โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้น Intel” จ่อหลุดดัชนีดาวโจนส์ หลังหุ้นร่วงมากกว่า 70% จากออลไทม์ไฮ ส.ค.2543

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.ย 2567 เวลา 16.55 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2567 เวลา 09.55 น.

"หุ้น Intel" จ่อหลุดดัชนีดาวโจนส์ หลังหุ้นร่วงมากกว่า 70% จากออลไทม์ไฮช่วง ส.ค.2543 ฉุดมูลค่าตลาดต่ำกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ครั้งแรกในรอบ 30 ปี

วันที่ 3 กันยายน 2567 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า *อินเทล (Intel) เป็น 1 ใน 2 บริษัทเทคโนโลยีแห่งแรกที่เข้าร่วมดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ในช่วงที่ธุรกิจดอทคอมเฟื่องฟูในช่วงปลายทศวรรษ 1990 เช่นเดียวกับบริษัทไมโครซอฟท์ (Microsoft) แต่ปัจจุบันหุ้น Intel ตกต่ำ อาจทำให้สูญเสียสถานะการเป็น 1 ใน 30 หลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณในดัชนีดาวโจนส์*

นักวิเคราะห์และนักลงทุนกล่าวว่า Intel มีแนวโน้มที่จะถูกถอดออกจาก ดัชนีดาวโจนส์ หลังจากที่ราคาหุ้นร่วงลงเกือบ 60% ในปีนี้ ส่งผลให้บริษัทมีผลงานแย่ที่สุดในดัชนี และมีราคาต่ำที่สุดในดัชนีดาวโจนส์

หุ้น Intel ร่วงลงประมาณ 7% ในการซื้อขายเมื่อวันที่ 3 ก.ย.2567 ท่ามกลางการเทขายในตลาดโดยรวม โดยดัชนี Philadelphia SE Semiconductor ลดลงเกือบ 6% ตามรายงานยอดขายชิปทั่วโลกที่ลดลงในเดือนกรกฎาคม

หาก หุ้น Intel ถูกถอดออกจากดัชนีดาวโจนส์ จะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงที่ได้รับความเสียหายอยู่แล้ว บริษัทพลาดโอกาสที่จะได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังจากปฏิเสธการลงทุนใน OpenAI และการสูญเสียกำลังเพิ่มขึ้นในหน่วยการผลิตตามสัญญาที่ผู้ผลิตชิปกำลังสร้างขึ้น โดยหวังว่าจะท้าทาย TSMC

ทั้งนี้เพื่อฟื้นฟูกิจการ Intel ได้ระงับการจ่ายเงินปันผล และประกาศเลิกจ้างพนักงาน 15% ในระหว่างการรายงานผลประกอบการเมื่อเดือนที่แล้ว แต่บรรดานักวิเคราะห์และอดีตสมาชิกคณะกรรมการบางคนเชื่อว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจจะน้อยเกินไปและสายเกินไป

Ryan Detrick หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การตลาดของ Carson Group กล่าวว่า "การที่ Intel จะถูกถอดออกนั้นน่าจะต้องใช้เวลาอีกนาน"

ด้านUBS Securities กล่าวว่า ยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกลดลง 11.1% ในเดือนกรกฎาคมเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีและ 10 ปี

Kinngai Chan นักวิเคราะห์ของ Summit Insights Group กล่าวว่า "ความต้องการของตลาดไม่เอื้ออำนวยต่อ Intel เช่นเดียวกับความผิดพลาดในแผนงานผลิตภัณฑ์ โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากยอดขายชิปหน่วยความจำที่ลดลง"

ขณะเดียวกันสำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า Pat Gelsinger ซีอีโอ Intel และคณะผู้บริหารระดับสูงคาดว่าจะนำเสนอแผนในช่วงปลายเดือนนี้ต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อแยกธุรกิจที่ไม่จำเป็นออกไปและปรับปรุงการใช้จ่ายด้านทุน

S&P Dow Jones Indices ซึ่งเป็นผู้บริหารดัชนี Dow Jones ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นว่า Intel จะถูกถอดออกจากดัชนีหรือไม่ โดยการเปลี่ยนแปลงดัชนีจะดำเนินการตามความจำเป็น และการอัปเดตครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อเครือร้านขายยาที่กำลังประสบปัญหา Walgreens Boots Alliance ถูกแทนที่ด้วย Amazon.com ซึ่งราคาหุ้นเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการอยู่ในดัชนี แตกต่างจากดัชนี S&P 500 ซึ่งต้องคำนึงถึงมูลค่าตลาดด้วย

คณะกรรมการคัดเลือกของดัชนีดาวโจนส์จะติดตามดูว่าหุ้นที่มีราคาสูงที่สุดในดัชนีมีราคาสูงกว่าหุ้นที่มีราคาต่ำสุดมากกว่า 10 เท่าหรือไม่ ปัจจุบัน หุ้นที่มีราคาสูงสุดคือ UnitedHealth Group มีราคาสูงกว่า Intel ประมาณ 29 เท่า นอกจากนี้ Intel ยังเป็นสมาชิกที่มีอิทธิพลน้อยที่สุดในดัชนี โดยมีน้ำหนักเพียง 0.32% อิงจากราคาปิดที่ 20.13 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม

แม้ว่าผลกระทบที่ใหญ่กว่าคือชื่อเสียงของ Intel แต่การถูกถอดออกจากดัชนีจะกระทบต่อหุ้นของบริษัทด้วย ซึ่งลดลงมากกว่า 70% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนสิงหาคม 2543 ทำให้มูลค่าตลาดอยู่ต่ำกว่า 1 แสนนล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

ขณะที่ Nvidia นั้น Ryuta Makino นักวิเคราะห์วิจัยจาก Gabelli Funds ซึ่งเป็นบริษัทผู้ลงทุนด้าน Intel กล่าวว่าบริษัทอาจเข้ามาแทนที่ Intel ในดัชนีดาวโจนส์ได้ ด้วยราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 160% ในปีนี้ จึงกลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก เนื่องจากชิปของบริษัทมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน Gennerative AI การแตกพาร์ในเดือนพฤษภาคมยังเพิ่มโอกาสในการรวมบริษัทเข้าไว้ในรายชื่อในดัชนีด้วย

อย่างไรก็ตามนักลงทุนบางส่วนกล่าวว่าหุ้น Nvidia อาจเป็นหุ้นที่มีความผันผวนเกินไปสำหรับดัชนีดาวโจนส์ ซึ่งมักชอบหุ้นที่มีเสถียรภาพมากกว่า

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...