โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยูนิลีเวอร์ปลดพนักงาน 1,500 คนทั่วโลกต่ำกว่าเป้าถึง 80% เปิดรับเพิ่ม 1,000 คนในธุรกิจแบรนด์ไอศครีมชื่อดังในเครือ มั่นใจลดค่าใช้จ่ายตามเป้าหมายเดิมได้กว่า 29,000 ล้านบาท

BTimes

อัพเดต 17 พ.ย. 2567 เวลา 20.18 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2567 เวลา 06.15 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ยูนิลีเวอร์ (Unilever) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชื่อดังระดับโลกจากยุโรป เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อช่วงต้นปีนี้ได้ประกาศเป้าหมายในการปลดพนักงานทั่วโลกมากถึง 7,500 คน เพื่อต้องการตัดลดและประหยัดค่าใช้จ่ายให้ได้ 800 ล้านยูโร หรือ 845 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 29,575 ล้านบาทนั้น สรุปแล้วมีการปลดพนักงานออกเป็นจำนวน 1,500 คนทั่วโลก หรือต่ำกว่าเป้าหมายถึง 20% นอกจากนี้ ยังได้รับสมัครพนักงานจำนวนมากถึง 1,000 คน ซึ่งเน้นเปิดโอกาสให้พนักงานที่ถูกปลดออกจากสายงานอื่นๆ ของในเครือยูนิลีเวอร์เป็นกลุ่มแรก เพื่อทำงานในธุรกิจไอศครีมแบรนด์เบน แอนด์ เจอร์รี ที่เตรียมจะแยกออกจากกลุ่มยูนิลีเวอร์ไปเป็นบริษัทเอกเทศ

เฮอร์แมนน์ ซอกเกเบิร์ก ประธานสภางานแห่งยุโรปของยูนิลีเวอร์ หรือ UEWC เปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างยูนิลีเวอร์กับยูอีดับเบิลยูซีได้ข้อตกลงที่พึงพอใจทั้ง 2 ฝ่ายตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมผ่านมาว่ายูนิลีเวอร์จะปลดพนักงานเพียง 1,700 คนจากเป้าหมายเดิมที่จะมีพนักงานจำนวนมากถึง 3,200 คนที่จะต้องถูกปลดออกในยุโรป

ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะก่อนที่นายไฮน์ ชูมัคเกอร์ จะเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ ยูนิลีเวอร์ นั้น บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานที่ตกต่ำมาหลายปี และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ายูนิลีเวอร์มีการสร้างแบรนด์สินค้าขึ้นมาเป็นจำนวนมากมายถึงกว่า 400 แบรนด์ ส่งผลให้ผู้จัดการสินค้าและแบรนด์ขาดความสนใจและความต่อเนื่องในการดูแลธุรกิจแต่ละแบรนด์อย่างจริงจัง ด้านนักลงทุน หรือผู้ถือหุ้นมองว่า ยูนิลีเวอร์ปรับตัวช้ามากในช่วงวิกฤตการณ์โรคระบาดโควิด-19 โดยเฉพาะในเรื่องผลกำไร ที่สำคัญ ถึงเวลาที่ยูนิลีเวอร์จะต้องปรับลดความอุ้ยอ้ายขององค์กร และธุรกิจให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูง

เมื่อกรกฎาคมผ่านมา ยูนิลีเวอร์ ซึ่งมีแบรนด์มากกว่า 400 แบรนด์ในหลากหลายประเภทกลุ่มสินค้า เปิดเผยว่า เตรียมปลดพนักงานครั้งใหญ่ชุดแรกจำนวน 3,200 คนในทวีปยุโรป ซึ่งคิดเป็น 43% ของจำนวนพนักงานที่ต้องถูกปลดทั่วโลกทั้งหมด 7,500 คน การปลดพนักงานในครั้งนี้ยังคิดเป็นสัดส่วน 32% ที่ถูกปลดออกจากพนักงานของยูนิลีเวอร์ในภูมิภาคยุโรปซึ่งมีพนักงานรวมกันระหว่าง 10,000-11,000 คน ในขณะที่ เมื่อเทียบกับจำนวนพนักงานของยูนิลีเวอร์ทั้งหมดทั่วโลกนั้น พบว่า พนักงานที่ตกงานชุดแรกในทวีปยุโรปนี้คิดเป็น 2.5% ของทั้งหมด

นายไฮน์ ชูมัคเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอยูนิลีเวอร์ กล่าวว่า สำหรับพนักงานที่เข้าข่ายตกงานในชุดแรกนี้จะเป็นพนักงานประจำในสำนักงานของบริษัทยูนิลีเวอร์ ซึ่งเป็นไปตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรซึ่งเคยแถลงนโยบายในเดือนมีนาคมผ่านมา นอกจากนี้ การปรับลดพนักงานออกในครั้งนี้เป็นไปตามแผนการเติบโตทางธุรกิจและความสามารถในการกำไรให้กับบริษัทฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ ยูนิลีเวอร์ประสบความล้มเหลวในการควบรวมกิจการในช่วงที่ผ่านมา

คอนสแตนทิน่า ทรีโบว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทรัพยากรบุคคล ยูนิลีเวอร์ กล่าวว่า พนักงานทั้งหมดในชุดแรกจำนวน 3,200 คนจะทยอยการปลดออกจากบริษัทจนกระทั่งสิ้นสุดในปี 2025

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2024 ผ่านมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ นายไฮน์ ชูมัคเชอร์ กล่าวว่า การแยกธุรกิจไอศกรีมที่ลงมือทำทันที จะรวมถึงการแยกสำนักงานออกจากสำนักงานใหญ่ที่อัมสเตอร์ดัมด้วย แต่ได้เปิดทางเลือกให้ฝ่ายบริหารธุรกิจไอศกรีมได้ตัดสินใจว่าจะแยกสำนักงานไปตั้งที่ใดก็ได้ เมื่อดำเนินการตัดลดค่าใช้จ่ายควบคู่กับการแยกธุรกิจไอศกรีม ทำให้ตั้งเป้าหมายว่ายูนิลีเวอร์จะสามารถสร้างผลประกอบการโดยเฉพาะยอดขายทั่วโลกได้ถึงช่วงกลางของตัวเลขหลักเดียวได้ และทำผลกำไรปานกลางตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ซีอีโอยูนิลีเวอร์ กล่าวต่อไปว่า กลุ่มธุรกิจอื่นๆ เช่น สบู่ยี่ห้อโดฟ มาร์ไมท์ และเฮลล์แมน จะถูกนำเสนอโปรแกรมตัดลดค่าใช้จ่ายในแบรนด์เหล่านี้ด้วย โดยตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายที่ 800 ล้านยูโร หรือ 869 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 31,284 ล้านบาท ส่งผลให้ต้นทุนในการปรับโครงสร้างทั้งหมดจะคิดเป็น 1.2% ของผลการดำเนินงานในช่วงเวลานั้น

ทั้งนี้ เมื่อเดือนตุลาคม 2023 ผ่านมา ซีอีโอยูนิลีเวอร์ กล่าวว่า บริษัทจะเน้นความสำคัญและให้น้ำหนักกับ 30 แบรนด์สำคัญของบริษัท ซึ่งทำยอดขายได้รวมถึง 70% ของยอดขายทั้งหมด นอกจากนี้ ยังได้ให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงผลกำไรรวมของบริษัทให้ดีขึ้น และจะไม่ใช้นโยบายการควบรวมกิจการเพื่อสร้างผลประกอบการในทางก้าวกระโดด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...