โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจไม่ดี การเมืองสิ้นหวัง คนไทยจ่อย้ายประเทศพุ่ง 1.5 ล้านคน มีสหรัฐฯ เป็นจุดหมาย

Thairath Money

อัพเดต 11 ก.ย 2567 เวลา 02.17 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2567 เวลา 02.17 น.
ภาพไฮไลต์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยกำลังเจอกับความท้าทายทางเศรษฐกิจรอบด้าน ทั้งปัจจัยภายนอกจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และปัจจัยภายในประเทศ ขีดความสามารถในการแข่งขันที่ถดถอยลงในทุกด้าน จากปัญหาเชิงโครงสร้างและความวุ่นวายทางการเมือง รวมถึงปัญหา Megatrend ทั่วโลกเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผลักดันให้คนรุ่นใหม่ในไทยอยากย้ายประเทศเพิ่มขึ้นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

Thairath Money สรุปสาระสำคัญจากการบรรยายในหัวข้อ Macro Perspective on National Development ในงาน ACMA Business Forum 2024 “Shaping Tomorrow: Exploring the Intersections of Aging Society, Economic Dynamics and Innovation” ซึ่งจัดโดยนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน (สวตท.) ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า โครงสร้างเศรษฐกิจไทยเปลี่ยนไปตามโครงสร้างประชากร โดยในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา คนไทยมีอายุเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 80 ปี จากอายุ 55 ปี เมื่อปี 1961 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรโลกทำให้กลุ่มคน Centenarian ที่อยู่มานานเกิน 100 ปีเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยปัจจุบันประเทศไทยมีคนกลุ่มนี้ประมาณ 9 ล้านคน และอีกประมาณ 1 แสนคนมีอายุระหว่าง 90-99 ปี สะท้อนว่าประเทศไทยไม่ได้ก้าวสู่สังคมสูงวัย แต่เป็นสังคมที่คนอายุยืนมากขึ้นด้วย

สิ่งที่น่ากังวลก็คือ ถ้าคนรุ่นใหม่ตัดสินใจไม่มีลูกมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตอีก 50 ปี จำนวนประชากรไทยจะเหลือเพียง 30 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งช่วง 2-3 ปีมานี้ อัตราการตายของคนไทยแซงหน้าอัตราการเกิดไปแล้ว และซ้ำร้ายไทยยังเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่แก่ก่อนรวย จึงเป็นเหตุผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโตช้าลงกว่าระดับศักยภาพ

โครงสร้างเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เกิดความขัดแย้ง ระหว่างกลุ่มคนสูงวัยและกลุ่มคนหนุ่มสาว โดยผู้สูงอายุต้องการสวัสดิการรองรับชีวิตหลังเกษียณ ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการด้านสุขภาพหรือเงินบำเหน็จบำนาญ และมีความกังวลเรื่องปัญหาเงินเฟ้อ เนื่องจากมีเงินเก็บแต่ไม่มีรายได้ ในขณะที่กลุ่มคนหนุ่มสาวกังวลเรื่องปัญหาการว่างงาน และต้องการการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการมีลูก

ความขัดแย้งระหว่างคนสองกลุ่มที่มีอุดมการณ์ทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน กลายเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้ประเทศไทยขับเคลื่อนไปข้างหน้า ในขณะเดียวกันเสียงเรียกร้องจากคนรุ่นใหม่ที่ไม่ถูกรับฟัง ก็ผลักดันให้เกิดกระแสย้ายประเทศ

ไทยเศรษฐกิจโตต่ำ การเมืองสิ้นหวัง คนอยากย้ายออกมากกว่าย้ายเข้า

ผลสำรวจจาก Gallup คำนวณข้อมูลโดย The Economist พบว่า คนไทยที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีส่วนใหญ่อยากย้ายประเทศ โดยช่วงระหว่างปี 2021-2023 มีคนอยากย้ายออกนอกประเทศไทยมากถึง 1.5 ล้านคน ในขณะที่มีคนอยากย้ายเข้าไทยประมาณ 600,000 คน จึงทำให้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีคนอยากย้ายออกมากกว่าย้ายเข้า 900,000 คน เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 4,000 คนในช่วง 10 ปีก่อน ระหว่างปี 2010-2012 โดยสหรัฐอเมริกาเป็นจุดหมายอันดับ 1 ของคนไทย อย่างไรก็ตามแม้กระแสการย้ายประเทศจะรุนแรงขึ้นหลังโควิด ด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจและความวุ่นวายทางการเมือง แต่ก็มีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถย้ายประเทศได้สำเร็จ

ทั้งนี้โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยที่ต้องเร่งแก้คือ ท่ามกลางปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนไป ทำอย่างไรให้คนอยากอาศัยและขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี แต่ต้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม และต่อยอดด้วยนวัตกรรม

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศรษฐกิจไม่ดี การเมืองสิ้นหวัง คนไทยจ่อย้ายประเทศพุ่ง 1.5 ล้านคน มีสหรัฐฯ เป็นจุดหมาย

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...