โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ ตกรอบแล้ว พ่ายเบลเยียม 4-1 แม้ได้ "บาโลกัน" ลงสนาม

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สหรัฐฯ ตกรอบการแข่งขันฟุตบอลโลกแล้ว หลังพ่ายแพ้ให้กับทีมเบลเยียม 4-1 แม้ทรัมป์จะช่วยแทรกแซงให้ บาโลกัน กลับมาลงสนามได้ จนถูกแฟนบอลทั่วโลกวิจารณ์ว่าใช้อำนาจแหกกฎ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับเบลเยียมอยู่ดี

หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าไปแทรกแซง ต่อสายตรงหาประธานฟีฟ่า เพื่อให้ช่วยยกเลิกการแบนนักเตะอเมริกัน "โฟลาริน บาโลกัน" ที่โดนใบแดงมา ทำให้ตามกฎแล้ว บาโลกันจะไม่สามารถลงเตะในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่เจอกับเบลเยี่ยมได้ จนทำให้ฟีฟ่ายอมแหกกฎให้บาโลกันลงสนามในรอบที่แข่งกับเบลเยียมได้ ซึ่งเพิ่งจะแข่งกันจบไปเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ผลการแข่งขันออกมาเป็นเบลเยี่ยมที่ชนะไป 4-1 ทำให้ทีมสหรัฐฯ ตกรอบไปในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แม้ว่าทรัมป์จะอุตส่าห์ช่วยให้ บาโลกัน กลับมาลงสนามได้

การที่ทรัมป์เข้ามาแทรกแซง ใช้ทั้งอำนาจในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ และก็อำนาจในฐานะหนึ่งในประเทศเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เข้าไปแทรกแซงฟีฟ่าให้แหกกฎของตัวเอง ให้นักเตะที่โดนใบแดงสามารถกลับมาลงสนามใหม่ได้ทันที ก็สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก โดยหลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเป็นอิสระของฟีฟ่า และความเหมาะสมของการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองในกระบวนการตัดสินด้านวินัย ขณะที่สมาคมฟุตบอลเบลเยียมก็แสดงความไม่พอใจ พร้อมพิจารณาใช้มาตรการทางกฎหมาย โดยมองว่าการยกเว้นโทษครั้งนี้อาจสร้างบรรทัดฐานที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของการแข่งขันฟุตบอลโลกในอนาคต

เมื่อแฟนบอลทั่วโลก ไม่เห็นด้วยกับการแหกกฎให้บาโลกันกลับมาลงสนามได้ ก็ทำให้การแข่งระหว่างสหรัฐฯ กับเบลเยียม ทุกคนก็หันไปเชียร์เบลเยียมกันหมด เพราะไม่มีใครอยากให้ทีมสหรัฐฯ ที่ถูกมองว่าแหกกฎเป็นฝ่ายชนะ แล้วในที่สุด ผลการแข่งก็ออกมากลายเป็นว่าทีมเบลเยียมสามารถเอาชนะไปได้อย่างสวยงาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...