ธปท. ตรวจสอบ 11 แอปฯ เงินกู้ พบ 10 แอปฯ เถื่อน เตรียมส่งต่อให้ ดีอี สั่งปิด
ธปท. ตรวจสอบ 11 แอปฯ เงินกู้ พบ 10 แอปฯ ผิดกฎหมายมี 1 แอปฯ ถูกต้อง โดยจะส่งรายงานการตรวจสอบให้ ดีอี ต้นสัปดาห์หน้าแจ้งเจ้าของระบบให้ลบแอปฯ เถื่อนออกจาก App Store แล Play Store
จากกรณีคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ระบุว่าได้ขยายผลเรื่อง แอปฯ เงินกู้ น่าสงสัย 11 แอปพลิเคชันที่อยู่บน Play Store ร้านค้าแอปฯ ออนไลน์ของระบบปฏิบัติการมือถือ Google Android และได้ส่งข้อมูลไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เพื่อดำเนินการตรวจสอบ
นางสาวพีรจิต ปัทมสูต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายคุ้มครอง และตรวจสอบบริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ตรวจสอบแอปพลิเคชันทั้งหมดครบแล้วทั้ง 11 แอปฯ โดยพบว่าเป็นแอปพลิเคชั่นกู้เงินที่ไม่ถูกกฎหมายจำนวน 10 แอปฯ และส่วนอีก 1 แอปฯ เป็นแอปพลิเคชั่นจากผู้ให้บริการที่ถูกต้องจริง โดยจากนี้ ธปท. จะดำเนินการส่งหนังสือไปยัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อให้ดำเนินการปิดแอปพลิเคชั่นที่อยู่ใน Apple Store และ Play Store
“ธปท.จะส่งหนังสือรายงานยืนยันการตรวจสอบแอปฯ สินเชื่อทั้ง 11 แห่งไปยังดีอีภายในต้นสัปดาห์หน้า (3 -7ก.พ.68) เพื่อให้แจ้งกับ Apple Store และ Play Store ให้ลบแอปฯ กู้เงินที่ไม่ถูกกฎหมายออกจากสโตร์ทั้งสองแห่ง”
นางสาวพีรจิต กล่าวอีกว่า ผู้ที่สามารถให้บริการแอปฯ สินเชื่อส่วนบุคคลได้จะต้องมาขออนุญาตจากธปท.ก่อน หลังจากนั้นจะส่งให้ไปกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาให้ใบอนุญาต ซึ่งรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมายประชาชนสามารถตรวจสอบได้
ทั้งนี้การให้สินเชื่อต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ที่กำหนดให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มิใช่สถาบันการเงิน เรียกดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 15% ต่อปี ซึ่งหากพบว่าแอปเงินกู้รายใดมีการเรียกเก็บเกินกำหนดก็จะถูกลบออก
“แอปฯ สินเชื่อไม่ถูกกฎหมายที่พบมีทั้งกลุ่มที่เป็นเงินกู้นอกระบบและทำแอปพลิเคชั่น และกลุ่มแอปฯ หลอกลวงที่หลอกว่าจะให้บริการเงินกู้บังหน้าแต่นำข้อมูลของประชาชนไปก่อเหตุหลอกลวงภัยการเงินอื่น ซึ่งหากประชาชนพบความเสียหาย ให้แจ้งตำรวจหรือ ธปท. เพราะมีโทษทางอาญา”
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กล่าวว่า หากกระทรวงดีอีได้รับข้อมูลตรวจสอบแอปฯ ทั้งหมดที่ส่งกลับมาจาก ธปท.แล้ว กระทรวงดีอีจะส่งข้อมูลทั้งหมดไปที่แพลตฟอร์มให้ดำเนินการถอนการติดตั้งแอปฯ ที่ผิดกฎหมายทันที
ขณะเดียวกัน ส่วนที่พบว่ามีผู้เสียหายจากการใช้บริการแอปฯ ดังกล่าว กระทรวงดีอีจะส่งข้อมูลที่ได้รับจาก ธปท. รวมถึงข้อมูลของตำรวจที่เก็บหลักฐานของผู้เสียหายไว้ทั้งหมด รบรวมส่งให้ศาลพิจารณาคดี เพื่อเอาผิดกับผู้ให้บริการแอปฯ ต่อไป
“หลังจากดีอีส่งข้อมูลแอปฯ ไปที่แพลตฟอร์มแล้ว แอปฯ จะต้องถูกถอนออกทันที ส่วนแอปฯ ที่พบว่ามีผู้เสียหายร้องเรียนไว้จะดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อรับโทษตามความผิด”