โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดื่มสุราเถื่อน ป่วยหนัก ตาบอด เสียชีวิต สู่คำถามถึง “นโยบายสุราเสรี” ที่ยังไม่มีมาตรการสร้างความมั่นใจ ว่าผู้บริโภคจะสามารถดื่มได้อย่างปลอดภัย ศิราวุธ ภุมมะกสิกร คอลัมนิสต์ The Structure

The Structure

อัพเดต 27 ส.ค. 2567 เวลา 19.27 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2567 เวลา 13.10 น. • The Structure

จากกรณีที่มีผู้ป่วยจากการดื่มสุราปลอม 28 ราย และเสียชีวิต 2 ราย ซึ่งโดยส่วนใหญ่ พบว่า มีอาการหนัก ทั้งต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 13 ราย ต้องฟอกไต 18 ราย และต้องปั๊มหัวใจ 6 ราย ซึ่งผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา พบว่า มีอาการแบ่งเป็น ภาวะเลือดเป็นกรด 21 ราย หายใจเหนื่อย 19 ราย ภาวะไตวาย 16 ราย ตาพร่ามัว 14 ราย ชัก 4 ราย และหมดสติ 4 ราย [1]ซึ่งกลุ่มผู้ป่วยในครั้งนี้นั้น ต่างเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากการดื่มยาดอง จากซุ้มยาดองในบริเวณเขตคลองสามวา เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวม และสรรพสามิต สืบสวนจนพบแหล่งผลิตน้ำสุราที่เป็นต้นตอของอาการป่วย และพบว่าในสุราดังกล่าวมีส่วนผสมของเมทานอล และสารไอโซไพรพิล แอลกอฮอล์ (Isopropyl alcohol : IPA) ซึ่งเป็นสารอันตรายหากสิ่งมีชีวิตบริโภคเข้าไป

และพบว่าแหล่งผลิตดังกล่าว กระจายสุราปนเปื้อนที่ผลิตได้ไปยังซุ้มยาดองในเขตสะพานสูงอีก 18 แห่งอีกด้วย— แอลกอฮอล์ ไม่ได้ดื่มได้ทุกชนิด —สุรา ของมึนเมาทุกชนิด ล้วนแต่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งออกฤทธิ์ให้ผู้เสพรู้สึกมึนเมา และนี่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า แอลกอฮอล์ทุกชนิดนั้นกินได้แต่ในทางเคมีแล้ว แอลกอฮอล์หมายถึง สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ที่มีออกซิเจน และ ไฮโดรเจน เป็นองค์ประกอบ (หมู่ไฮดร๊อกซิล) และมีสารเคมีในกลุ่มนี้หลายสิบชนิด แต่มีเพียง “เอทานอล (Ethanol)” หรือ “เอทิลแอลกอฮอล์ (ethyl alcohol)” เท่านั้นที่สามารถบริโภคได้ โดยไม่มีอันตรายถึงชีวิต ในตลาดการค้าวัตถุเคมี เอทิลแอลกอฮอล์ สามารถแบ่งออกได้อีก 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือแบบบริโภคได้ และแบบที่บริโภคไม่ได้ ซึ่งในแบบที่บริโภคไม่ได้นั้น จะมีส่วนผสมอื่นที่ถูกผสมอยู่ในนั้นด้วย และส่วนผสมเหล่านั้น จะเป็นพิษอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต หากถูกบริโภคลงไปในปริมาณที่สูงกว่ากำหนดในแอลกอฮอล์ทาแผลเองก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ที่มีการจัดจำหน่ายในท้องตลาดจะมีส่วนผสมหลักเป็นเอทิลแอลกอฮอล์ แต่ก็จะมีข้อความกำกับว่า “ห้ามรับประทาน” เนื่องจากมีส่วนผสมอันตรายหากดื่มลงไปด้วยเช่นกัน— พิษเหล้าเถื่อนในอดีต —ในอดีต ตามชนบท มักจะมีการแอบต้มสุราเถื่อนอย่างผิดกฎหมาย และรัฐพยายามปราบปราม เนื่องจากในการต้มเหล้าเถื่อนนั้น มักจะมีการใช้ “ยาฆ่าหญ้า” เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการเปลี่ยนองค์ประกอบของสารตั้งต้นให้กลายเป็นเอทิลแอลกอฮอล์ และหากมีการปฎิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง สารอันตรายในยาฆ่าหญ้าเหล่านั้นจะสลายตัวไปตามกระบวนการทางเคมี แต่ผู้ต้มส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ทางเคมี จึงมักจะดื่มโดยที่สารพิษยังสลายตัวไปไม่หมด บางรายตาบอดตลอดชีวิต หลายรายเสียชีวิต และนี่เป็นสาเหตุที่ภาครัฐในสมัยนั้น ต้องออกมาตรการควบคุม เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน— คำถามถึงนโยบายสุราเสรี —ในปี 2565 สภาผู้แทนราษฎร์ลงมติคว่ำ ร่าง พรบ. สุราก้าวหน้า แต่รัฐบาลในเวลานั้นปรับเปลี่ยนกฎกระทรวงว่าด้วยการผลิตสุรา โดยลดกำลังการผลิตที่ได้รับอนุญาตลง เปิดโอกาสให้มีผู้ผลิตในตลาดสุราเพิ่มมากขึ้น ในระดับที่ภาครัฐสามารถเข้าไปควบคุมตรวจสอบได้ในขณะที่พรรคก้าวไกล พยายามที่จะผลักดัน พรบ. ภาษีสรรพสามิต หรือ พรบ. สุราก้าวหน้า โดยให้ไม่มีการกำหนด และกีดกันการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทำให้ธุรกิจสามารถผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้อย่างเสรีนั้น ย่อมถูกตั้งคำถามถึง “ความปลอดภัยในการบริโภคแอลกอฮอล์” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แม้การเปิดเสรีทางธุรกิจ ย่อมหมายถึงการเพิ่มจำนวนผู้ผลิต ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจได้ก็จริง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสังคม ย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และพรรคก้าวไกล ที่ในวันนี้เปลี่ยนเป็นพรรคประชาชน ก็ยังไม่มีคำตอบให้กับสังคมว่า จะสามารถควบคุมมาตรฐานการผลิตสุราของผู้ประกอบการที่จะเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จากนโยบายสุราเสรีนี้ได้อย่างไร ?กระบวนการผลิตสุรา มิใช่กระบวนการที่ปลอดภัย 100% เหมือนในอดีตเมื่อหลายร้อยปีก่อน ที่ยังไม่มีการคิดค้นสารเร่งปฎิกิริยาในกระบวนการผลิตสุรา และท่ามกลางการแข่งขันโดยเสรี ย่อมหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสมัยใหม่เพื่อการลดต้นทุนไม่ได้หากพรรคประชาชนยังมีแนวนโยบายที่จะผลักดันนโยบายสุราเสรีต่อ พรรคประชาชนจะมีแนวทางที่จะให้การรับรองต่อประชาชนได้อย่างไร ในการควบคุมมาตรฐานการผลิตสุราของผู้ประกอบการเหล่านั้น ให้มีความปลอดภัยในการบริโภค สามารถดื่มได้อย่างมั่นใจ

ศิราวุธ ภุมมะกสิกร: คอลัมนิสต์ The Structure

อ้างอิง

[1] https://www.facebook.com/share/p/6DcCxLfmbunx8NUH/ [2] https://www.facebook.com/ExciseDepartment/posts/pfbid0E7jfZioqysCWmBDNo1du58NkYRpJYzAXMWgCJCbccVdvFk4T7CmqebxdSEhvyhk3l?rdid=GHTOgtsE7QKPtv5a [3] https://www.bbc.com/thai/articles/c97j3pd38y7o [4] https://www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=290

[5] https://www.parliament.go.th/section77/manage/files/file_20230911100402_1_290.pdf

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...