โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ORI รูดยาวตั้งแต่ต้นปีเฉียด 56% โบรกฯ ยังแนะ "ทยอยซื้อเก็งกำไร" เน้นรับปันผล หลังแนวโน้มกำไรยังไม่สดใส

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ธ.ค. 2567 เวลา 16.33 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2567 เวลา 10.36 น.

ราคาหุ้น บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงวันทำการล่าสุด โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลงถึง 55.63% นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 9.15 บาท เมื่อวันที่ 4 ม.ค.67 และล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ส.ค.67 ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 4.06 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 175.83 ล้านบาท
โดยปัจจัยที่เป็นตัวกดดันราคาหุ้น คาดว่ามาจากความกังวลในด้านผลประกอบการของ ORI ที่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของผลการดำเนินงานปี 2566 ที่ลดลงจากปี 2565 รวมถึงผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกที่มีการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนถึง 45%
ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์ แม้ยังไม่เห็นสัญญาณข่าวดีในหุ้น ORI แต่ยังถือเป็นหุ้นที่ยังคงสามารถเก็บเข้าพอร์ตได้จากนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง
โดยบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ด้วยราคาเหมาะสมสิ้นปี 2567 ที่ 5.70 บาท พร้อมคงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ที่ 1.2 พันลบ. ลดลง 35% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน แม้กำไรปกติในช่วงครึ่งปีแรก 2567 จะคิดเป็น 36% ของประมาณการทั้งปีของบล.หยวนต้า แต่ประเมินกำไรปกติช่วงครึ่งปีหลัง 2567 จะเติบโตจากช่วงครึ่งปีแรกจากฐานต่ำ โดยกำหนดการส่งมอบโครงการแนวสูงสร้างเสร็จใหม่ จำนวน 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.1 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 84% จากช่วงครึ่งปีแรก
ประกอบกับการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเชิงรุกเพื่อเร่งระบายสินค้าคงคลังขณะที่ลดลงจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากอุปสงค์ชะลอตัว ส่วนในระยะสั้นแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการไตรมาส 3/67 ยังไม่ชัดเจน คาดจะเห็นการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปและมีความท้าทายสูงจากการแข่งขันที่รุนแรงเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด
ขณะที่ บริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน ระบุว่า ปีนี้ผู้บริหารปรับเป้าเปิดโครงการลดลงอยู่ที่ 30,000 ลบ. ลดลงจากแผนเดิม 19% โดยลดลงจากแนวราบมาอยู่ที่ 10,000 ลบ. ส่วนคอนโด 20,000 ลบ. เท่าเดิม ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่ายังมียอดขายที่ดีขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก จากโครงการยังเปิดเพิ่มขึ้นมากกว่าในช่วงครึ่งปีแรกและส่วนของคอนโดไปเปิดโครงการในภูเก็ตมากขึ้น เป็นจังหวัดฮอตฮิตในปีนี้
แต่แนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งปีหลังอาจอ่อนตัวจากช่วงครึ่งปีแรก จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง ทางฝ่ายฯ ปรับประมาณการกำไรปี 2567 ลง 29% อยู่ที่ 1,767ลบ. ลดลง 35.0% ช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน บวกค่าความยั่งยืนของกิจการอีก 0.8% ในวิธี SOTP
ทั้งนี้ ปรับราคาพื้นฐานลงที่ 4.26 บาท โดยราคาหุ้นปัจจุบันมี upside น้อย เน้นลงทุนเฉพาะรับปันผล พร้อมปรับคำแนะนำลงเป็น “ทยอยซื้อ” ยังมีแผนจัดการเงินและเพิ่มมูลค่าให้ส่วนของเจ้าของปัจจุบัน Net IBD to E สูงขึ้นที่ 1.62 เท่า แต่ยังต่ำกว่า covenant ที่ 2.5 เท่า และปี 2568 มีแผนการขาย คลังสินค้าเข้า REIT ซึ่งจะได้เงินกลับเข้ามาและตามแผนจะมี IPO ธุรกิจโรงแรมได้ปลายปี 2568 ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมมีมูลค่ากว่า 1.68 หมื่นลบ. คาดว่าจะเพิ่มมูลค่าให้ส่วนของเจ้าของได้สูงขึ้น มอง ORI ยังสามารถจัดการกับต้นทุนทางการเงินได้ และคาดว่าปีหน้าระดับหนี้จะกลับมาดีขึ้น
อนึ่ง ORI มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสำหรับปี ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและหลังหักสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและบริษัทฯ กำหนดไว้ในแต่ละปี (โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติม)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...