โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

Maggie Smith นักแสดงรุ่นใหญ่เจ้าของบทศาสตราจารย์มักกอนนากัลในแฟรนไชส์ 'Harry Potter' เสียชีวิตแล้วในวัย 89 ปี

BT Beartai

อัพเดต 28 ก.ย 2567 เวลา 03.46 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2567 เวลา 15.22 น.
Maggie Smith นักแสดงรุ่นใหญ่เจ้าของบทศาสตราจารย์มักกอนนากัลในแฟรนไชส์ 'Harry Potter' เสียชีวิตแล้วในวัย 89 ปี

เดม แมกกี สมิธ (Dame Maggie Smith) นักแสดงภาพยนตร์ ซีรีส์ และละครเวทีรุ่นใหญ๋ชาวอังกฤษเจ้าของบทบาทศาสตราจารย์มิเนอร์วา มักกอนนากัล ในแฟรนไชส์ภาพยนตร์ ‘Harry Potter’ และเจ้าของบทบาทท่านย่าไวโอเลต ครอว์ลีย์ เคาน์เตสแห่งแกรนแธม จากทีวีซีรีส์และภาพยนตร์ ‘Downton Abbey’ (2010–2015) รวมทั้งการแสดงในหนังดัง ๆ อาทิ ‘Hook’ (1991), ‘Sister Act’ (1992) และ ‘Sister Act 2: Back in the Habit’ (1993) นักแสดงฮอลลีวูดในทำเนียบ Triple Crown of Acting เสียชีวิตอย่างสงบ ณ โรงพยาบาล Chelsea and Westminster Hospital ในกรุงลอนดอน ในวัย 89 ปี

ข่าวนี้ได้รับการยืนยันเป็นครั้งแรกโดย คริส ลาร์กิน (Chris Larkin) และ โทนี สตีเฟนส์ (Toby Stephens) ลูกชายของเธอ โดยพวกเขาได้กล่าวยืนยันในแถลงการณ์ว่า “เรามีความรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ต้องประกาศข่าวการเสียชีวิตของ เดม แมกกี สมิธ แม่ได้เสียชีวิตอย่างสงบที่โรงพยาบาลเมื่อเช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 27 กันยายน”

“แม่เป็นคนที่เก็บตัวเป็นอย่างมาก ในช่วงบั้นปลายชีวิต แม่ได้อยู่กับเพื่อนและครอบครัว แม่ทิ้งลูกชาย 2 คน และหลาน ๆ ที่น่ารักอีก 5 คนไว้เบื้องหลัง ซึ่งพวกเขาล้วนต่างรู้สึกเสียใจอย่างมากกับการสูญเสียผู้เป็นทั้งแม่และยายผู้แสนดีของพวกเขาไป”

“เราขอใช้โอกาสนี้เพื่อขอบคุณเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเชลซีแอนด์เวสต์มินสเตอร์อันยอดเยี่ยม สำหรับการดูแล และความกรุณนาที่ไม่ลดละของพวกเขาในช่วงวัลสุดท้ายในชีวิตของแม่ เราขอขอบคุณสำหรับข้อความอันดีและการสนับสนุนทั้งหลายของคุณ และขอให้เคารพความเป็นส่วนตัวของเราในขณะนี้ด้วย”

Maggie Smith Harry Potter and the Deathly Hallows - Part 2

เดม มาร์กาเร็ต นาตาลี สมิธ (Dame Margaret Natalie Smith) เกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ปี 1934 ที่เมืองอิลฟอร์ด เขตเอสเซกซ์ สหราชอาณาจักร เธอเริ่มต้นอาชีพนักแสดงด้วยการย้ายเข้าไปเรียนด้านการแสดงที่โรงละคร Oxford Playhouse จากการสนับสนุนของสมาคมการละครของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในวัย 16 ปี จนกระทั่งในปี 1952 ในวัย 17 ปี เธอได้เริ่มแสดงละครเวทีเรื่องแรกในชีวิต ‘Twelfth Night’ และมีผลงานในการแสดงละครเวทีมาเรื่อย ๆ จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงละครบรอดเวย์ได้เป็นครั้งแรก จากการร่วมแสดงในละครเวที ‘New Faces of ’56’ (1956)

ก่อนที่จะเริ่มก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ด้วยการรับบทเป็นตัวประกอบเล็ก ๆ ในหนังเรื่อง ‘Child in the House’ (1956) และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งแรกในชีวิต ในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากการแสดงในหนังเรื่อง ‘Othello’ (1965) จนกระทั่งสามารถคว้ารางวัลออสการ์ ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมครั้งแรกในชีวิต จากการแสดงของใน ‘The Prime of Miss Jean Brodie’ (1969) และคว้ารางวัลออสการ์ สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมตัวแรกจากการรับบทในหนังตลก ‘California Suite’ (1978)

นอกจากนี้ สมิธยังเป็นเจ้าของรางวัลจากการแสดงอีกมากมายนับไม่ถ้วน ตั้งแต่รางวัลลูกโลกทองคำ รวมทั้งรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ รางวัล BAFTA Awards 8 รางวัล รวมทั้ง 1 รางวัลจากเวที Tony Awards ในด้านละครเวที และรางวัลจากสายโทรทัศน์อย่าง Emmy Awards ซึ่ง 3 รางวัลจากจำนวนทั้งหมด 4 รางวัลที่เธอได้จากเวทีนี้ เป็นการคว้ารางวัลจากผลงานการแสดงในทีวีซีรีส์และภาพยนตร์ ‘Downton Abbey’

ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้สมิธกลายเป็นนักแสดงไม่กี่คนที่สามารถติดอยู่ในทำเนียบ Triple Crown of Acting หรือทำเนียบของผู้ที่ได้รับ 3 รางวัลใหญ่ของวงการบันเทิงโลก ได้แก่ออสการ์, Emmy Awards และ Tony Awards และในปี 1990 เธอได้รับพระราชทานพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จักรวรรดิบริติช จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร (Her Majesty Queen Elizabeth II) สำหรับคุณูปการในงานด้านการแสดง โดยได้รับพระราชทานฐานันดรศักดิ์ให้มีคำนำหน้าว่า เดม

ตลอดระยะเวลาในอาชีพการแสดงอันยาวนานกว่า 7 ทศวรรษ สมิธเป็นที่รู้จักจากการแสดงและไหวพริบจากการแสดงในบทบาทตลก ในขณะที่บทบาทอื่น ๆ เธอก็สามารถรับบทได้ดีไม่แพ้กัน แต่บทบาทที่ทำให้เธอกลายมาเป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกในปัจจุบันก็คงหนีไม่พ้น การรับบทศาสตราจารย์มิเนอร์วา มักกอนนากัล ในแฟรนไชส์ภาพยนตร์ ‘Harry Potter’ เกือบทุกภาคยกเว้น ‘Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 1’ (2010) รวมทั้งบทบาทบทบาทท่านย่าไวโอเลต ครอว์ลีย์ จาก ‘Downton Abbey’ ทั้งในฉบับทีวีซีรีส์และภาพยนตร์ Spin-Off

Maggie Smith in Downton Abbey

สมิธเคยออกมาเปิดเผยว่า ในระหว่างถ่ายทำ ‘Harry Potter and the Half-Blood Prince’ (2009) เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม หลังจากที่เธอเคยตรวจพบก้อนเนื้อที่บริเวณเต้านม ซึ่งเธอก็ยังคงทำการแสดงไปด้วยในระหว่างการรักษาตัว

“ฉันเองรู้สึกไม่ค่อยสบายอยู่แล้ว แต่ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นอะไรร้ายแรง เพราะเมื่อหลายปีก่อนฉันเคยพบก้อนเนื้อที่ไม่ได้รุนแรงอะไร ฉันคิดว่าครั้งนี้ก็น่าจะเหมือนกัน แต่มันก็ทำให้ฉันรู้สึกถึงกับหมดกำลังใจไปเลย ฉันไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไงหรือมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นอะไรมาก เพราะด้วยอายุของฉัน มันผ่านไปนานแล้ว ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ทำให้ฉันถึงขั้นเสียศูนย์ไปเลย มันต้องใช้เวลานานมากกว่าที่จะฟื้นตัวได้ และร่างกายมันก็ไม่กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว ฉันกลัวว่าฉันจะมีพลังพอไหมกับการเล่นหนังหรือแสดงละครเวที”

แม้การรักษาด้วยเคมีบำบัดจะทำให้เธอประสบปัญหาที่แย่เสียยิ่งกว่ามะเร็ง ทั้งผมร่วง อาการคลื่นไส้ และไม่มีแรงเดินเหิน ต้องคอยจับราวตอนขึ้นบันได แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังมองข้อดีของการเป็นมะเร็งด้วยอารมณ์ขัน เพราะด้วยการบำบัดรักษา ทำให้เธอสามารถสวมวิกในระหว่างการรับบทศาสตราจารย์มักกอนนากัลได้อย่างราบรื่นกว่าเดิม

“หัวฉันไม่มีผมแล้ว หัวนี่เหมือนกับไข่ต้มเลย และมันก็เลยทำให้ฉันใส่วิกได้อย่างไม่มีปัญหาเลยล่ะ”

หลังจากสิ้นสุดการรับบทศาสตราจารย์มักกอนนากัล สมิธยังคงมีผลงานการแสดงออกมาอีกเรื่อย ๆ ทั้งการแสดงละครเวที ‘A German Life’ (2019) ซึ่งเป็นการกลับไปแสดงละครเวทีอีกครั้งในรอบ 11 ปี ซึ่งถือว่าเป็นผลงานการแสดงละครเวทีเรื่องสุดท้าย ส่วนผลงานการแสดงครั้งสุดท้ายในภาพยนตร์ คือการแสดงในหนังดราม่าเรื่อง ‘The Miracle Club’ (2023)

ด้านชีวิตส่วนตัว สมิธแต่งงานครั้งแรกกับนักแสดง โรเบิร์ต สตีเฟนส์ (Robert Stephens) ในปี 1967 และมีลูกชายด้วยกัน 2 คนได้แก่คริสและโทนี ก่อนจะหย่าร้างกันในปี 1975 สมิธแต่งงานครั้งที่ 2 กับนักเขียนบทละครเวที อลัน เบเวอร์ลี (Alan Beverly) ในปี 1975 ก่อนจะเสียชีวิตในปี 1998

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...