โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิว Gyeongseong Creature ซีซัน 2 ร่วมต่อสู้สัตว์สยองกันอีกครั้งกับ “พัคซอจุน” และ “ฮันโซฮี”

LSA Thailand

อัพเดต 02 ต.ค. 2567 เวลา 15.35 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2567 เวลา 08.00 น. • Lifestyle Asia Thailand
Gyeongseong Creature

ใครที่เคยดู Gyeongseong Creature (สัตว์สยองกยองซอง) ซีซัน 1 แล้วรู้สึกถึงความระทึกและความดิบเถื่อนที่มาพร้อมเนื้อหาของสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับซีซัน 2 ที่มาพร้อมความมันส์ที่เพิ่มขึ้น แต่… จะถูกใจเราจริงหรือเปล่า? วันนี้เรามารีวิวกันว่าซีซันนี้เป็นอย่างไรบ้าง

Relate article

รีวิว Parasyte: The Grey ซีรีส์เกาหลีทาง Netflix ที่จะเปลี่ยนมุมมองสัตว์ประหลาด ไปได้อย่างไร?

รีวิว | Land of Tanabata ซีรีส์ญี่ปุ่นที่ชวนคุณไปค้นปริศนาของพลังสร้าง “รู” คืออะไรกันแน่ ?

Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในซีรีส์

Lifestyle Asia rating: 3/5

ประเภท: แอ็กชัน, ระทึกขวัญ, ประวัติศาสตร์, แฟนตาซี จับคนมาทดลองเพื่อสร้างสรรค์สังคมในอุดมคติที่เชื่อว่าดี? ผลพวงจากแนวคิดยุคล่าอาณานิคม สงครามเกาหลี – ญี่ปุ่น โดยมีสัตว์ประหลาดพี่หนวดปลาหมึกทะลวงไส้ คล้ายเรื่อง Parasyte: The Grey และSweet Home

นักแสดงนำ:

  • Park Seo-joon รับบทเป็น Jang Tae-sang
  • Han So-hee รับบทเป็น Yoon Chae-ok
  • Wi Ha-joon รับบทเป็น Kwon Jun-taek
  • Ahn Ji-ho รับบทเป็น Park Beom-oh
  • Jo Han-chul รับบทเป็น Yoon Joong-won

ผู้กำกับ: Chung Dong-yoon Roh

จำนวนตอนทั้งหมด: 7 ตอน

ความยาวต่อตอน: ประมาณ 50 นาที

ดูได้ที่ไหน: Netflix

ดูได้เมื่อไหร่: 27 กันยายน 2567

Photo Credit: by Netflix via Youtube

เราชอบอะไรในซีรีส์เรื่องนี้: แอคชั่นที่จัดเต็มและการแสดงที่ทรงพลัง

ซีนแอคชั่น: อย่างแรกที่เราต้องยกนิ้วให้เลยคือ ซีซัน 2 เพิ่มซีนแอ็กชันเยอะขึ้นกว่าซีซันแรกมาก! ทั้งฉากต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ และการใช้ CGI สัตว์ประหลาดที่ดูน่ากลัวทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ชม โดยเฉพาะฉากการต่อสู้ของ ฮันโซฮี ที่สามารถสะกดทุกสายตาได้ในทุกซีนเลยทีเดียว

การแสดง: แน่นอนว่านักแสดงทุกคนยังคงทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม พัคซอจุนก็ยังคงเป็นเสน่ห์ของเรื่องเช่นเคย แต่ที่เราต้องชื่นชมที่สุดคือ Claudia Kim ที่รับบทเป็น มาดามมาเอดะ เธอทำให้ตัวละครนี้ดูมีมิติมากขึ้นทุกครั้งที่ปรากฏตัว

เราไม่ชอบตรงไหน: ความซับซ้อนที่หลุดโฟกัส และฉากซ้ำซาก

เนื้อเรื่องที่ซับซ้อนเกินไป: ซีซันนี้มีการเล่าเรื่องที่กระโดดข้ามเวลามาไกลถึง 79 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ใหญ่มาก แต่การเล่าเรื่องกลับดูไม่ค่อยเคลียร์เท่าไร ตัวละครหลายๆ ตัวเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากซีซันแรก ทั้งที่ควรมีการพัฒนาตัวละครหรือการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง

แอคชั่นซ้ำๆ: แม้ว่าแอคชั่นจะมีมากกว่าเดิม แต่บางฉากก็ดูซ้ำๆ ใช้รูปแบบเดิมหลายครั้งจนเราเริ่มรู้สึกเบื่อ ยิ่งฉากต่อสู้กับสัตว์ประหลาดก็ดูเหมือนว่ามีมาให้ตัวละครอัดแหลกอย่างเดียว ไม่มีพล็อตอะไรเพิ่มเติม

เนื้อเรื่องย่อ: จากอดีตสู่ปัจจุบัน กับการต่อสู้ครั้งใหม่

Gyeongseong Creature ซีซัน 2 ยังคงเล่าเรื่องราวของ ยุนแชอ๊ก (ฮันโซฮี) และ จางแทซัง (พัคซอจุน) ที่ร่วมมือกันต่อสู้กับสัตว์ประหลาดหนวดยักษ์ในยุคที่เกาหลีอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น แต่ในซีซันนี้ เรื่องราวเกิดขึ้น 79 ปีหลังจากเหตุการณ์ในซีซันแรก ยุนแชอ๊ก ที่ยังไม่แก่จากการได้รับผลการรักษาของสัตว์ประหลาด กลับมาร่วมสู้กับจางโฮแจ ซึ่งแทบไม่รู้ว่าเขาคือจางแทซังในร่างใหม่ พร้อมกับการเผชิญหน้ากับศัตรูใหม่ ๆ ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

ให้ฉันรอแล้วได้อะไร ? คิดถึงโรงพยาบาล กยองซอง มากมาย

Photo Credit: by Netflix via Youtube

ต้องบอกเลยว่า Gyeongseong Creature ซีซั่น 2 นี่เหมือนเอาเครื่องตีไข่มาตีเนื้อเรื่องให้เละไปหมดเลย ตั้งแต่ต้นจนจบ ความรักที่ควรจะเป็นหัวใจหลักของเรื่องกลับถูกดันไปอยู่ในมุมมืด แถมความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลักอย่าง แชอ๊ก (รับบทโดย ฮันโซฮี) และ แทซัง (รับบทโดย พัคซอจุน) ก็ไม่ได้ทำให้หัวใจเต้นตึกตักเท่าที่ควรจะเป็น

แล้วเรื่องสัตว์ประหลาดนี่อีก! โอ้โห พี่จ๋า…ถ้าจะ CGI เยอะขนาดนี้ เปิดเกมมาด้วยภาพสุดอลังการ พอตัดฉากมาต่อยตีสัตว์ประหลาด เหมือนกำลังเล่นเกมอยู่เลยนะ! ฉากต่อสู้ก็ดูหลุด ๆ เหมือนมีคนเอากล้องมาถ่าย POV แล้วตัดต่อผ่าน ๆ เห็นแล้วอยากตะโกนบอกว่า “ไม่เอาได้ไหมล่ะ!”

แต่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรดีเลยนะ อย่างที่บอก มันก็มีหักมุมให้เราอึ้งกันอยู่บ้าง แถมการพัฒนาของตัวละครอย่าง โฮแจ (หรือแทซังในอดีต) ก็พอไปวัดไปวาได้ ฉากที่เขาต้องกลับมาเผชิญกับอดีตที่ตัวเองลืมมันก็มีความเจ็บปวดอยู่ แถมยังผสมความเป็นนักสืบเข้าไป ทำให้รู้สึกว่า อืม…มันก็พอไหวอยู่นะ

แต่ประเด็นคือ…สัตว์ประหลาดมันมากไป! ตอนแรก ๆ ก็ลุ้นกันสนุกดีว่าใครจะรอดหรือไม่รอด แต่พอเข้าสู่ช่วงกลาง ๆ ซีรีส์เหมือนเน้นแค่โชว์พลังสัตว์ประหลาดจนกลายเป็นความเบื่อ แทนที่จะทำให้เราอินไปกับการต่อสู้ แล้วเรื่องราวที่เคยซับซ้อนและเต็มไปด้วยประเด็นเชิงประวัติศาสตร์ที่เราชอบจากซีซั่นแรก ก็ถูกลดทอนลงไปเยอะมาก คำเดิมสั้นๆ คือ รอมาตั้งนานผิดหวังมากเลยนะ

ซีซัน 3 จะร่วงโรยเหมือนดอกซากุระอีกไหม ?

Photo Credit: by Netflix via Youtube

อย่างที่พูดไปแล้วว่า ซีซั่น 2 ของ Gyeongseong Creature นี่พอเปลี่ยนแนวไปโฟกัสที่การต่อสู้กับสัตว์ประหลาด CGI มากเกินไป มันทำให้หลายคนรู้สึกว่า เสน่ห์ที่เคยมีจากซีซั่นแรกหายไปเยอะ แต่ถ้าจะพูดถึงข้อดีบ้าง ก็ต้องยกเครดิตให้กับการพัฒนาบางอย่างของตัวละคร และจังหวะการเล่าเรื่องที่ไวขึ้น! แบบว่า…ถ้าเบื่อฉากสัตว์ประหลาดแล้วล่ะก็ อย่างน้อย ๆ ก็มีหักมุม และการดำเนินเรื่องที่เร็วช่วยดึงเราอยู่หมัด ไม่ให้ลุกไปเข้าห้องน้ำไกล ๆ (กลัวพลาดเด้อ!)

ส่วน แชอ๊กกับแทซัง หรือโฮแจ (ใครจะเรียกแบบไหนก็เถอะ) การที่ทั้งคู่ไม่แก่ลงเลยนับตั้งแต่ปี 1945 และมีชีวิตยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน ก็เป็นอะไรที่น่าติดตามอยู่ เพราะมันทำให้เราอยากรู้ว่า สุดท้ายแล้วชีวิตอมตะของพวกเขาจะมีความหมายยังไง หรือว่ามันจะส่งผลต่อเนื้อเรื่องมากน้อยแค่ไหน

แต่พอเรามาดูในซีซั่นนี้ กลับรู้สึกว่า ความรักที่ควรจะเป็นแกนหลักระหว่างแชอ๊กและแทซัง ไม่ได้ถูกแสดงออกมาอย่างลึกซึ้งเท่าที่ควร จะบอกว่ามันเป็นเรื่องของ “ความรักที่ผ่านการรอคอยมานาน” ก็ใช่ แต่มันดูไม่อินแบบที่เราคาดหวังไว้ คือแบบ…พวกเขาผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งเท่าไหร่ แต่ความรู้สึกมันไม่ค่อยถึงจุดที่ทำให้คนดูรู้สึกหวานปนเศร้าเหมือนที่ควรจะเป็น

และถ้าพูดถึงฉากแอ็กชัน…โอ้ย! ต้องบอกว่า CGI นี่อัดแน่นมาแบบจัดเต็มจริง ๆ จนบางทีแอบคิดว่า “พี่ ๆ นี่ฉากต่อสู้หรือฉากเกมคอมพิวเตอร์?” ฉากต่อสู้บางฉากก็ทำออกมาอลังการ แต่มันดูแข็ง ๆ ไปหน่อย รู้สึกเหมือนกำลังนั่งดูฉากที่ถูกตัดออกจากเกมแอ็กชันราคาถูก บวกกับการตัดต่อที่ตัดไปมาเร็วเกิน ทำให้เราไม่ทันได้อินกับความตื่นเต้นของฉากสักเท่าไหร่

Photo Credit: by Netflix via Youtube

สรุปแล้ว ซีซั่น 2 ของ Gyeongseong Creature นี้ แม้จะมีจุดเด่นบางอย่างที่ทำให้ยังน่าติดตาม แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามันทำให้เราผิดหวังอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะในแง่ของความสัมพันธ์ตัวละครหลักและความดึงดูดของเนื้อเรื่องที่เคยมีในซีซั่นแรก อย่างไรก็ตาม ถ้าใครเป็นแฟนตัวยงของซีรีส์นี้ ก็ยังพอมีอะไรให้สนุกกับมันได้บ้าง เพียงแต่เราต้องลดความคาดหวังลงไปนิดนึง และถ้าถามว่าเราควรดูต่อไหม? ก็…ดูได้นะ! แต่ถ้าคาดหวังว่าจะมีความพีคแบบซีซั่นแรก ก็คงต้องบอกว่าให้เตรียมใจไว้หน่อย เพราะความอลังการที่เน้นพลังพิเศษกับสัตว์ประหลาดในซีซั่นนี้ มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราหวังจะเห็นเท่าไหร่

Main, Hero and Featured images: by Netflix via Youtube

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...