โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ใช้รถควรรู้! รถยนต์ถูกน้ำท่วม ห้ามสตาร์ตเครื่องเด็ดขาด

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 22 ส.ค. 2567 เวลา 09.00 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
ใช้รถควรรู้! รถยนต์ถูกน้ำท่วม ห้ามสตาร์ตเครื่องเด็ดขาด

สาเหตุเครื่องยนต์รถดับเมื่อขับลุยน้ำท่วม
ขับรถมาหลายปี ต้องมาเสียทีให้กับน้ำท่วม! เชื่อว่าก่อนขับรถลุยน้ำท่วม หลายคนมักคิดว่าประเมินระดับน้ำข้างหน้ามาดีแล้วจึงตัดสินใจขับรถลุยน้ำท่วมต่อไปไม่รอน้ำลด แต่ที่ไหนได้เครื่องยนต์ไปไม่ไหว รถดับอยู่กลางน้ำ ซึ่งถ้าพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ดับเมื่อขับลุยน้ำ มีอยู่ 2 เรื่องด้วยกันก็คือ
1. ระบบไฟฟ้าช็อตเนื่องจากรถเปียกน้ำ กล่องควบคุมระบบไฟฟ้าหรือ ECU (Electronic Control Unit) ซึ่งเป็นตัวควบคุมการสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเกิดความเสียหายหรือเกดการลัดวงจรจนเครื่องยนต์ดับลงและไม่สามารถทำงานต่อได้
2. การจุดระเบิดของเครื่องยนต์เสียหาย หรือมีน้ำเข้าไปในระบบกรองอากาศ (ท่อไอดีของเครื่องยนต์) และเข้าไปยังห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ส่งผลให้หัวฉีดเชื่อเพลิงได้รับความเสียหาย หรือมีน้ำเข้าไปยังช่องก้านวัดระดับน้ำมันหล่อลื่น เป็นผลทำให้เครื่องยนต์ดับได้เช่นกัน

รถยนต์แช่กลางน้ำนานๆ จะเสียหายแค่ไหน
เพราะรถไม่ใช่เรือ แน่นอนว่าเมื่อรถถูกจมน้ำเป็นเวลานานจะเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะรถที่มีน้ำเข้าไปในระบบกรองอากาศ ส่งผลถึงการทำงานของเครื่องยนต์ที่ต้องอาศัยการแรงดันอากาศ ยิ่งขับรถเครื่องร้อนๆ แล้วลุยน้ำท่วมจนมีน้ำเข้าไปในเครื่องกรองอากาศจะทำให้เครื่องน๊อกและหยุดทำงานทันที เมื่อน้ำลดแล้วหรือสามรถเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์หรืออู่ซ่อม จำเป็นต้องผ่าเครื่องล้างเพื่อเอาน้ำออก
และนอกจากเครื่องกรอกอากาศจะเสียหายแล้ว ยังมีระบบและอะไหล่อื่นๆ ของรถยนต์ที่เสียหายไม่น้อย เช่น ระบบเบรกก ระบบเพลา ระบบลูกหมาก ระบบเกียร์ สายพาน ลูกยาง และหัวเทียน รวมถึงระบบไฟฟ้าทั้งหมด โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ที่อาศัยกล่องควบคุมระบบไฟฟ้า ECU ในการทำงานควบคุมการจ่ายเชื้อเพลิง หรือถ้าพูดกันง่ายๆ คือซ่อมยกคัน หรือบางคันเปลี่ยนรถใหม่ยังง่ายกว่า

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถอีวี ที่ถูกน้ำท่วมนั้น ห้ามสตาร์ตรถเด็ดขาด และเรียกรถยกมานำเข้าศูนย์ดีที่สุด

โดยปกติประกันชั้น 1 ประกันรถยนต์ชั้น 2 บางประเภทจะมีการรับประกันรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม แนะนำให้อ่านกรมธรรม์ประกันรถที่ซื้อไว้เพื่อขอรับการเคลมได้ทันที ส่วนกรณีที่ประเมินแล้วค่าซ่อมมากกว่าทุนประกัน บริษัทอาจจะชดเชยเป็นเงินประมาณ 70-80% ของทุนประกันแทน

สำหรับรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม สิ่งแรกที่ไม่ควรทำคือการสตาร์ตรถ ที่ย้ำว่า ห้ามสตาร์ตรถหลังน้ำท่วมนั้น เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมได้ และควรถอดขั้วแบตเตอรี่ออก ป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าไหลเข้าสู่ระบบเครื่องยนต์

หากมีน้ำเข้าภายในรถ ควรทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดสนิมและกลิ่นเหม็นภายในรถก่อนจะนำเข้าศูนย์ซ่อม และติดต่อบริษัทประกันภัยทันที

วิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อรถดับกลางน้ำท่วม

1. ตั้งสติ ห้ามสตาร์ทเครื่องยนต์เด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้เครื่องยนต์สำลักน้ำและพัง
2. ออกจากรถเพื่อขอความช่วยเหลือเพื่อเข็นรถออกจากบริเวณน้ำไปยังบริเวณที่แห้ง หรือกรณีฉุกเฉินไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถเองได้ ให้รีบโทรแจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อขอรถยก
3. เมื่อสามารถนำรถไปยังที่แห้งได้แล้ว ให้เปิดฝากระโปรงรถเพื่อเช็คสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ดับ โดยสังเกตจากหม้อกรองอากาศ เปิดฝาออกและดูแผ่นกรองว่ายังแห้งอยู่ไหม ถ้ายังแห้งอยู่แสดงว่าสาเหตุเกิดจากการลัดวงจรของระบบไฟฟ้า แต่ถ้าแผ่นกรองเปียก แน่นอนว่าเกิดจากน้ำที่เข้าไปยังระบบกรอง เมื่อทราบสาเหตุแล้ว แนะนำให้รีบนำรถเข้าอู่หรือศูนย์บริการเพื่อซ่อมโดยเร็วที่สุด
น้ำท่วมรถแบบไหนเคลมประกันได้
คำว่า น้ำท่วมรถ อาจเกิดได้จาก 2 กรณี คือ ขับรถลุยน้ำท่วม ถือว่าเป็นเหตุจงใจขับรถไปในบริเวณที่มีความเสี่ยงน้ำท่วม กับ จอดรถอยู่แล้วมีน้ำท่วม ถือเป็นอุบัติเหตุหนึ่ง ซึ่งกรณีน้ำท่วมที่ประกันรถยนต์รับเคลมคือ แบบจอดรถอยู่แล้วเพิ่งมีน้ำท่วมสูงทำให้รถเกิดความเสียหายนั่นเอง แต่ใช่ว่าประกันรถยนต์ทุกประเภทจะรับเคลม เพราะมีเพียงประกันชั้น 1 และประกันชั้น 2+ บางบริษัทเท่านั้นที่ความคุ้มครองเรื่องภัยน้ำท่วม

เมื่อทราบดีว่ากำลังจะเข้าสู่หน้าฝน และต้องขับรถเป็นประจำ พี่แมีแนะนำให้เช็คเส้นทางน้ำท่วมก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง เพื่อป้องกันการขับรถลุยน้ำท่วม และที่สำคัญอย่าลืมเช็คประกันของคุณว่าทำชั้นไหน หรือหมดอายุเมื่อไหร่ เพราะหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ไม่ใช่เพียงแค่น้ำท่วม จะได้ขอความช่วยเหลือจากประกันได้อย่างทันถ่วงที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...