โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเสี่ยงตายของรูเบน อโมริม นักปั้นมือทองกับงานสุดสยองที่อังกฤษ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 ต.ค. 2567 เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2567 เวลา 07.18 น.

การเสี่ยงตายของรูเบน อโมริม นักปั้นมือทองกับงานสุดสยองที่อังกฤษ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านอีกครั้ง หลังจากเพิ่งปลด อีริก เทน ฮาก ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมไปเมื่อวันก่อน เพราะผลงานในช่วงต้นฤดูกาลที่รั้งอันดับ 14 ในตารางพรีเมียร์ลีก ทำให้บอร์ดบริหารไม่ทนอีกต่อไปแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่ายังได้รับความไว้วางใจว่าจะพาทีมกลับมาประสบความสำเร็จได้ก็ตาม

หลังจากเพิ่งไปไม่กี่ชั่วโมง ก็มีข่าวกุนซือคนใหม่ในทันที นั่นคือ รูเบน อโมริม โค้ชวัย 39 ปี ที่เตรียมโบกมือลาสปอร์ติ้ง ลิสบอน ในลีกโปรตุเกส ไปทำงานในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

อโมริมถูกยกให้เป็นโค้ชหนุ่มอนาคตไกลคนหนึ่งของยุโรป เคยมีข่าวว่าจะมาเป็นกุนซือคนใหม่ของลิเวอร์พูลมาแล้วเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก่อนที่เขาจะออกมาปฏิเสธ แถมยังมีข่าวว่าถูกยกให้เป็นตัวเต็งผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะมาสานงานต่อจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ด้วยซ้ำ และเจ้าตัวก็ปฏิเสธข่าวนี้อีกเช่นกัน

อดีตแข้งเบนฟิก้าเลิกเล่นไปตอนอายุ 32 ปี และหันไปรับงานโค้ชที่คาซ่า เปีย ทีมในดิวิชั่น3 ของโปรตุเกส ตอนอายุ 36 แต่ก็ทำงานได้ไม่นาน จำเป็นต้องลาออก เพราะตอนนั้นยังไม่มีไลเซนส์ในการทำงานโค้ช หลังจากมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว เขาก็ได้รับข้อเสนอไปทำทีมเบนฟิก้า บี แต่อโมริมเลือกจะไปทำงานที่บราก้า บี เพราะอยากจะทำงานได้อย่างเต็มรูปแบบมากกว่า หลังจากนั้นไม่นานก็ขยับเป็นกุนซือทีมชุดใหญ่

ในฤดูกาล 2019-2020 กับบราก้า เขาพาทีมทะยานจากอันดับ 8 ไปรั้งอันดับ 3 ของตารางในช่วงเวลาไม่นานที่ทำงานด้วย และได้แชมป์บอลถ้วยมาครอง หลังจากปล่อยของให้ได้เห็นแล้ว สปอร์ติ้ง ลิสบอน ก็ฉกตัวอโมริมไปเป็นเฮดโค้ชทันทีในปี 2020 และกลายเป็นโค้ชที่รับค่าจ้างแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วย

อโมริมตอบแทนสปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ดับเบิลแชมป์ทั้งบอลลีกและบอลถ้วยได้ทันทีในซีซั่นแรก เป็นการคว้าแชมป์ลีกหนแรกในรอบ 19 ปีของสปอร์ติ้ง ฤดูกาลถัดมาได้แชมป์บอลถ้วย ก่อนจะไปเป็นรองแชมป์ในฤดูกาล 2022-2023 เรียกได้ว่าเข้าชิงได้ 3 ซีซั่นติด ส่วนฤดูกาลก่อนก็หยิบแชมป์ลีกมาครองได้อีกครั้ง

ว่ากันว่าโค้ชรายนี้ชื่นชอบแนวทางการทำทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ยอดโค้ชรุ่นน้าคนบ้านเดียวกันที่เคยคุมแมนยูมาแล้ว และได้ไปร่ำเรียนวิชากับมูรินโญ่ที่แมนยู เมื่อปี 2018

อโมริมเคยอธิบายถึงรูปแบบการทำทีมของเขาว่า ในวันที่เขาเป็นนักเตะ จะเล่นแบบสู้ไม่ถอย เหมือนทีมรองบ่อนที่สู้กับทีมใหญ่กว่า คิดว่าจะเอาชนะคู่แข่งได้อย่างไร และต้องพยายามทำให้พวกเขาไม่สามารถยิงประตูได้ด้วย

วาสโก เวียบรา เฮดโค้ชของเอสโตริล คู่แข่งในพรีเมร่าลีก โปรตุเกส บอกว่า แนวทางการทำทีมของอโมริมที่บอกให้ลูกทีมกัดไม่ปล่อยนั้น ส่งผลให้เห็นว่าพวกเขาสู้จริงๆ และเขาพยายามที่จะพัฒนานักเตะด้วย เพราะเขาเคยทำทีมบีของบราก้ามาก่อน รวมทั้งเคยเป็นนักเตะที่สู้ยิบตามากก่อน เขาจึงใส่การสู้ตายเข้าไปด้วย

จุดเด่นอีกอย่างที่เวียบรายกย่องอโมริม คือ ความสามารถในการสื่อสารกับคนที่ร่วมงานด้วย เพราะเขาสื่อสารให้เข้าใจได้ง่าย นักเตะก็เข้าถึงเขาได้ง่ายเช่นกัน รวมทั้งคนนอกสโมสร ทั้งนักข่าว แฟนบอล คนทั่วไป ที่สามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก

วิเตอร์ คาเปลอส เฮดโค้ชของทีมเอวีเอส คู่แข่งร่วมลีกสูงสุดโปรตุเกส ก็เป็นอีกคนที่เอ่ยปากชมอโมริมในเรื่องของความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง
“เขาเป็นคนที่ทัศนคติดี มองโลกในแง่บวก มีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งนักเตะไปจนถึงประธานสโมสร เขาเป็นคนพูดตรงๆ ทั้งกับนักเตะและกับสื่อ”

นอกจากความสำเร็จในเรื่องของผลงานแล้ว จุดเด่นอีกอย่างของโค้ชวัย 39 ปี คือ การปั้นดาวรุ่งขึ้นมาเสริมทีม เชา นูโน่ ฟอนเซก้า ที่เคยเป็นผู้ช่วยของอโมริม ที่บราก้า บี บอกว่า ความสำเร็จของเขาในการทำทีม คือ การปั้นเด็กอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับสปอร์ติ้งที่มีเพชรเม็ดงามให้เจียระไนมากมาย ซึ่งงานปั้นดินให้เป็นดาว เป็นงานถนัดของอโมริมอยู่แล้ว

“อโมริมเป็นโค้ชที่ชอบเสี่ยงกับดาวรุ่ง สโมสรใหญ่อยากได้เขาไปทำทีม เพราะรู้ดีว่า การสร้างนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาจะสร้างกำไรมหาศาลได้ นี่คือจุดแข็งมากๆ ของอโมริมเลยทีเดียว”

สำหรับแผนการเล่นอันโปรดปรานของว่าที่กุนซือปีศาจแดง คือ 3-4-3 เมื่อต้องการครองบอลบุก และสามารถปรับมาเป็น 5-2-3 เมื่อต้องเน้นเกมรับ และต้องมีนักเตะกองหน้าเทคนิคสูงในแดนหน้า กับปีกอีก 2 ความเร็วสูงอีก 2 ข้าง อย่างไรก็ตามเขาสามารถปรับแผนการเล่นให้เหมาะกับคู่แข่งที่เจอได้ โดยพิจารณาจุดอ่อนและจุดแข็งของคู่แข่ง

การดันแนวรับขึ้นสูง และถ่ายบอลกันอย่างรวดเร็ว เน้นการครองบอล ที่เป็นแนวทางหลักของอโมริม เหมาะกับนักเตะดาวรุ่งอายุน้อย เพราะเด็กเหล่านี้ไม่กลัวใคร นี่คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในการทำทีมที่ผ่านมา

การพูดถึงอโมริมตั้งแต่ต้นมาจนถึงตรงนี้อาจจะมีแต่การบอกถึงข้อดี เหมือนเป็นช่วงฮันนีมูน พีเรียด แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าโค้ชทุกคนต้องมีช่วงแย่ๆ ของตัวเอง

อังเดร วิลลาส-โบอาส หนึ่งในโค้ชมือดีที่เคยประสบความสำเร็จอย่างมากกับปอร์โต้ ในซีซั่น 2010-2011 และย้ายไปคุมทีมเชลซีในอังกฤษ ด้วยอายุที่น้อยกว่าอโมริมตอนนี้เสียอีก กลับไม่ประสบความสำเร็จ และไม่ได้ดีอย่างที่ถูกคาดหมายไว้ จนล่าสุดลางานโค้ชไปเป็นประธานสโมสรปอร์โต้ไปแล้ว ซึ่งโบอาสก็เป็นตัวอย่างให้อโมริมพึงระวังว่า อังกฤษเป็นสุสานของโค้ชมือดีมานักต่อนักแล้ว แม้แต่ไอดอลอย่างมูรินโญ่ ก็โดนปลดมาแล้วหลายครั้งหลายครา

หลังจากที่เทน ฮาก โดนปลด นักข่าวก็ถามอโมริมว่า เขาจะไปคุมทีมแมนยูหรือไม่ ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า เป็นคำถามที่คาดไว้แล้วว่าจะต้องเจอ แต่ขอไม่พูดถึงอนาคต และยืนยันว่าภูมิใจมากที่เป็นได้โค้ชสปอร์ติ้ง ลิสบอน

นี่อาจจะเป็นประโยคบอกลา ก่อนจะโบยบินรับงานนอกประเทศ ซึ่งเป็นงานใหญ่และยากที่สุดงานหนึ่งในโลกฟุตบอล

แน่นอนว่ามันเป็นความเสี่ยงของทั้งอโมริมเอง และแมนยู แต่ถ้าการเสี่ยงนี้ลงเอยด้วยดี มันก็คุ้มค่าที่จะลุย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การเสี่ยงตายของรูเบน อโมริม นักปั้นมือทองกับงานสุดสยองที่อังกฤษ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...