โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราชทัณฑ์ แจงละเอียดยิบ ปม เมธี โผกอด กันต์ กันตถาวร-แซม ในเรือนจำ

Khaosod

อัพเดต 19 ต.ค. 2567 เวลา 07.53 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2567 เวลา 07.53 น.
ราชทัณฑ์ แจงละเอียดยิบ ปม เมธี โผกอด กันต์ กันตถาวร-แซม ในเรือนจำ

ราชทัณฑ์ แจงละเอียดยิบ ปม เมธี โผกอด กันต์ กันตถาวร-แซม ในเรือนจำ ยันทำไม่ได้ อาจแค่เห็นหน้า ส่วน บอสมิน วันที่ 2 ปรับตัวในเรือนจำดีขึ้น อาจได้โอกาสเจอ แม่ตั๊ก

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “คุยกับณชิตเมธี” ซึ่งเป็นเพจที่รวบรวมเรื่องราวของนายเมธี อมรวุฒิกุล อดีตนักแสดงชื่อดัง และอดีตแนวร่วม นปช. หลังถูกศาลสั่งจำคุก 2 ปี ในความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ เมื่อปี 2565 และเพจดังกล่าวดำเนินการเรื่องเนื้อหาโดยภรรยาของนายเมธี

กระทั่งเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ทางเพจออกมาโพสต์ใจความสรุปได้ว่า ทั้งกันต์และแซม สองนักแสดงชายที่เพิ่งเข้าไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้โผกอดนายเมธี จนโซเชียลมีเดียตั้งคำถามว่าสามารถทำได้จริงหรือไม่ ในเมื่อบรรดาบอสชายทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการกักโรคโควิด-19 ภายในห้อง

หากสวมกอดกันจริงจะเป็นมาตรการการคัดกรองโรคที่หละหลวมเกินไปหรือไม่ ต่อมาทางเพจของนายเมธี เฉลยสาเหตุที่ทำให้ทั้งหมดได้เจอกันว่า เนื่องจากนายเมธี เป็นผู้ช่วย-สายตรวจ อยู่แดน 2 (กักกันโรค) โดยอยู่มา 5 เดือนแล้ว ทำให้ต้องเจอนักโทษที่เข้ามาใหม่ทุกวันนั้น

เมื่อวันที่ 19 ต.ค.67 นายปราโมทย์ ทองศรี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทัณฑวิทยา รักษาราชการแทนผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มบอสชายในคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นผู้ต้องขังเข้าใหม่ที่อยู่ระหว่างกักโรคโควิด-19 โดยห้องกักโรคดังกล่าวอยู่ในอาคารที่อยู่ในพื้นที่ของแดน 2 ที่นายเมธีถูกคุมขังอยู่

โดยลักษณะอาคารมี 2 ชั้น ห้องกักโรคโควิด-19 จะอยู่ข้างบน มีหลายห้อง ส่วนแดน 2 อยู่ข้างล่าง ทำให้มีช่องว่างตรงกลางอาคาร ซึ่งผู้ต้องขังชั้น 1 และ 2 สามารถเห็นหน้าตากันได้อยู่บ้าง หรือโบกมือให้กัน แต่การพูดคุยต้องตะโกนถึงจะได้ยิน และไม่สามารถใกล้ชิดผู้ต้องขังใหม่ได้ตามมาตรการป้องกันโควิด-19

ทั้งนี้ เนื่องด้วยนายเมธี นายกันต์ และ แซม ยุรนันท์ คงรู้จักกันในวงการบันเทิง อาจมีการทักทายกันบ้าง แต่ไม่ถึงกับโอบกอดกันได้ เพราะห้องกักโรคจะอยู่เฉพาะผู้ต้องขังใหม่ ส่วนคนอยู่แดน 2 ไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้ได้

ด้านนางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผอ.กองทัณฑวิทยา รักษาราชการแทน ผอ.ทัณฑสถานหญิงกลาง และในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงนางเอกสาว มิน พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมิน ในการอยู่ในเรือนจำคืนที่ 2 ว่า กรณีที่ปรากฏข่าวว่า น.ส.พีชญา มีอาการป่วยโรคกระเพาะอาหารนั้น ปัจจุบันได้รับประทานยารักษาอาการดีขึ้นแล้ว ส่วนการรับประทานอาหารเมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ต.ค. เป็นเมนูข้าวสวย ไข่ต้มและแกงเลียง ขณะที่มื้อเช้าวันที่ 2 เป็นเมนูข้าวสวย แกงจืดวุ้นเส้นผักกาดขาว อีกทั้งยังปรับตัวได้ดีขึ้น นอนหลับในตอนกลางคืนมากขึ้น และระหว่างวันพูดคุยสนทนากับบอสหญิงรายอื่นเป็นครั้งคราว

นางกนกวรรณ กล่าวว่า สำหรับเรื่องความเครียด ความวิตกกังวล ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณผิดปกติจนต้องเฝ้าระวัง ในกรณีของการร้องขอหนังสือธรรมะ หรือหนังสือใดๆ เพื่ออ่านคลายเครียดนั้น ผู้ต้องขังหญิงทั้งหมดยังไม่ร้องขอต่อเจ้าหน้าที่ มีเพียงการสอบถามเรื่องการฝากซื้อของใช้เข้ามาภายในแดน และสอบถามเรื่องช่องทางการเยี่ยมญาติ กรณีของบอสหญิงรายอื่นที่เข้ามาพร้อมกับ น.ส.พีชญา ยังไม่มีรายใดมีอาการเครียด หรือซึมเศร้าจนผิดปกติ ส่วนบอสหญิง 1 รายที่เป็นโรคความดันโลหิตนั้น ล่าสุดผลตรวจปกติ

เมื่อถามว่าหากบรรดาบอสหญิงทั้งหมดครบกักโรควิด-19 เรียบร้อยแล้ว มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะได้เจอกับ น.ส.กรกนก สุวรรณบุตร หรือแม่ตั๊ก ในแดนควบคุมระหว่างพิจารณาคดี นางกนกวรรณ กล่าวว่า มีโอกาสเจอกัน เนื่องจาก แม่ตั๊ก ก่อนหน้านี้เจ้าตัวถูกควบคุมตัวเข้าทัณฑสถานหญิงกลางเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งมีอาการเครียดลงกระเพาะ แพทย์ประจำเรือนจำตรวจร่างกายและมีความเห็นส่งตัวแม่ตั๊ก เข้ารักษายังทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. กระทั่งวันที่ 18 ต.ค. มีอาการดีขึ้น แพทย์จึงส่งหนังสือให้ไปรับกลับแดนควบคุมระหว่างพิจารณาคดี ทำให้มีสิทธิที่บอสหญิงทั้งหมดจะได้เจอกับแม่ตั๊ก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ราชทัณฑ์ แจงละเอียดยิบ ปม เมธี โผกอด กันต์ กันตถาวร-แซม ในเรือนจำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...