โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปกรณ์ เล็งใช้ระบบประกันสุขภาพ ดันเออร์ลี่รีไทร์ 5000 คน สั่งคุมงบหลังพุ่งแตะ 70%

Thaiger

อัพเดต 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.50 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ สั่งศึกษาแนวทางดึงระบบประกันสุขภาพต่างประเทศมาใช้ ดันเออร์ลี่รีไทร์นำร่อง 5,000 คนในปีงบฯ 2570 หวังแก้ปัญหารายจ่ายบุคลากรรัฐพุ่งสูงเกิน 70%

หลังจาก นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดเผยการประชุม สั่งการให้สำนักงาน ก.พ. กรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ศึกษาแนวทางนำระบบประกันสุขภาพมาใช้แทนระบบเบิกจ่ายสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการแบบเดิม

ก่อนเข้าสู่วาระเพื่อพิจารณา ประธาน ก.พ. ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยงบประมาณรายจ่ายประจํามีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของงบบุคลากร ค่ารักษาพยาบาล และบําเหน็จ บ่านาญ รวมเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70

ดังนั้นจึงจําเป็นต้องมีการดําเนินมาตรการเพื่อควบคุม ขนาดกําลังคนและค่าใช้จ่ายภาครัฐอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการนําเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน การปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานราชการบริหารส่วนกลางที่ไปตั้งอยู่ในภูมิภาคเพื่อควบคุมไม่ให้มีการเพิ่มและปรับลดจํานวนลงให้ได้มากที่สุด โดยขอให้สํานักงาน ก.พ. และสํานักงาน ก.พ.ร. ร่วมกันวางแผนการดําเนินการ ในเรื่องดังกล่าว และนําเสนอ ก.พ. เพื่อพิจารณาต่อไป

สําหรับเรื่องมาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือEarly Retirement ขอให้สํานักงาน ก.พ. เร่งดําเนินการให้มีผลในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อแสดงถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะผลักดันเรื่องนี้ อย่างจริงจัง ส่วนในเรื่องสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ขอให้สํานักงาน ก.พ. ร่วมกับกรมบัญชีกลาง และสํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ศึกษาวิธีการนําระบบ
ประกันสุขภาพมาใช้เพื่อทดแทนระบบปัจจุบัน

ส่วนกรณีทุจริตการสอบเข้ารับราชการที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน แม้จะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสํานักงาน ก.พ. แต่เรื่องดังกล่าวก่อให้เกิดทัศนคติเชิงลบแบบเหมารวม ส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบราชการอย่างรุนแรง จึงขอให้สํานักงาน ก.พ. ประสานกับสมาคม องค์กร หรือกลุ่มข้าราชการต่าง ๆ ดําเนินการในเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาศักดิ์ศรีของข้าราชการ พลเรือนในภาพรวมต่อไป

นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้สํานักงาน ก.พ. ดําเนินการเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบพนักงานราชการเพื่อให้การโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนตําแหน่งมีความยืดหยุ่นและคล่องตัว มากยิ่งขึ้น รวมถึงการทบทวนอัตราเงินเพิ่มสําหรับข้าราชการที่ประจําอยู่ในต่างประเทศให้มีความสอดล้องกับ สถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นซึ่งอัตราค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นมาก

ภาพจาก Facebook : ปกรณ์ นิลประพันธ์ – Pakorn Nilprapunt

ล่าสุด นายปกรณ์ ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ระบุไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คนเสียภาษีน้อยลง แต่งบรายจ่ายบุคลากรภาครัฐและค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นทุกปีสวนทางกับรายได้รัฐ จำเป็นต้องหาทางแก้ไขโครงสร้างจริงจัง เตรียมนำร่องมาตรการเออร์ลี่รีไทร์ด้วยความสมัครใจประมาณ 4,000 – 5,000 คน เปิดทางให้คนรุ่นใหม่ที่มีทักษะใหม่เข้ามาทำงานให้ระบบราชการทันสมัยมากขึ้น

พร้อมเดินหน้าหารือกรมบัญชีกลาง กบข. และ คปภ. ศึกษาการเปลี่ยนสวัสดิการรักษาพยาบาลที่ดูแลครอบคลุมถึงพ่อ แม่ ลูก ภรรยา และสามี ไปใช้ระบบประกันสุขภาพเหมือนต่างประเทศ มองว่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าการใช้ระบบเหมาจ่ายในปัจจุบันที่สิทธิ์ต่าง ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ

ทั้งนี้ย้ำว่าทุกอย่างยังอยู่ในกระบวนการศึกษา ต้องคิดให้รอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบสิทธิ์เดิมของพ่อ แม่ ลูก รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นลม รักษาไม่ให้ฝีแตกก่อนแล้วค่อยมารักษา เพื่อไม่ทิ้งภาระก้อนใหญ่ให้ลูกหลานในอนาคต

ข้อมูลจาก : ปกรณ์ นิลประพันธ์ – Pakorn Nilprapunt

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...