โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดรหัสบิ๊กแบรนด์อสังหาฯ ปี 69 แก้เกมตลาดที่อยู่อาศัยขาลง พลิกตำราลุย “พอร์ตเช่า” เสริมแกร่งกระแสเงินสด

Positioningmag

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • my_bb

สมรภูมิตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบสองทศวรรษ
เมื่อตัวเลขอัตราการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วงปี 2568 ดิ่งลงมาอยู่ที่ราว 40,000 ยูนิตต่อปี หรือหดตัวลงถึง 60% จากระดับปกติ ถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2549
ปัจจัยกดดันรอบด้าน ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนพุ่งสูง กำลังซื้อเปราะบาง มาตรการคุมเข้มสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ดันยอดปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ในกลุ่มเซกเมนต์ล่าง (ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท) พุ่งทะยานตั้งแต่ 30% ไปจนถึงแตะระดับ 70% ในบางดีเวลลอปเปอร์ บวกกับต้นทุนก่อสร้างและพลังงานจากผลกระทบความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น 5-10%
ทำให้โจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการในวันนี้ไม่ใช่การแข่งกันว่า “ใครมียอดขายสูงที่สุด” แต่กลายเป็นการตั้งรับเพื่อ “รักษาเสถียรภาพและสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งที่สุด” ผ่านการเบนเข็มรุก ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) โดยเฉพาะ “ตลาดเช่า” อย่างเต็มตัว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการอสังหาฯ แต่ละค่ายต่างงัดกลยุทธ์และโมเดลการปล่อยเช่าที่แตกต่างกัน เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่หันมานิยมการเช่ามากกว่าการซื้อ เนื่องจาก ต้องการความยืดหยุ่นสูง และแก้พฤติกรรมเรียลดีมานด์ที่อยากมีบ้านแต่กู้ไม่ผ่าน ดังนี้

LPN ลุยโมเดล “คอนโดพร้อมผู้เช่า” ดึงเงินหนานักลงทุน

LPN เลือกปรับพอร์ตลดความเสี่ยงห้องว่างด้วยกลยุทธ์ดึงยูนิตเหลือขายเข้าสู่ตลาดเช่าเพื่อสร้างรายได้ระหว่างถือครอง จากนั้นจึงนำมาขายต่อให้กับกลุ่มนักลงทุนกระเป๋าหนักที่ต้องการ “ทรัพย์พร้อมผู้เช่า” เพื่อรับผลตอบแทนทันทีตั้งแต่วันโอนกรรมสิทธิ์

  • พอร์ตปัจจุบัน : ปล่อยเช่ากว่า 1,700 ยูนิต

  • ผลการดำเนินงาน : อัตราการเช่า (Occupancy Rate) สูงถึง 95% ทำผลตอบแทน (Yield) เฉลี่ย 6-8% ต่อปี

สำหรับปี 2569 ตั้งเป้ารายได้โตไม่ต่ำกว่า 10% พร้อมเปิดตัว 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท (บ้านเดี่ยวพรีเมียม, คอนโดใกล้มหาวิทยาลัย และคอนโด Aging Society ย่านรามอินทรา)


SENA ขยายพอร์ตเช่า 3,000 ยูนิต ด้วยกลไก “LivNex - RentNex”

จากวิกฤตยอด Reject Rate แตะ 70% ในพอร์ตสินค้าต่ำกว่า 3 ล้านบาท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) ได้ส่ง 2 นวัตกรรมทางการเงินเข้ามาบริหารจัดการสต็อกพร้อมขายที่มีในมือเกือบ 40,000 ล้านบาท
1.LivNex (เช่าออมบ้าน) โมเดลสัญญาระยะ 3 ปีเพื่อช่วยดึงกลุ่มกู้ไม่ผ่าน (ซึ่งสามารถช่วยได้ถึง 20-30%) ให้เข้ามาปรับพอร์ตการเงินก่อนยื่นกู้จริง ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมแล้ว 976 ราย มูลค่า 1,900 ล้านบาท (ทำ Capital Gain สูงถึง 30%)
2.RentNex (เช่าตรงกับเสนา) ตอบโจทย์คนอยากเช่าอย่างเดียว ปัจจุบันมี 605 ห้อง ค่าเช่า 5,500 - 10,000 บาท/เดือน (Yield 6-8%) เจาะทำเลเด่น เช่น

  • ใกล้สถานศึกษา อาทิ โซนบางพูน-ปทุมธานี ค่าเช่าเฉลี่ย 10,000 บาท/เดือน

  • ใกล้แหล่งงาน อาทิ บางกรวย-ไทรน้อย, บางนา, นิคมฯ บางกะดี ค่าเช่า 6,500 - 7,000 บาท/เดือน

ทั้งนี้ ในปี 2569 เตรียมกระจายพอร์ตปล่อยเช่ารวม 40 โครงการ ประมาณ 3,000 ยูนิต (แบ่งสัดส่วนไม่เกิน 15% ของคอนโดแต่ละแห่งมาทำพอร์ตเช่า)
พร้อมรุกตลาดเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์หรู โดยเปลี่ยนคอนโด “ปีติ สุขุมวิท 101” เป็นแบรนด์ “ชามา (Shama)” เจาะกลุ่ม Expat ญี่ปุ่นและจีน ดันค่าเช่าสูงถึง 40,000 - 80,000 บาท/เดือน (Yield 6-8%)


Origin ชู "IP Program" เจาะตลาดพรีเมียม-นิคมอุตสาหกรรม

ออริจิ้น เดินหน้าผ่านโปรแกรมลงทุน (IP Program) บริหารโดย บริษัท แฮมป์ตัน โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ HHR ครอบคลุม 14 โครงการ
โดยจับกลุ่มนักลงทุนที่นิยมซื้อคอนโดระดับราคา 3-5 ล้านบาท รวมถึงกลุ่มที่ซื้อบิ๊กล็อต (Big Lot) ในทำเลระดับพรีเมียมอย่างสุขุมวิท และทองหล่อ ปัจจุบันอัตราการเช่าเฉลี่ย (Occupancy Rate) อยู่ที่ 75-85% มียีลด์เฉลี่ย 5-6%
3 ทำเลเช่าโดดเด่น ได้แก่
1.สุขุมวิท ค่าเช่าเฉลี่ย 30,000 บาท/เดือน (Yield 5-6%) และเริ่มเห็นเทรนด์การซื้อบิ๊กล็อตในทำเลนี้ คือ สุขุมวิท 24 และ ทองหล่อ ตั้งแต่ช่วงปี 2568-2569
2.พญาไท ค่าเช่าเฉลี่ย 25,000 บาท/เดือน (Yield 5-6%)
3.ระยอง ค่าเช่าเฉลี่ย 15,000 บาท/เดือน (Yield 6-7%)
ทำเลระยองถือเป็นดาวรุ่งที่มีแนวโน้มราคาค่าเช่าปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต จากดีมานด์ภาคอุตสาหกรรมที่เข้ามาเติมอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับทำเลกรุงเทพฯ ที่แนวโน้มราคาค่อนข้างคงที่เพราะมีซัพพลายใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา


พฤกษา ส่งแบรนด์ “iPlern” ลุยอะพาร์ตเมนต์บนที่ดินเดิม

พฤกษา โฮลดิ้ง เลือกปรับลดพอร์ตบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทลงอย่างต่อเนื่อง (ปี 2568 เหลือ 30%, ปี 2569 แผนลดเหลือ 25%) เพื่อแก้เกมรีเจ็กต์เรตสูง
พร้อมเพิ่มน้ำหนักธุรกิจสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เพื่อผลักดันสัดส่วนรายได้ประจำแตะ 20% ภายใน 3 ปี
สำหรับ iPlern (ไอเพลิน) แบรนด์อะพาร์ตเมนต์ให้เช่าในเฟสแรกได้นำแลนด์แบงก์ (ที่ดินเดิม) ที่บริษัทมีอยู่กว่า 13,000 ล้านบาทมาพัฒนา
ปัจจุบันมีโครงการอยู่ย่านลำลูกกา-คลองสอง จำนวน 3 อาคาร อัตราการเช่าเต็ม 100% และเตรียมลุยต่อในทำเลศักยภาพสูงอย่างบ่อวิน จ.ชลบุรี เพิ่มเติม
[caption id="attachment_1562479" align="alignnone" width="1706"]

อะพาร์ตเมนต์ให้เช่าของพฤกษา แบรนด์ "ไอเพลิน"[/caption]

รักษาเสถียรภาพการเงิน คือหัวใจของปี 2569

การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าในยุคที่ตลาดชะลอตัวและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่การ "เช่าเพื่ออยู่อาศัย"
การลดสัดส่วนการเปิดโครงการแบบแมส (Mass) และการยื่นมือเข้ามาช่วยบริหารจัดการกระแสเงินสดของลูกค้า และการนำสินทรัพย์ในมือ (ทั้งห้องว่างและที่ดินเดิม) มาแปลงเป็นแหล่งรายได้ประจำ คือทางรอดสำคัญที่ช่วยลดอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) คุมภาระดอกเบี้ย และสร้างความยืดหยุ่นให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...