โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลิ่นปรับครม.‘โกงสอบ’วัดเคพีไอ'รัฐบาล-อนุทิน' ล่า‘ไอ้โม่ง-ตัดตอน?’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มหากาพย์ “โกงสอบท้องถิ่น” ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมๆ กันเกือบ 4,500 ล้านบาท และกำลังสร้างปรากฎการณ์“ฝีแตก” เขย่าอาณาจักรมหาดไทย แถมลุกลามความเชื่อมั่น “รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย” และ “นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในเวลานี้

แม้ก่อนหน้าจะได้เห็นแอ็กชั่นของ “มท.หนู” ตั้งโต๊ะแถลงร่วมกับ “ปลัดป็อบ” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ “สันติธร ยิ้มละไม” รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เตรียมเอาผิด “5 ข้าราชการ” กรมการปกครองท้องถิ่น(สถ.)

ว่ากันว่า ในจำนวนนี้ อาจมีทั้ง อธิบดีสถ. คือ “ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล” ที่ถูกเด้งเข้ากรุ ไปตั้งแต่วันที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)บุกค้นที่บางใหญ่ จ.นนทุบรี รวมถึงรองอธิบดี ผอ.กองฯ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประสานงาน

หรือแม้แต่แอ็กชั่นล่าสุดของ “มท.หนู” ที่ล่าสุดลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 263/2569 วันที่ 6 ก.ค.2569 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 เพื่อดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น มีอำนาจเต็มในการตรวจสอบข้อมูลทุกมิติ และจัดทำรายงานเสนอผลต่อรัฐบาลภายในกรอบเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

เดดไลน์ 30 วัน ล่า‘ไอ้โม่ง-ตัดตอน?

โดยมี “ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย เป็นประธานกรรมการ และพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นรองประธาน ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พร้อมจัดทำรายงานเสนอให้นายกรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ 6 ก.ค.2569 และให้รายงานความคืบหน้าทุก 10 วัน

ทว่าด้วยจำนวนตัวเลขที่ถูกเปิดเผยล่าสุด ในกระบวนการเปรียบเทียบผลคะแนนที่ประกาศ กับไฟล์รูปถ่ายกระดาษคำตอบของผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว ที่มีมากถึง 15,520 ราย โดยเฉพาะกลุ่มที่จ่ายเงินให้ขบวนการสูงถึง 3.5 -8 แสนบาทต่อราย

ไหนจะ “ตัวละครลับ” ที่ถูกเปิดออกมาเป็นรายวัน เชื่อมโยงระดับ “คีย์แมนพรรคสีน้ำ เงิน” ทั้งกรณีคลิปวิดีโอ ระหว่าง “ส้ม” กานดาภร มณีปุณยากุล (ผู้อัดคลิป)และ “กฤต” พงศกรณ์ เสาร์ทน ซึ่งเนื้อหาในบทสนทนามีการพาดพิงถึง “ทรงศักดิ์ ทองศรี” รองนายกฯ ในฐานะอดีต รมช.มหาดไทย

แม้กรณีนี้ “ทรงศักดิ์” ชิงออกมาปฏิเสธความเชื่องโยงดังกล่าว ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่เคยรู้จักบุคคลทั้ง 3 ในคลิปเป็นการส่วนตัว

แถมแฉกลับฟันธงไปที่ประเด็นการเมือง โดยมีเบื้องหลังคือ “ส้ม”กานดาภร เป็นบุคคลที่กว้างขวางในแวดวงการเมืองแถบภาคอีสานและภาคกลาง และมักปรากฏตัวทุกครั้งที่มีการจัดสอบของหน่วยงานราชการ ทั้งการสอบบรรจุและเลื่อนขั้น โดยเฉพาะในสายงานกระทรวงมหาดไทย

ส่วน “กฤต” พบว่าเป็นนักการเมืองที่เคยสังกัดหลายพรรคการเมือง และเคยลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ในพื้นที่จ.ขอนแก่น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า คลิปดังกล่าวอาจมี “วาระซ่อนเร้น” เนื่องจากช่วงเวลาที่พูดคุยกันเกิดขึ้น ก่อนจะมีการลงนามในสัญญาจ้างจัดสอบ โดยเชื่อว่ามีความพยายามจะทำให้เกิดการยกเลิกการประมูลจ้างมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง และหันไปใช้บริการอีกมหาวิทยาลัยหนึ่งในพื้นที่ภาคอีสาน ที่เสนอราคาสูงกว่า แต่พลาดการประมูลไป

“เขาอาจมีเจตนาแอบแฝง เพื่อหวังประสงค์สิ่งที่อยู่ในใจเขา คือการกดดันให้ยกเลิกการประมูล” ทรงศักดิ์ ตั้งข้อสังเกต

ทว่าภายใต้สารพัดเกมการเมืองทั้งจาก"ฝ่ายค้าน" และ "ฝ่ายแค้น" ที่ผสมโรงรุมขยี้ "ระดับคีย์แมน" ภาคอีสาน แถมเป็นสายตรงครูใหญ่ ในเวลานี้ย่อมสร้างแรงสั่นคลอนต่อพรรคสีน้ำเงิน ขยายวงไปที่เสถียรภาพรัฐบาลอยู่ไม่น้อย

ไหนจะกรณีของ “รัชพงศ์ ชูแก้ว”ที่ชิงลาออกจากเลขานุการรมว.คมนาคม “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังปรากฎชื่อบุคคลนามสกุลเดียวกัน ในบัญชีรายชื่อสอบแข่งขันได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ภาคใต้ เขต 1

ที่กำลังกลายเป็นตำบลกระสุนตก อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น คือ“พิพัฒน์” ในฐานะแม่ทัพภาคใต้“ค่ายสีน้ำเงิน”

แน่นอนว่า ภายใต้อำนาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดของ “พรรคสีน้ำเงิน” บนกระดานอำนาจ แถมมี “4 รัฐมนตรี” ที่เป็นคนของพรรค คุมกระทรวงมหาดไทยทั้งหมด

ทว่าสารพัดครหาที่เป็นปริศนาในเวลานี้ ทั้งกรณีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง “5 ข้าราชการ” ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จนถึงเวลานี้ ยังทิ้งไว้ซึ่งคำถามที่ว่า ถึงที่สุดจะ “ขุดรากถอนโคน” กระบวนการทั้งหมด หรือแค่“ตัดตอน” ไม่ให้สาวไปถึงไปถึงระดับ “บิ๊กเนม” เพื่อหยุดกระแส" ติดลบของรัฐบาลแต่เพียงเท่านั้น

ครหาถอนทุน-ปรับครม. กลบจุดอ่อน

เหนือไปกว่านั้นต้องจับตามหากาพย์โกงสอบท้องถิ่น ที่เวลานี้กำลังขยายวงถูกตั้งข้อสังเกตว่า หรือนี่!จะเป็นส่วนหนึ่งของวงจร“ถอนทุนคืน” ของ"นักเลือกตั้ง" บางกลุ่ม

ฉะนั้นท่ามกลางกระแสข่าวปรับครม. เพื่อกลบจุดอ่อนรัฐบาล ที่เริ่มเห็นสัญญาณชัดว่า อาจเกิดขึ้นในเร็ววัน ประเด็นนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของรัฐบาล ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย รวมถึงตัว “นายกฯอนุทิน” ถึงที่สุดจะสามารถคลี่คลายสารพัดปมสงสัยเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงใด

หากปล่อยให้ความเชื่อมั่นถูกเซาะกร่อนเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จากเดิมที่คุมเกมบนกระดานอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำไปทำมาอาจกลายเป็นไฟต์บังคับในการ “ร่นอายุ” รัฐบาลที่กำลังอยู่ในช่วงขาลงให้สั้นลงอีกเป็นได้

ก็คงเหมือนอย่างที่“นายกฯอนุทิน”เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ ผู้ที่มีอำนาจประเมิน KPI รัฐมนตรีคือตนเอง ส่วนผู้ที่มีอำนาจประเมิน KPI นายกฯ ที่เวลานี้สวมหมวกรมว.มหาดไทยอีกหนึ่งตำแหน่ง คือ“ประชาชน” ที่เป็นผู้ออกเสียงผ่านคูหาเลือกตั้งเพื่อเลือกรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...