โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เร่งตามล่าหนุ่มฝรั่ง ‘มือสาดน้ำกรด’ ทำผู้ดูแลห้องพักสาหัส เหตุจากไม่พอใจโดนห้ามเคาะห้องตามหาเมีย

เดลินิวส์

อัพเดต 23 มิ.ย. เวลา 23.49 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. เวลา 17.15 น. • เดลินิวส์
“ตร.เมืองพัทยา” เร่งตามไล่ล่าคนร้ายชาวต่างชาติ ใช้น้ำกรดสาดใส่หน้าสาวไทยผู้ดูแลห้องพักสาหัส สอบเหตุจากฝ่ายคนร้ายพยายามไล่เคาะประตูห้องพักเพื่อตามหาภรรยาตัวเอง พอโดนห้ามปรามจึงเกิดอารมณ์โมโห กลับไปเอาน้ำกรดมาก่อเหตุ

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งเหตุมีบุคคลถูกน้ำสารเคมี(น้ำกรด)สาดใส่ ถูกตามร่างกาย ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่ห้องพักภายในซอยอรุโณทัย เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา พร้อมนำกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยฯรีบไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ น.ส.วิราวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ถูกน้ำกรดสาดใส่ที่ใบหน้า ตามร่างกายมีบาดแผลแดง แสบร้อนไปทั่วทั้งตัว พลเมืองดีได้พากันขึ้นรถเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลก่อนเจ้าหน้าที่จะมาถึง โดยมีกลุ่มเพื่อนร่วมงานยืนรอให้การกับตำรวจ นอกจากนี้ยังพบเคาเตอร์ เอกสาร ผ้ารองนั่ง พรมเช็ดเท้า ที่ถูกน้ำกรด จนไหม้ละลาย ได้รับความเสียหาย

จากการสอบสวน น.ส.นฤมล (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี นายจ้างของผู้ได้รับบาดเจ็บให้การอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุมาชาวต่างชาติ เดินไล่เคาะประตูห้องอ้างว่าตามหาแฟนที่เคยพักอยู่ที่นี ซึ่งชายรายนี้เคยมาพักอยู่กับแฟนสาวจริง แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่อีกแล้ว การไปเคาะห้องคนอื่นทำให้เป็นการรบกวนลูกค้าผู้เช่าห้อง ทางพนักงานผู้ดูแลจึงพยายามห้ามปราม และเชิญให้ออกไปแต่โดยดี ปรากฏว่าฝ่ายผู้ก่อเหตุย้อนกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะใช้น้ำกรดสาดใส่ น.ส.วิราวรรณ ผู้ดูแลจนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว หลังเกิดเหตุตนได้เข้าแจ้งความเพื่อให้ตำรวจเร่งติดตามไล่ล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...