโรคไขสันหลังอักเสบ

จะมีอาการแขนขาอ่อนแรง ชา เช่น ขาทั้ง 2 ข้างอ่อนแรง บางรายอาจลุกลามขึ้นไปที่แขนทั้ง 2 ข้างอ่อนแรง มีอาการชา (ตรวจพบอาการชาเป็นระดับ level ที่ชัดเจน) มีอาการปวดหลังแบบฉับพลันนำมาก่อนได้ หรือระบบขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะผิดปกติ โดยบางรายจะมีอาการแสบร้อน หรือมีอาการคล้ายมีอะไรมารัดตามตัว มีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อคล้ายเป็นตะคริว

โดยอาการเหล่านี้มักเป็นรุนแรงมากขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหลายวัน ผู้ป่วยบางรายอาจมีไข้ เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ ปวดคอ ร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม โรคนี้ไม่สามารถป้องกันได้โดยตรง อาจป้องกันโดยการรักษาสุขอนามัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส หากเป็นโรคไขสันหลังอักเสบผู้ป่วยจะต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำกายภาพบำบัด ฝึกการขับถ่ายตามแพทย์แนะนำ ดูแลอย่าให้ท้องผูก ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ทานยาให้ครบถ้วน ไม่ขาดยา และควรไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการแขนขาอ่อนแรงมากขึ้น

สำหรับการวินิจฉัยโรค เพื่อหาสาเหตุของไขสันหลังอักเสบ

1.การส่งตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อดูตำแหน่งรอยโรค และเพื่อหาสาเหตุอื่นๆ ที่อาจแสดงอาการคล้ายคลึงกัน เช่น การมีก้อนมากดทับไขสันหลัง
2.การตรวจน้ำไขสันหลังเพื่อดูการอักเสบ และส่งตรวจเพื่อหาเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของไขสันหลังอักเสบ เช่น NMO-IgG, MOG-IgG
3.การตรวจเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ ซึ่งจะบอกสาเหตุที่แน่ชัดและช่วยวางแผนการรักษาในระยะยาว
4.การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (MRI brain) : ไม่ได้ทำในทุกราย ทำในรายที่ตรวจพบอาการแสดงผิดปกติของสมองร่วมด้วย เช่น ตามัว อาเจียนมาก เส้นประสาทสมองทำงานผิดปกติ (cranial nerve palsy) ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถพบได้ในโรค Neuromyelitis optica (NMO)

แนวทางการรักษาโรคไขสันหลังอักเสบ

การรักษาถ้าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสต้องให้ยาต้านไวรัส แต่หากเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติในระยะเฉียบพลัน จำเป็นต้องได้รับยาสเตียรอยด์ขนาดสูงทางหลอดเลือดดำ

ถ้าอาการไม่ดีขึ้นต้องได้รับการเปลี่ยนถ่ายพลาสมา สำหรับการรักษาในระยะยาวขึ้นอยู่กับผลของการตรวจเลือด ถ้าพบว่ามีการกำเริบของโรคจะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลาอย่างน้อย 3-5 ปี

ส่วนในกรณีที่เป็นโรคไขสันหลังอักเสบแต่ไม่พบการกำเริบของโรค ผู้ป่วยจะได้รับยากดภูมิคุ้มกันเพียงระยะสั้น 6 เดือน เนื่องจากยากดภูมิคุ้มกันมีผลข้างเคียง เช่น การติดเชื้อ เบาหวาน ไขมันสูง กระดูกพรุน เป็นต้น

ที่มา : 1 2 3

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก โรคไขสันหลังอักเสบ ‘เสี่ยงหนัก’ หากภูมิคุ้มกันตก เช็กอาการเบื้องต้น

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...