โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โมเดลธุรกิจ OnlyFans โซเชียลแพลตฟอร์มรายได้หลักแสนล้าน ที่ไม่ได้ขายแค่คอนเทนต์อย่างว่า

Thairath Money

อัพเดต 23 ก.ย 2567 เวลา 08.28 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2567 เวลา 08.28 น.
ภาพไฮไลต์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดคอนเทนต์ครีเอเตอร์มีการแข่งขันกันสูงมากขึ้นทุกวัน ด้วยจำนวนของผู้ผลิตคอนเทนต์ที่มากขึ้น บวกกับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มทำให้เราเห็นรูปแบบของคอนเทนต์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นต่อเนื่อง และหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ คงหนีไม่พ้น “OnlyFans” ด้วยการนำเสนอคอนเทนต์ที่แตกต่าง เปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์สร้างรายได้ จนกลายเป็นรูปแบบธุรกิจที่ทำกำไรได้มหาศาลในระยะเวลาแค่ไม่กี่ปี

และในบทความนี้ Thairath Money คอลัมน์ How to Make Money จะพาไปเปิดเบื้องหลังโมเดลทำเงินแบบฉบับ OnlyFans ว่าทำยังไงถึงประสบความสำเร็จ จากการเป็นตัวกลางให้คนอื่นมาเผยแพร่คอนเทนต์

คอนเซปต์เบื้องหลัง กว่าจะมาเป็น OnlyFans

ย้อนกลับไปในปี 2016 มีนักธุรกิจชาวบริติชคนหนึ่งชื่อว่า Tim Stokely ที่มีความสนใจในการสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อนำเสนอและทำรายได้จากคอนเทนต์ ซึ่งก่อนจะมาเป็น OnlyFans ทาง Stokely เคยทำแพลตฟอร์มมาแล้วหลายตัว เริ่มต้นที่แพลตฟอร์มแรก “GlamGirls” ที่จะให้เหล่านางแบบสาวมาทำคอนเทนต์วิดีโอ โดยผู้ชมที่สนใจก็จะส่งของขวัญหรือเงินให้ในแพลตฟอร์ม แต่ปรากฏว่าแพลตฟอร์มนี้กลับไม่ได้สร้างผลดีให้ตามที่หวัง

จนต่อมา Stokely ได้ลองเปลี่ยนรูปแบบมาทำโมเดล Subscription ภายใต้แพลตฟอร์มใหม่ “Customs4U” โดยนางแบบเจ้าของคอนเทนต์จะสามารถกำหนดราคาในการ Subscribe ได้ แต่โมเดลนี้ก็ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร

Stokely จึงมาพัฒนาไอเดียต่อยอดเป็นแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า “121with” มีความเป็นมาร์เก็ตเพลสมากขึ้น เพราะได้เปิดให้ทุกคนที่สนใจสร้างคอนเทนต์เพื่อการโฆษณา ตั้งแต่ช่างประปาไปจนถึงเจ้าของอสังหา เข้ามาขายของในรูปแบบเสียงและวิดีโอ

และจากความล้มเหลวและความสำเร็จจากทั้ง 3 แพลตฟอร์ม ทำให้ Stokely เข้าใจภาพความสัมพันธ์ของครีเอเตอร์และแฟนคลับมากขึ้น จนเกิดเป็นไอเดียสร้าง “OnlyFans” และเปิดตัวออกมาในปี 2016 ซึ่งในช่วงเริ่มต้น จะเป็นในรูปแบบที่ให้ครีเอเตอร์มาสร้างคอนเทนต์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ และจะเปิดให้แฟนคลับเข้ามา Subscribe หรือสนับสนุนคอนเทนต์ ซึ่งคอนเทนต์บน OnlyFans ก็มีหลากหลายแตกต่างกันไปตั้งแต่ ดนตรี ศิลปะ บันเทิง ฟิตเนส ทำอาหาร ไลฟ์สไตล์ และการศึกษา

แต่สิ่งที่ทำให้ OnlyFans แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่น คือ หากแฟนคลับไม่ต้องการที่จะจ่ายเงิน ก็จะมีคอนเทนต์แบบฟรีให้รับชม แต่หากต้องการความเอ็กซ์คลูซีฟก็จะสามารถเลือกระดับในการชำระเงินได้ ตามที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์ตั้งราคาไว้ และอีกความพิเศษหนึ่งคือ OnlyFans เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างไม่จำกัดรูปแบบคอนเทนต์ ซึ่งรวมไปถึง “คอนเทนต์สำหรับผู้ใหญ่” ที่ทำให้ชื่อแพลตฟอร์มนี้กลายเป็นภาพจำของใครหลายคนว่าเป็นพื้นที่สำหรับเนื้อหาทางเพศ 18+

ซึ่งการเพิ่มขึ้นของคอนเทนต์ผู้ใหญ่ เริ่มต้นในช่วงที่ Leonid Radvinsky นักธุรกิจสัญชาติยูเครน-อเมริกัน ผู้ที่มีความสนใจด้านเทคโนโลยีและเคยมีเบื้องหลังในธุรกิจความบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ เจ้าของ MyFreeCams เว็บไซต์เว็บแคมที่ใหญ่ที่สุดในคอมมูนิตี้ไลฟ์สด ได้เข้ามาซื้อหุ้น OnlyFans กว่า 75% ในปี 2018 ส่งผลให้แพลตฟอร์มเปิดกว้างในเนื้อหามากขึ้น จนปัจจุบันเป็นคอนเทนต์สำหรับผู้ใหญ่ไปกว่า 80%

และหลังจากการเข้าถือหุ้นของ Radvinsky ก็เป็นช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ขึ้น ส่งผลให้การผลิตคอนเทนต์บน OnlyFans มีมากขึ้น จนดันมูลค่าบริษัทจากหลักล้านดอลลาร์ไปสู่หลักหลายพันล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาแค่ 3 ปีเท่านั้น

โมเดลธุรกิจฉบับ OnlyFans

OnlyFans นับว่าเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลที่ผู้พัฒนาตั้งใจออกแบบให้เกิด Creator Economy หรือพื้นที่ที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์เข้ามาหารายได้ได้จริง ด้วยการเปิดให้ผู้ชม Subscription คอนเทนต์ของครีเอเตอร์ที่สนใจ โดยไม่จำกัดขอบเขตของคอนเทนต์ว่าต้องเป็นแบบใด และไม่จำกัดเนื้อหาทางเพศเหมือนโซเชียลมีเดียอื่น ๆ

โดย OnlyFans ได้เปิดให้ใช้งานผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน โดยรูปแบบการ Subscribe จะเปิดให้เลือกระดับราคาได้ ซึ่งส่วนใหญ่ที่ 66% ของครีเอเตอร์จะตั้งราคาที่ 5-15 ดอลลาร์สหรัฐ และ 82% จะตั้งราคาที่ไม่เกิน 20 ดอลลาร์สหรัฐ และด้วยการตั้งราคาที่ไม่สูงมากนี้ ส่งผลให้แพลตฟอร์มนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งก็ช่วยผลักดันให้ครีเอเตอร์มีรายได้มากขึ้นอีกด้วย

นอกจากรูปแบบโมเดล Subscription บน OnlyFans แฟน ๆ ยังสามารถแชทคุยแบบส่วนตัวได้โดยตรงกับครีเอเตอร์ โดยฟีเจอร์นี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้แฟน ๆ สามารถร้องขอคอนเทนต์ที่พิเศษมากยิ่งขึ้นจากครีเอเตอร์ได้ แต่จะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไปอีก

ยอดเงินที่แฟน ๆ จ่ายให้กับครีเอเตอร์จะเข้ากระเป๋าเจ้าของคอนเทนต์ 80% ในขณะที่แพลตฟอร์ม OnlyFans จะหักค่าธรรมเนียมที่ 20% แต่ถึงแม้จะมีการหักค่าธรรมเนียม โมเดลนี้ก็ยังสามารถทำเงินได้มหาศาลให้กับครีเอเตอร์ได้ จากข้อมูลที่เผยแพร่บน LinkedIn ของ Laura Lewis ชี้ว่า

  • ครีเอเตอร์บน OnlyFans ทำเงินได้เฉลี่ยเดือนละ 160-180 ดอลลาร์สหรัฐ
  • แต่ส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มยังทำเงินได้น้อยกว่าที่คิด โดยมีรายได้เฉลี่ยเดือนละไม่เกิน 100-150 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ในขณะที่ครีเอเตอร์บางคนสามารถทำเงินได้ในปริมาณที่มาก โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 143,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถึง 5.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
  • จากการสำรวจยังพบอีกว่า ครีเอเตอร์กว่า 1,500 รายทำเงินไปแล้วกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจุบัน OnlyFans มีครีเอเตอร์อยู่บนแพลตฟอร์มประมาณ 4.12 ล้านราย ซึ่งก็มีคนดังและเซเลบริตี้ในวงการต่าง ๆ เข้ามาเป็นครีเอเตอร์ อย่างเช่น Cardi B (นักร้อง), Bella Thorne (นักแสดง), Tyga (นักร้อง) เป็นต้น และจากสถิติของปี 2023 พบว่า มีแฟนคลับที่ลงทะเบียนเข้าใช้งานอยู่ที่ 500,000 รายต่อวัน หรือโตขึ้นประมาณ 70% ต่อเดือนเลยทีเดียว

วิธีทำเงินของ OnlyFans

แพลตฟอร์ม OnlyFans สามารถทำรายได้จาก 2 ช่องทางคือ

  • เก็บค่าธรรมเนียมจากครีเอเตอร์: ตามที่กล่าวไปข้างต้นว่า OnlyFans จะมีการหักค่าธรรมเนียมจากครีเอเตอร์ที่ 20% ในทุก ๆ การทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม ซึ่งนอกจากจะเป็นเงินจากการ Subscription รายเดือนแล้ว ยังมีคอนเทนต์แบบ Pay-per-view หรือจ่ายเมื่อรับชม และผู้ชมยังสามารถให้ทิปกับครีเอเตอร์ได้อีกด้วย ซึ่งทุกอย่างจะถูกหักไปให้แพลตฟอร์มที่ 20% ทุกครั้ง

  • เปิดขายของแบบ e-Commerce: นอกจากแพลตฟอร์มโซเชียลแล้ว OnlyFans ยังเปิดขายสินค้าภายใต้แบรนด์ OnlyFans โดยจะมีสินค้า 3 กลุ่ม คือ เสื้อผ้า เครื่องประดับ และสินค้าภายในบ้าน พร้อมส่งทั่วโลกด้วยแท็กสินค้า OFMerch เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

รายได้ของ OnlyFans ภายใต้บริษัทแม่ Fenix International แตะหลักพันล้านในปี 2020 หรือใช้ระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีหลังก่อตั้ง และจากข้อมูลบน Statista พบว่า นับจากปี 2019 แพลตฟอร์ม OnlyFans สามารถทำรายได้จากทั่วโลกเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี ดังนี้

  • ปี 2019 มีรายได้ 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,895 ล้านบาท
  • ปี 2020 มีรายได้ 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 72,503 ล้านบาท
  • ปี 2021 มีรายได้ 4,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 158,188 ล้านบาท
  • ปี 2022 มีรายได้ 5,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 182,961 ล้านบาท
  • ปี 2023 มีรายได้ 6,630 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 218,564 ล้านบาท*

ซึ่งนั่นหมายความว่า ในปี 2023 ครีเอเตอร์ทั้งหมดของ OnlyFans ทำรายได้รวมที่ราว 5,320 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว นอกจากนี้ในปี 2023 นับถึงช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายน OnlyFans มีกำไรก่อนหักภาษีที่ 658 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม OnlyFans ก็ยังคงมีความท้าทายในการทำธุรกิจ ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องของเนื้อหาที่มุ่งไปด้านความบันเทิงเพื่อผู้ใหญ่แล้ว ยังพบว่า ครีเอเตอร์หน้าใหม่บน OnlyFans ที่ยังมีแฟนคลับน้อยอยู่ ไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากแพลตฟอร์ม อีกทั้งปัจจุบันมีคู่แข่งหน้าใหม่เกิดขึ้น ทำให้ครีเอเตอร์เริ่มขยับขยายไปสู่แพลตฟอร์มอื่น อย่างเช่น FanCentro, LoyalFans, MYM Fans ที่เริ่มให้บริการคอนเทนต์เช่นเดียวกับ OnlyFans แล้ว

*อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 23 กันยายน 2567

ที่มา: Business Model Analyst, Oye Labs, LinkedIn, Statista, Variety

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...