สัญญาณบวก! “อิหร่าน” ชี้ข้อเสนอสหรัฐ เริ่มลดช่องว่างเจรจา พร้อมจัดทำคำตอบส่งกลับ
สัญญาณบวก! "อิหร่าน" เผยข้อเสนอล่าสุดจากสหรัฐ ช่วยลดช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายได้ในระดับหนึ่ง พร้อมเผยกำลังจัดทำคำตอบส่งกลับ เตือนสหรัฐต้องยุติแรงกดดันทางทหาร
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.28 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าอิหร่าน เปิดเผยว่าข้อเสนอล่าสุดจากสหรัฐช่วยลดช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายได้บางส่วน ขณะที่ทั้งคู่พยายามเปลี่ยนข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางให้กลายเป็นข้อตกลงสันติภาพถาวร
สำนักข่าวกึ่งทางการ Iranian Students’ News Agency (ISNA) รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิหร่านกำลังจัดทำคำตอบต่อร่างข้อเสนอที่สหรัฐส่งมา โดยระบุว่า ช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายแคบลงในระดับหนึ่ง แต่การลดความขัดแย้งเพิ่มเติมยังขึ้นอยู่กับการที่สหรัฐต้องยุติแรงกระตุ้นในการใช้สงคราม
กระทรวงต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยแยกต่างหากว่า การแลกเปลี่ยนข้อความระหว่างทั้งสองฝ่ายอยู่บนพื้นฐานของข้อเสนอ 14 ข้อของอิหร่านที่เสนอไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีแนวคิดให้ทั้งสองฝ่ายทำข้อตกลงระยะสั้น โดยอิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ขณะที่สหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ก่อนเข้าสู่การเจรจาเชิงลึกเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน
อย่างไรก็ตามอิหร่านยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาชัดเจนว่าจะตอบกลับสหรัฐ อย่างเป็นทางการเมื่อใด โดยกระทรวงต่างประเทศอิหร่านย้ำว่า ต้องการคำมั่นว่าการสู้รบจะยุติลงทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน พร้อมเรียกร้องให้มีการปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกคว่ำบาตร
ขณะเดียวกัน Asim Munir ผู้นำกองทัพปากีสถาน ซึ่งถูกมองว่า เป็นบุคคลทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ เดินทางเยือนกรุงเตหะรานในวันพฤหัสบดี เพื่อร่วมความพยายามไกล่เกลี่ย โดยปากีสถานยังคงทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักระหว่างทั้งสองฝ่าย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสหรัฐและอิหร่านกลับมาแลกเปลี่ยนถ้อยคำข่มขู่กันอีกครั้ง ขณะที่ความขัดแย้งยังยืดเยื้อ
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธว่าการทูตกับอิหร่านกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งช่วยสร้างความหวังในตลาดการเงินว่า ข้อตกลงสันติภาพอาจใกล้เกิดขึ้น ส่งผลให้ราคาพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นและราคาน้ำมันลดลง
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังเตือนว่า สหรัฐอาจกลับมาโจมตีอีกครั้งในอีกไม่กี่วัน หากอิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐ โดยกล่าวว่า “เราจะมีทั้งข้อตกลง หรือไม่ก็จะต้องทำบางอย่างที่ค่อนข้างรุนแรง”
ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลดลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี มาอยู่ที่ 104.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ยังเพิ่มขึ้นกว่า 45% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
ประเด็นสำคัญที่ยังเป็นอุปสรรคในการเจรจา ได้แก่ การเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน โดยสหรัฐต้องการให้อิหร่านส่งมอบยูเรเนียมดังกล่าว และยุติการเสริมสมรรถนะอย่างน้อย 10 ปี เนื่องจากกังวลว่าอาจถูกนำไปพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่ผู้นำอิหร่านปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าวมาโดยตลอด
ด้าน Masoud Pezeshkian ประธานาธิบดีอิหร่าน ยืนยันว่าประเทศจะไม่ยอมจำนน โดยระบุผ่าน X ว่า “การบังคับให้อิหร่านยอมแพ้ด้วยแรงกดดันเป็นเพียงภาพลวงตา”
อีกประเด็นสำคัญ คือ สถานการณ์ในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่ม Hezbollah ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงโจมตีกันรายวัน และอิสราเอลยังไม่แสดงท่าทีว่าจะถอนกำลังออกจากเลบานอน
นอกจากนี้ Axios รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ทรัมป์และนายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu มีการสนทนาที่ตึงเครียดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดย Netanyahu ยังคงไม่เชื่อว่าอิหร่านจะปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพ และส่งสัญญาณว่าการโจมตีอิหร่านอาจต้องกลับมาอีกในอนาคต
ก่อนหน้านี้Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) เตือนว่า หากสหรัฐหรืออิสราเอลกลับมาเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง อิหร่านจะตอบโต้เกินกว่าตะวันออกกลาง และพร้อมโจมตีในสถานที่ที่ไม่มีใครคาดคิด
อ้างอิง : www.bloomberg.com