สังคมโจมตีดิไอค่อน เพราะว่าแยกแยะกันไม่เป็น ‘ฟ้าคราม’ ชี้คนที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจ ‘ดิไอค่อน’ ก็มี แต่ไม่กล้าออกมาพูดเพราะถูกกระแสสังคมกดดัน
ฟ้าคราม-ชวิศร์ ชูประทุม อินฟลูเอ็นเซอร์การเมือง โพสต์คลิป Tiktok เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2567 โดยมีการระบุข้อความบนปกคลิปว่า “ทำไมชาว The Icon ไม่ออกมาพูด? สังคมมองลึกถึงหัวใจของธุรกิจเค้าจริง ๆ หรือยัง? ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิดแต่ถ้าถูกก็ต้องให้ความเป็นธรรม เปิดบิลหลักแสนไม่ใช่เพิ่งมี เปิดคอร์สสอนได้ประโยชน์หรือไม่ อย่ากลัวที่จะบอกว่าชวนคน ทำไมจะไม่ได้”
และระบุแคปชั่นว่า “อีกมุมหนึ่งที่อาจจะไม่มีใคร…กล้าพูด เพราะอาจกลัวจะหาว่าช่วยคนไม่.ดี พวกอวดรวย ทั้งที่ข้อเท็จจริงอาจจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากๆ”
ในคลิปฟ้าครามกล่าวว่า สิ่งที่ตนเองจะกล่าวในคลิปนี้ น่าจะอยู่ตรงข้ามกับคนทั้งประเทศ แต่ตนเองก็ไตร่ตรองมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว และเห็นว่าถ้าตนเองไม่ได้พูดออกไปก็จะรู้สึกอึดอัด อีกทั้งยังเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย และพร้อมรับการถูกทัวร์ลง
ฟ้าครามกล่าวว่า ตนเองเชื่อว่ามีอีกหลายคนในดิไอค่อน ที่อยากจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้บอสเหล่านั้น และธุรกิจของดิไอค่อน แต่ที่ไม่เคยมีใครเคยได้ฟังข้อมูลเหล่านี้ เพราะว่าทุกคนกลัวจนไม่มีใครกล้าออกมาพูดอะไร และเรียกร้องให้คนที่ประสบความสำเร็จจากธุรกิจของดิไอค่อนออกมาตอบโต้กระแสสังคมบ้าง
“แล้วก็ไอ้สังคมทั้งหลายเนี่ย ไม่ต้องไปกดดันมันมาก ให้มันออกมาพูดบ้างรู้ว่า hurt (เจ็บปวด) กับผู้ที่เสียหายแต่ไอ้ผู้ที่ขายห่วยแตก แล้วขายไม่เป็นมันก็มี เพราะไอ้คําคมที่มันพูดหลายๆ คํา เอาจริงๆ มันดีนะ มันเอาไปปรับใช้ได้อย่างอื่นได้ด้วย
แต่ไอ้คําคมที่บอกว่ากู้หนี้ยืมสิน ขายบ้าน ขายรถมาเปิดบิลเลย อันนี้นะเอาไอ้ตัวนั้นมาด่า เอาไอ้ตัวนั้นมาลงโทษ เอาไอ้ตัวนั้นมาดำเนินคดีด่วน มึง Overclaim โฆษณาเกินจริง แต่คนอื่นเค้าอาจจะทำดีก็ได้ไม่ใช่หรือ?” ฟ้าครามกล่าว
ฟ้าครามกล่าวว่า ปล่อยให้คนฝ่ายดิไอค่อนออกมาพูดบ้าง คนเหล่านี้เขาไม่ได้บังคับใครให้เปิดบิลใช่หรือไม่ จะลงทุนเท่าไรก็ไม่ได้เกิดจากการบังคับใช่หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็ขอให้ออกมาพูด
ส่วนการชักชวนคนนั้น ไม่ว่าจะธุรกิจไหนก็ต้องชวน การตลาดแบบตรงยุคก่อน ก็มีการสร้างความน่าเชื่อถือ แล้วชักชวนให้คนมาเป็นตัวแทน และมีการเก็ยสต็อกของเป็นจำนวนมาก และตัวแทนเหล่านั้นก็ไม่ได้มีแค่การขายเพียงอย่างเดียว
แต่จะมีการชักชวนจูงใจคนให้เข้ามาเป็นตัวแทนเข้ามาลงทุนกับสินค้าของตัวเอง อีกทั้งการขายของออนไลน์ในยุคก่อนเองก็มีการลงทุน เป็นแสนเป็นล้านด้วยเหมือนกัน มีสินค้ากองอยู่เต็มบ้านเช่นกัน
“ถามสังคมไปเลยว่า ทําไมตอนนั้นไม่ผิด แล้วทําไมตอนนี้อยู่ดีๆ ธุรกิจแบบนี้ถึงผิดขึ้นมา แล้วไอ้เรื่องขายฝันเนี่ย ก็บอกไปเลยว่าฉันสามารถพูดได้แค่ไหน เพราะว่าธุรกิจแบบนี้ ขายของออนไลน์ คนที่อยู่บนหัว ๆ รวยอยู่แล้ว
ตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว ไม่ว่าจะสมัยไหนก็เป็นแบบนี้ เพราะว่าหัว ๆ เนี่ย เขากระจายสินค้ามาสู่ตัวแทน ตัวแทนเข้าก็เบิกสินค้ามาจากหัว ๆ ดารานักแสดงเขาได้มาจากตรงนั้นแล้ว ผมก็ไม่เห็นเขามาสอนขายนะ เขาก็มาทำให้น่าเชื่อถือ แล้วก็เชิญให้มันมีตัวแทนเหมือนกัน” ฟ้าครามกล่าว
ฟ้าครามกล่าวว่าบริษัทชั้นนำอื่น ๆ ทั้งในประเทศไทยและในโลก ก็มีการชักชวนคนให้เข้ามาทำธุรกิจด้วยเช่นกัน เช่นการขายประกัน ซึ่งจะต้องมีการสร้างแรงบันดาลใจด้วยเช่นกัน และสิ่งที่บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ก่อตั้งดิไอค่อนทำนั้น ก็ไม่ได้แตกต่างกับธุรกิจอื่น ๆ
สำหรับคนที่ไปโฆษณาเกินจริงมานั้น ก็ขอให้ออกมายอมรับ และขอร้องให้มีการเอาผิดแค่ข้อหาโฆษณาเกินจริง อย่าให้ถึงขั้นฉ้อโกงประชาชนเลย เพราะเพียงมีเจตนาแค่ต้องการให้คนเข้าถึงธุรกิจเพียงเท่านั้น เพื่อที่จะทำให้คนที่เข้ามานั้น สามารถที่จะหารายได้เพิ่มได้ ถือเป็นการสร้างโอกาส
และใครก็ตามที่ขายสินค้าของดิไอค่อนได้ ก็ควรจะอธิบายว่าตนเองมีความขยันในการนำเสนอสินค้าอย่างขยันขันแข็งอย่างไร มีความเต็มที่กับการลงทุนอย่างไรจนได้เงินกลับมา
“ไอ้คนที่ทำแล้วทำไม่ได้เองเนี่ย เขาก็ยอมรับ ข้อจำกัดนี้มันเป็นแค่ข้อจํากัดของการขายของออนไลน์คือการตลาดแบบตรง” ฟ้าครามกล่าว และกล่าวว่าเมื่อมีการโปรโมทใหญ่ ก็จะมีความคาดหวังเยอะ แต่จะทำได้หรือไม่นั้น ก็ขอให้ออกมาเล่าว่าเพราะอะไร
“สังคมขอร้องเถอะ เอาแค่การตลาดตรงกับ พรบ. ธุรกิจขายตรงสังคมยังไม่เข้าใจ ยังไม่รู้เรื่องเลย เราอาจจะไม่ได้มีข้อมูลของธุรกิจเขามาเลย หรือมากพอก็ได้” ฟ้าครามกล่าว และเรียกร้องให้คนที่ขายสินค้าดิไอค่อนได้ออกมาให้ข้อมูลบ้าง
“ผมให้กำลังใจนะ เพราะผมรู้ว่ามันมีคนทำได้ สังคมมันจะได้แยกแยะกันเป็นบ้าง สู้ ๆ” ฟ้าครามกล่าวทิ้งท้าย