โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทราย สก๊อต ปล่อยโฮ เปิดใจเล่าที่มาถูกแม่ฟ้องเพิกถอนเอาที่ดินคืน พร้อมป้อง มายด์ ลภัสลัล

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ทราย สก๊อต ปล่อยโฮ เปิดใจเล่าที่มาถูกแม่ฟ้องเพิกถอนเอาที่ดินคืน พร้อมป้อง มายด์ ลภัสลัล

กลายเป็นมหากาพย์ดราม่าที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับเรื่องราวของ ทราย สก๊อต ที่ออกมาอัดคลิปทั้งน้ำตา แฉว่าตอนเด็กๆ ตนเองเคยถูก พาย สุนิษฐ์ ซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆ ล่วงละเมิดทางเพศ เรื่องนี้เป็นบาดแผลฝังลึกในใจทรายมาตลอด นอกจากนี้ทรายยังบอกอีกว่าตอนนี้โดนแม่ของตัวเองฟ้องร้องเพื่อเรียกคืนสมบัติและมรดก ทรายเลยตัดสินใจตัดขาดกับครอบครัว โดยล่าสุดทรายได้ไปออกรายการโหนกระแสเปิดใจถึงเรื่องราวดังกล่าว

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เท่าที่ตามเรื่องของทรายมา ทรายน่าจะตกเป็นผู้ถูกกระทำหลายปี ทรายเยียวยาตัวเองยังไง ปรึกษาใครไหม หรือได้มีโอกาสคุยกับใครไหม?

ทราย: “นอกจากเพื่อนๆ กับคุณแม่บุญธรรม ทรายก็ไม่ได้มีใครที่คุยด้วยครับ ทรายก็พยายามไปทีละวันๆ แล้วก็อยู่กับธรรมชาติ

ทรายเป็นคนที่มีความหวัง คือทรายแค่พยายามดูว่า มันมีใครที่จะช่วยเราได้ไหมในครอบครัว คือเราพยายามเก็บความหวังไว้ แล้ววันนี้เราก็ไม่มีความหวังในเรื่องนั้นแล้ว”

พี่ถามนิดนึงนะ พี่เชื่อว่าสังคมเองส่วนนึงเขาก็คงอยากจะรู้เหมือนกันว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปีเลยที่มีเรื่องราวแบบเนี้ย ทำไมถึงเพิ่งออกมาพูด?

ทราย: “เพราะว่าคุณตาเขาสอนให้เรารักครอบครัวครับ คือทรายโตมาในครอบครัวที่คุณตาเขาเลี้ยง เราก็พยายามเชื่อว่าสิ่งที่เขาสอน จิตวิญญาณเขาก็ยังอยู่ในครอบครัวนี้อยู่ครับ ทรายไม่อยากออกมาพูดเพราะว่า มันคือโลกที่คุณตาสร้างให้กับเรา แต่เมื่อคุณตาไม่อยู่แล้ว ทรายก็เห็นว่าครอบครัวของทรายไม่ได้เก็บจิตวิญญาณของคุณตาไว้เลย วันที่ทรายตื่นตัวแล้ว ทรายรู้สึกว่าคุณตาคงไม่ได้อยู่แล้ว เขาไม่ได้อยู่กับครอบครัวนี้แล้วครับ ทรายไม่อยากทำร้ายครอบครัวตัวเองครับ แต่ทรายคิดว่ามันหมดแล้วครับ”

แสดงว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ทรายยังไม่เคยออกมาพูด เป็นเพราะว่าทรายยังจำคำของคุณตาได้ และคำที่บอกว่า ต้องรักครอบครัวนะ ต้องโพรเทกต์ครอบครัวนะ

ทราย: “ทรายแค่คิดว่าถ้าเกิดคุณตาเห็นในสิ่งที่เกิดขึ้น เขาก็คงบอกให้เราเดินออกเหมือนกันครับ หมดความหวังในเรื่องนี้กับคนพวกนี้แล้วครับ”

ทรายไม่เคยเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ทางคุณตาฟัง?

ทราย: “คุณตาเขาตายประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วครับ ทรายยังไม่ได้มีโอกาสที่จะบอกครับ”

แล้วอะไรคือฟางเส้นสุดท้าย

ทราย: “ตอนที่แม่เขาฟ้องร้องเรา ตอนที่ผมกลับมาที่หัวหิน 6 ปีที่แล้ว ผมไม่ได้กะว่าจะบอกคุณแม่เรื่องพี่ชายเลยครับ ผมยังไม่พร้อม แต่พอดีผมบอกคุณแม่เรื่องพี่เลี้ยง แล้ววันที่พี่เลี้ยงเขาถูกไล่ออก เขาโทรไปบอกแม่ไปขู่ว่าเขารู้เรื่องพี่ชายครับ เแม่เขาก็เรียกเรามาคุยแล้วเขาก็บอกว่าแบบ เรื่องนี้มันจริงมั้ย เราก็บอกว่าจริง แล้วเขาบอกว่าห้ามบอกใครนะ ซึ่งตอนนั้นทรายก็ไม่ได้คิดมากว่าแบบ… มันเป็นเรื่องผิดปกติที่คนจะไม่แก้ปัญหาอะไรเลย ทรายแค่คิดว่าแบบ โอเค ทรายได้บอกเรื่องพี่เลี้ยงไปแล้ว ทรายปลอดภัยในครอบครัว เพราะว่าพี่เลี้ยงก็ไม่อยู่แล้ว แต่สักพักนึง แม่เขาก็ไล่เราออกจากบ้านหัวหินฮะ ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่ได้รู้ว่าเราเป็นเจ้าของบ้านด้วยฮะ เขาบอกว่าเป็นบ้านของเขา แล้วทรายก็ได้สูญเสียครอบครัวตัวเอง ความปลอดภัยในบ้านอีกครั้งนึง ตอนนั้นทรายก็เก็บทุกอย่างที่อยู่ในบ้านเรา ที่เราจะเอาไปได้ เสื้อผ้า แปรงสีฟัน แชมพู แล้วก็หนีไปอยู่ภาคใต้”

อันนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ทราย: “2020 ครับ 6 ปีก่อน”

แสดงว่าเรื่องนี้มันฝังอยู่ในใจทรายมา 6 ปีแล้วเนาะ

ทราย : “ครับ”

เท่าที่พี่ทราบมาคือที่ดินที่นั่นก็จะมีหลากหลายแปลงถูกมั้ย?

ทราย: “ใช่ คือแค่แปลงส่วนของทราย จะแบ่งกับพาย (พี่ชาย) ครับ”

ก็คือแปลงนั้นคือคุณตามอบให้กับทั้ง 2 คน?

ทราย:”ใช่ครับ แล้วเขาโอนให้แม่ก่อน เพื่อหย่อนภาษี คือแล้วแม่เขาก็โอนมาให้เรา ภายใน 4 เดือนนั้นอ่ะครับ คือไม่ได้ทิ้งไว้นาน”

เพราะฉะนั้นก็คือในชื่อก็จะเป็นยืนยันว่าที่ดินแปลงนี้จะเป็นของคนของสองคน?

ทราย: “ใช่ครับ”

แล้วมันเกิดอะไรขึ้นก็ตามข้อเท็จจริงมันก็ปรากฏอยู่แล้ว แล้วทำไม มันเกิดเรื่องอะไร?

ทราย: “ก็เขามาฟ้องร้องเรา แล้วเขาอยากเอาที่ดินตรงนั้นคืน แล้วในคดีฟ้องเขาก็ใส่ชื่อพี่ชายเป็นพยาน ที่หาว่าเราเป็นลูกเนรคุณ สำหรับสิ่งที่เราพูด สิ่งที่เราพูดก็คือเรื่องพี่เลี้ยงที่เราไปเล่าให้เขา ที่เราเล่าให้ทุกคนฟัง ก็คือมันเป็นเรื่องจริงที่แม่ผมจ้างพี่เลี้ยงผมกลับมาทำงานในบ้านเพื่อจะไล่เราออกจากบ้านหัวหินฮะ นั่นคือเรื่องที่ทรายต้องแบกมา 6 กว่าปีฮะ พี่เลี้ยงคนนี้สรุปแล้ว ครอบครัวทรายไม่ดำเนินคดีนะครับ เขายังอยู่ที่เพชรบุรี วิ่งไปไหนไม่รู้เลย หลังจากที่ทรายเขียนเรื่องออกมาครับ เขาวิ่งหนีไป แม่ทรายไม่เคยดำเนินคดี ไม่เคย คือเขาจ้างเขากลับมาทำงานอ่ะครับ มันก็คงไม่มีคำบรรยายมากไปกว่านั้นอ่ะครับ”

เดี๋ยวเราคุยเรื่องของที่ดินนิดนึง ทนายสายหยุด ตกลงมันคือยังไง อันนี้ตัวน้องเขามาไม่มีตัวฟ้อง มีแต่พินัยกรรมแล้วก็บัญชีพยานน้องมีอีกมั้ย?

ทนายสายหยุด: “มีคำฟ้องมั้ยครับ น่าจะมีคำฟ้อง”

คือฟ้องด้วยสาเหตุอะไร?

ทนายสายหยุด: “น่าจะเพิกถอนการให้ เพราะเหตุประพฤติเนรคุณใช่มั้ยครับ”
ทราย: “ใช่ครับ แต่เขาส่งพี่ชายผมเป็นพยานในคดีเนรคุณครับ”

กรณีแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรยังไง?

ทนายสายหยุด: “ก็คือเอาตามหลักทั่วไปก่อน ถ้าคุณแม่หรือแม่หรือพ่อ หรือปู่ย่าตายาย บุพการีผู้สืบสันดานนะครับ ถ้าเขายกที่ดินให้เราหรือยกทรัพย์สินให้ตัวเราเนี่ยฮะ ถ้าอยู่มาเขาอ้างว่าเราเนรคุณเนี่ย มันเป็นเหตุฟ้องเพิกถอนการให้ครับพี่ หมายถึงเขาฟ้องเพิกถอนเอาที่ดินคืนได้ เขาอ้างอย่างนั้น นี่คุณแม่ก็อ้างอย่างนั้น อ้างว่าน้องประพฤติเนรคุณ ครับ ไม่ว่าจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือไปกล่าวหาว่าเขาเสียหาย แม่อ้างตรงนี้ แต่ประเด็นที่น้องพยายามบอกว่า ที่ตรงนี้คุณตามีเจตนายกให้น้องแต่ต้น”

ทนายสายหยุด: “มันมี 2 ประเด็น คือถ้าคุณตามีเจตนายกให้น้องทราย นิติกรรมแรกที่คุณตาโอนไปให้คุณแม่ อันนี้เป็นนิติกรรมอำพรางเพราะเจตนาจริงๆ คุณตาต้องการให้หลานไปทีเดียว พิสูจน์ยังไง ก็น้องเขาจะต้องยืนยันว่าตายกให้ บุคคลทั่วไปทราบ อำพรางเพราะอะไร อำพรางเพราะผมไม่อยากจะใช้คำว่าหลบเลี่ยงภาษีเนาะ อำพรางเพราะการวางแผนภาษีดีกว่า เพราะอัตราภาษีมันต่างกัน คุณตาโอนให้ลูกตัวเอง เสียแค่อากรแสตมป์ 50 ตังค์ ของราคาประเมิน เสียค่าธรรมเนียมการโอนแค่ 50 ตังค์ ของราคาประเมินเช่นกัน จะเสียแค่ 2 ฐาน ถ้าคุณตาพาสมาให้น้องทรายเลย จะมีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดางอกขึ้นมาอีก ตามราคาประเมิน ซึ่งการจ่ายภาษีมันจะสูงมาก ทีนี้คนที่เขาพอรู้ช่อง เขาก็โอนไปให้ ลูกตัวเองก่อน แล้วให้ลูกโอนต่อไปที่หลาน มันก็จะเซฟส่วนนี้ลงไป”

ทราย : “ซึ่งทรายมีน้าแล้วก็ลุงที่มีที่ดินหัวหินแปลงข้างๆ กัน ซึ่งในเวลาเดียวกันเขาก็โอนให้ลูก ก็คือรุ่นหลานเหมือนกันหมด ทําลักษณะนี้เหมือนกันหมด ทุกคนทําหมด”

ทนายสายหยุด: “อันนี้ข้อเท็จจริง น้องก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า เฮ้ย ที่ไม่ใช่ของแม่ เพราะตาไม่ได้เจตนาให้แม่เพราะตอนให้ตายังมีชีวิตอยู่ ถ้าตามีชีวิตอยู่ ที่ดินแปลงนี้ไม่ใช่มรดก”

แต่ทีนี้ที่ผมกำลังสงสัย อันนี้ขออนุญาตจริง ๆ คือมันเป็นกรณีศึกษาเหมือนกัน อันนี้ผมก็ไม่เคยทราบ เพราะผมก็ไม่เคยมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น ไม่เคยผ่านตาเลย ผมอยากรู้เรื่องกรณีแบบเนี้ยคือ ผู้เป็นแม่สามารถมาฟ้อง ผู้เป็นลูก ในฐานะที่เนรคุณและสามารถที่จะยึด ยึดสิ่งของกลับคืนได้?

ทนายสายหยุด: “มีค่อนข้างบ่อยเพราะว่าที่เอาว่าเคสชาวบ้านทั่วไป เขาก็คิดว่า เออ เดี๋ยวเขาตายไปแล้วเนี่ย ต้องมาจัดการมรดกอีก กลัวลูกจะมาทะเลาะกัน เขาก็พยายามจำหน่ายจ่ายโอนให้ลูกเขาแต่ละคน พออยู่ไปสักระยะ ลูกที่ได้ทรัพย์สินไป ทิ้ง ไม่ดูแล มาด่าเขาอีกไม่ส่งเสียเลี้ยงดู กฎหมายมันก็เลยมีอยู่มาตราเนี้ยครับ เพิกถอนการให้ได้ แบบ เพราะว่าลูกประพฤติเนรคุณ ประพฤติเนรคุณก็มี ด่าทอหยาบคาย ทำร้ายร่างกาย อายุมากแล้วก็ไม่ส่งเสียเลี้ยงดูเขา เพราะกฎหมายก็ต้องป้องกันลูกที่ว่าได้ทรัพย์สินแล้ว ทิ้งพ่อทิ้งแม่ กฎหมายเขาเขาเขียนเจตนาไว้ดีครับ”

ทราย: “ระหว่าง 4-5 ปีที่ทรายแทบจะไม่ได้กลับไปอยู่ที่บ้านหัวหินนะครับ พี่กับแม่ก็ไปเที่ยวกันตลอดครับ อยู่กับพี่เลี้ยงที่ข่มขืนทรายแหละครับ กับพี่ชายที่ละเมิดทรายแล้วกัน อยู่ด้วยกัน 3 คน

พี่ถามนิดนึงนะ คือ ขออนุญาตนะคุณแม่เอง ได้มีการอ้างว่าเราไปเนรคุณเขาในเรื่องอะไร?

ทราย : “ในคำฟ้องนะครับ เขาเขียนว่าการที่เราไปพูด ใน.. จริงๆ เรื่องใหญ่มันเกิดขึ้นตั้งแต่รายการตีท้ายครัวครับ เพราะว่าในรายการนั้น มันมีช่วงนึงที่ทรายบอกว่า เขาจ้างพี่เลี้ยงที่ข่มขืนเรากลับมาทำงาน เขาหาว่า ทรายไปพูดแบบนั้น ทำให้เขาเสียชื่อเสียง เสียหาย ซึ่งตั้งแต่รายการตีท้ายครัวมาครับ คนอื่นในครอบครัวทรายก็เริ่มหนาวๆ กับทราย มันมีแชตอันนึงอ่ะ ที่ทรายได้ปริ้นต์ออกมาให้ ที่น้าทรายส่งมาให้ทราย เขาเขียนว่า อันนี้คือหลังจากที่ตีท้ายครัวออกนะครับ ทรายครับ ทรายต้องไม่พูดเรื่องแม่หรือพายอีกแล้วนะครับ คือตอนนี้ทุกคนก็รู้เรื่องราวอยู่แล้ว ควรจะจบตามสัญญาที่เซ็นตอนที่ตกลงที่จะให้เงินเราทุกปี ตอนนี้คนในตระกูลไม่ค่อยแฮปปี้สักเท่าไหร่ เขากำลังจะฟ้องเราว่าเราเป็นลูกทรพี ซึ่งอันนี้ทรายควรปรึกษาทนายของทรายนะครับ ว่ามันเป็นไปได้มั้ย”

ต้องเรียนแบบนี้ครับคุณผู้ชมครับ คือพอดีพอเรื่องนี้มันเป็นเรื่องประเด็นที่ไปเกี่ยวข้องกับตระกูล ผมก็ต้องบอกงี้ เท่าที่เราทราบมากันดีอยู่แล้วว่าในตระกูลก็จะมีทั้งหมด 3 สายถูกมั้ย จะมี 3 สาย จากท่านเจ้าพระยาภิรมย์ภักดีสูงสุดถูกมั้ย แล้วก็มีทายาทออกมา 3 สาย ก็จะมีสาย 1 สาย 2 สายที่ 3 ของทรายเนี่ยจะอยู่สายที่ 3 อันนี้เท่าที่ผมไปศึกษามานะ

ทราย : “ใช่ครับ”

แต่ทีนี้ ในมุมของทรายก็คือสายเนี้ยแหละที่มีการส่งข้อความมาหาทรายถูกมั้ย?

ทราย : “ใช่ครับ แต่ทรายขอความช่วยเหลือจากสายอื่นด้วยครับ ทรายขอความช่วยเหลือของเขามา 4 เดือนแล้ว ตั้งแต่ที่ทรายรู้ว่าเขาจะฟ้องเรา ก็ไม่ได้มีอะไร ลุงก็บอกให้ทรายไปขอโทษแม่ครับ พี่คนอื่น ทรายก็เคยขอความช่วยเหลือ 3 ปีที่แล้ว ทรายเคยส่งภาพที่รถทรายมีแต่สัมภาระของทรายแล้วบอกว่า แม่ทรายเขาทําแบบนี้ ครอบครัวทรายไม่ได้ช่วย ทรายทําอะไรได้บ้าง จริงๆ ทรายมีแชตหมดนะครับที่ทรายเคยส่งขอความช่วยเหลือ จากคนอื่นๆ

ตัวทรายเอง หลังจากที่มีหมายมา ทรายได้มีการติดต่อกลับไปและมีการพูดคุยหรือสอบถามมั้ยครับ ว่า เอ๊ะ มันเกิดอะไรขึ้น?

ทราย : “วันที่นัด เราขึ้นศาลรอบแรกแล้วครับ ก็เขาไม่ได้มา ทรายไปคนเดียว กับทนาย”

ทนายสายหยุด: คุณแม่ให้ทนายมาแทน คุณแม่ไม่ได้เดินทางมาศาล?
ทราย : “ใช่ แต่ทรายอยากเล่าว่า จริงๆ มันมีอีกเรื่องนึง ทรายเชื่อว่าเป็นต้นตอของการฟ้องรอบนี้ เพราะว่าคนอาจจะไม่ทราบ แต่ในคดีที่เขาฟ้องมา เขาอยากได้ที่ดิน 2 แปลงครับ”

อีกแปลงนึงคือที่ ที่กรุงเทพฯ ที่ที่เคยเป็นบ้านของคุณตาครับ ในพื้นที่ตรงนี้นะครับจะอยู่แถวเอกมัย แล้วผู้ถือกรรมสิทธิ์ 9 คน ก็คือ ทราย น้าๆ ป้าๆ ญาติ ตอนนี้ ครอบครัวทรายตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วพยายามจะขายที่ดินตรงนี้ แต่ในการทำสัญญาที่จะขายนะครับ เขา อยากให้เราโอนสิทธิ์ การรับเงินของส่วนของเรา ให้กับแม่ คือผู้ใหญ่เขาจะเป็นคนรับเงินอย่างเดียว แล้วทรายเป็นคนเดียวที่ไม่ยอมเซ็นสิทธิ์ตัวเอง ให้กับคุณแม่เลย นี่คือที่ดินอีกอันนึงที่เขาอยากได้ ที่ดินเนี้ยถ้าเกิดขายได้ 1 ใน 9 ก็จะได้ประมาณ 130 กว่าล้าน”

เป็นที่ดินแถวไหนครับ?

ทราย: “แถวเอกมัย ซึ่งอันนี้มีชื่อของทรายอยู่ด้วย ซึ่ง ทรายคือคนเดียว ที่ไม่ได้เซ็นมอบสิทธิ์ให้กับคุณแม่ครับ แต่หลานๆ คนอื่นก็เซ็นสิทธิ์ให้กับแม่เขา ทรายไม่ได้เซ็นให้เพราะว่ามันคือสิทธิ์ของเรา นี่คือที่ดิน 2 แปลง ที่เขาอยากได้ในคดีนี้ครับ

คืออันนี้เขาใส่ชื่อทรายไว้นานรึยังครับ?

ทราย : “ครับ ราวๆ เดียวกับช่วงบ้านหัวหิน”

ที่คุณตามอบให้ ก็จะเป็นจากทางคุณตามา?

ทราย : “ใช่ครับ ปี 2545”

ต้องเรียนแบบนี้นะครับว่า ไม่ว่าจะเป็นทางคุณแม่ หรือทาง คุณพายนะ หรือจะเป็นบุคคลอื่นๆ ที่มีผลกระทบ หรือจะเป็นคนที่มีชื่อตรงนี้ ก็สามารถที่จะชี้แจงได้นะ ในมุมข้อเท็จจริงว่ามันเป็นยังไง ใช่หรือไม่ใช่อะไรยังไงนะครับ เพราะอันเนี้ย มันเกิดจากความรู้สึก แล้วก็สิ่งที่คุณทรายเขายืนยันในมุมของเขาว่า มันเป็นแบบนี้ เป็นแบบนี้แบบนี้ แต่ถ้าไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางสื่อเอง ไม่ว่าจะเป็นทางผมเอง หรืออะไร หรือให้พีอาร์ ส่งมาก็ได้ครับ ว่าข้อเท็จจริงในมุมของคุณเป็นอย่างไร?

ทราย : “แต่ทรายขอแนะนำว่าถ้าเกิดจะโต้ข้อเท็จจริงนะครับ เอาหลักฐานมาด้วยหน่อยครับ เพราะทุกอย่างที่ทรายพูดวันนี้มันมีหลักฐานหมด เอกสารสัญญาที่จะมอบสิทธิขายที่ดินให้กับแม่ ทรายก็ยังมีอยู่ เลยไม่ว่าจะพูดอะไร เอาหลักฐานมาด้วยครับ”

ทราย: “ทรายยังมีคลิป ทรายยังมีเสียงอัดของคนอื่นๆ ที่เก็บกดทรายมาทั้งชีวิตครับ มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ผู้ชายคนนึงจะต้องเจอมา 20 กว่าปี ทรายก็คิดว่าทุกคนก็รู้ตัวดีว่าคุณทำอะไรบ้างครับ จะพูดอะไรสกับสื่อก็ เอาหลักฐานมาด้วยครับ”

นอกจากนี้ ทราย ยังเผยถึงกรณีที่ มายด์ ลภัสลัล ออกมาโพสต์ขอโทษตัวเอง โดยเผยว่า

“บอกตรงๆ ทรายไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย ขอดูจากการกระทำดีกว่าครับ เรื่องแบบนี้มันพูดกันไม่ค่อยได้ จะมีความช่วยเหลือในเรื่องนี้ให้มันมีความยุติธรรมหรือเปล่า ก็ต้องมีการพูดคุยกันครับ

คือจริงๆ ไม่ใช่ปัญหาที่มายด์สร้าง เขาเป็นคนแต่งงานเข้ามา เขามีสิทธิที่จะไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ มันไม่มีผู้ชายคนไหนว่าที่จะไปบอกว่าเขาทำแบบนั้น จากที่ทรายเดานะครับ คนที่ควรออกมารับผิดชอบคือพี่ชายกับแม่ แล้วคนอื่นที่เป็นผู้ใหญ่ในครอบครัว ที่รู้เรื่องนี้หมด”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทราย สก๊อต ปล่อยโฮ เปิดใจเล่าที่มาถูกแม่ฟ้องเพิกถอนเอาที่ดินคืน พร้อมป้อง มายด์ ลภัสลัล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...