โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเตือน นั่งรถติดนาน ช่วงเทศกาล เสี่ยงลิ่มเลือดอุดตันที่ขา วิ่งขึ้นปอด ถึงตายได้

Khaosod

อัพเดต 21 ธ.ค. 2567 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2567 เวลา 09.27 น.
หมอเตือน นั่งรถติดนานช่วงเทศกาล เสี่ยงลิ่มเลือดอุดตันที่ขาวิ่งขึ้นปอด ถึงตายได้

หมอเตือน นั่งรถติดนาน ช่วงเทศกาลหยุดยาว หรือนั่งเครื่องบินนาน เสี่ยงต่อโรค DVT ภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ขา แล้ววิ่งขึ้นปอด ทำให้เสียชีวิตได้ แนะวิธีป้องกัน

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.67 นพ.ฆนัท ครุธกูล อายุรแพทย์โรคหัวใจ นายกสมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ วันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง ปัญหาที่พบได้ทุกปีคือคนพร้อมใจกันเดินทางกลับต่างจังหวัด ทำให้เกิดรถติดหนักในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นสระบุรี นครราชสีมา ในบางปีมีรถติดยาวกว่า 30 กิโลเมตร หรือบางเส้นทางที่ปกติใช้เวลา 8-10 ชั่วโมง ก็เพิ่มเป็น 15-20 ชั่วโมง มากกว่าปกติ 2-3 เท่า

“ปัญหาที่จะเกิดขึ้นเมื่อรถติด ต้องรถอยู่แต่ในรถออกไปไหนไม่ได้ นั่งรถนานๆ อาจจะเกิดปัญหาตามมา โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือแม้กระทั่งวัยหนุ่มสาว ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ โรคที่จะมาจากการนั่งนานๆ ที่อันตรายมากคือ โรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด คือจะเกิดลิ่มเลือดอุดตันที่ขา แล้ววิ่งขึ้นไปอุดตันที่ปอดทำให้เสียชีวิตได้

นอกจากนี้ สุภาพสตรีก็อาจจะมีการกลั้นปัสสาวะทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไม่รวมถึงอาการปวดเมื่อย ความเครียด และความดันโลหิตสูงที่จะตามมา” นพ.ฆนัท กล่าว

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือ ที่การนั่งรถนาน ถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ นพ.ฆนัท กล่าวว่า เป็นไปได้แน่นอน ทั้งนี้โรค Economy Class Syndrome หรือ Deep Vein Thrombosis (DVT) เป็นภาวะที่เกิดจากการก่อตัวของลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำลึก ส่วนใหญ่มักพบในขา ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการนั่งในท่าเดิมเป็นเวลานาน เช่น ระหว่างการเดินทางโดยเครื่องบินในชั้นประหยัด (Economy Class) หรือการเดินทางทางบกที่ใช้เวลานานมาก

สาเหตุหลักของ Economy Class Syndrome คือการไหลเวียนของเลือดช้าลง การนั่งในท่าคับแคบหรือจำกัดพื้นที่นานๆ ทำให้กล้ามเนื้อขาไม่ขยับตัว ซึ่งส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดช้าลง แรงกดดันจากที่นั่ง โดยที่นั่งในเครื่องบินชั้นประหยัดมักจะแคบ และพื้นที่ระหว่างที่นั่งไม่กว้าง ทำให้เลือดไหลเวียนยากขึ้น ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) ความชื้นต่ำในห้องโดยสารของเครื่องบินทำให้ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งทำให้เลือดมีความหนืดขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด

โดยอาการของ Economy Class Syndrome อาการบวมที่ขา โดยเฉพาะน่องหรือข้อเท้า ปวดขาหรือมีความรู้สึกหนักที่ขา รอยแดงหรืออาการร้อนบริเวณขาในกรณีรุนแรง ลิ่มเลือดอาจหลุดลอยไปที่ปอด (Pulmonary Embolism) ทำให้มีอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสเกิด Economy Class Syndrome การเดินทางที่นานกว่า 4 ชั่วโมง อายุ 60 ปี ขึ้นไป การตั้งครรภ์ ประวัติการเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำลึกมาก่อน มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ หรือมะเร็ง การใช้ยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนบำบัด ภาวะน้ำหนักเกิน

นพ.ฆนัท กล่าวว่า สถิติการเกิด Economy Class Syndrome นั้น มีงานวิจัยพบว่า 1.การเดินทางโดยเครื่องบิน ความเสี่ยงเกิด DVT อยู่ที่ประมาณ 1 ใน 4,500 คน สำหรับการเดินทางที่ใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเมื่อเดินทางเกิน 8 ชั่วโมง

2.การนั่งรถติดเป็นเวลานาน แม้จะยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเท่ากับการเดินทางโดยเครื่องบิน แต่มีกรณีศึกษาที่เชื่อมโยงการเกิด DVT กับการนั่งรถติดในช่วงเวลาหลายชั่วโมง เช่น ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ หรือจากอุบัติเหตุที่ทำให้คนติดอยู่ในรถยนต์เป็นเวลานาน

“กรณีที่ต้องอยู่ในรถนานๆจากการเดินทางออกนอกเมืองในช่วงเทศกาลนั้น ก็ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม เช่น การเดินทางด้วยรถโดยสาร รถทัวร์ที่ส่วนใหญ่มีห้องน้ำในรถก็หายห่วงไปเปราะหนึ่ง แต่หากมีโรคประจำตัวก็ต้องพกยาไว้ในกระเป๋าที่ถือไว้กับตัว ไม่ใช่เก็บยาไว้ในกระเป๋า แต่กระเป๋าอยู่ใต้ท้องรถ หรือกรณีรถส่วนตัว ควรมีคอมฟอร์ต ติดรถเอาไว้ ซึ่งสุภาพสตรีและผู้สูงอายุมีความจำเป็นต้องใช้ เมื่อรถติดมากๆและรถแวะเข้าห้องน้ำระหว่างทางไม่ได้

ส่วนการป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน คือการพยายามยืดเหยียดขา บีดมือ-กำมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง ท่านั่งนี้อาจเพิ่มแรงกดในหลอดเลือดดำ ทั้งนี้ การวางแผนการเดินทางที่เหมาะสม จะลดภาวะการเกิดภาวะโรคดังกล่าวได้” นพ.ฆนัท กล่าว

ที่มา มติชน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอเตือน นั่งรถติดนาน ช่วงเทศกาล เสี่ยงลิ่มเลือดอุดตันที่ขา วิ่งขึ้นปอด ถึงตายได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...