โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ฝ่าวิกฤตพลังงาน อุ้มเศรษฐกิจ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลเร่งใช้ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน รับแรงกระแทกโลก

ท่ามกลางราคาพลังงานโลกผันผวน ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจไทยที่ยังเปราะบาง รัฐบาลเลือกใช้ “พระราชกำหนด” หรือ พ.ร.ก. เป็นเครื่องมือเร่งด่วนที่สุดในการนำเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ไทม์ไลน์สำคัญเริ่มจาก
5 พฤษภาคม 2569 ครม. เห็นชอบ
9 พฤษภาคม 2569 ประกาศราชกิจจานุเบกษา
14 พฤษภาคม 2569 เสนอสภาฯ รับทราบ
ก่อนทยอยใช้เงินต่อเนื่องถึงกันยายน 2570

การเลือกใช้ พ.ร.ก. แทน พ.ร.บ. สะท้อนชัดว่า รัฐมองสถานการณ์นี้ไม่ใช่ภาวะปกติ แต่เป็นแรงกระแทกระดับที่ต้องเร่งอัดฉีดระบบเศรษฐกิจทันที

เงิน 4 แสนล้าน ถูกแบ่งเป็น “ประคองวันนี้” และ “สร้างวันหน้า”

หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่แค่วงเงิน แต่คือ “ใช้กับอะไร”

รัฐบาลแบ่งกรอบหลักออกเป็น 2 ส่วน

2 แสนล้านบาทแรก : เยียวยาระยะสั้น
ใช้ดูแลค่าครองชีพ กลุ่มเปราะบาง SME และธุรกิจฐานราก เพื่อกันไม่ให้กำลังซื้อและการจ้างงานสะดุดหนัก

2 แสนล้านบาทหลัง : ลงทุนระยะยาว
มุ่งพลังงานใหม่ เช่น โซลาร์ EV Smart Grid และโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

นี่จึงไม่ใช่แค่การกู้เพื่อ “แจก” แต่คือความพยายามเชื่อม “การประคองเศรษฐกิจวันนี้” กับ “การสร้างขีดแข่งขันใหม่”

ภาคธุรกิจเตือน : อย่าให้เป็นแค่ “ยาแก้ปวด”

ภาคเอกชน โดยหอการค้าไทย ส่งสัญญาณชัดว่า เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ต้องไม่จบแค่ลดแรงเจ็บชั่วคราว

สาระสำคัญคือ หากใช้เพียงลดค่าครองชีพช่วงสั้น ไทยอาจรอดวิกฤตวันนี้ แต่ยังแบกต้นทุนพลังงานสูง ผลิตภาพต่ำ และเสียเปรียบการแข่งขันระยะยาว

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “กู้ทันไหม”
แต่คือ “ใช้แล้วเปลี่ยนอะไร”

ไทยช่วยไทยพลัส : อัดเงินสู่เส้นเลือดฝอยเศรษฐกิจ

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญ คือ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ต่อยอดแนวคิดกระตุ้นใช้จ่ายในประเทศ

กลุ่มได้อานิสงส์สำคัญ ได้แก่
ค้าปลีก ร้านเล็ก ร้านอาหาร เครื่องดื่ม
สินค้าอุปโภคบริโภค
สินค้าเกษตร-ชุมชน
ท่องเที่ยวในประเทศ
SME และโลจิสติกส์

ในเชิงเศรษฐกิจ นี่ไม่ใช่แค่แคมเปญจับจ่าย แต่คือการอัดเงินเข้าสู่ “ฐานธุรกิจใหญ่สุดของประเทศ” เพื่อกันไม่ให้เศรษฐกิจฐานรากทรุดพร้อมกัน

พลังงานใหม่ : จุดเปลี่ยนสำคัญกว่าแค่ลดค่าไฟ

อีกครึ่งของเงินกู้ หรือ 2 แสนล้านบาทด้านพลังงานใหม่ คือส่วนที่อาจเปลี่ยนเกมไทยได้จริง หากทำสำเร็จ

ต้นน้ำ
โซลาร์รูฟ โซลาร์ฟาร์ม ระบบไฟฟ้า

กลางน้ำ
EV สถานีชาร์จ Smart Grid

ปลายน้ำ
นิคมอุตสาหกรรม โรงงาน รับเหมา Green Finance

หากเชื่อมครบ ไทยอาจสร้าง New S-Curve ใหม่ คล้ายที่หลายประเทศใช้วิกฤตพลังงานเป็นจุดเร่งเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ

ความเสี่ยงใหญ่ : กู้เยอะ แต่ใช้ไม่เปลี่ยน

ด้านที่ต้องจับตาคือ
ประสิทธิภาพการใช้เงิน
วินัยการคลัง
หนี้สาธารณะ
และความต่อเนื่องเชิงนโยบาย

เพราะหากเงินก้อนนี้กระจายแบบไร้ทิศทาง ไทยอาจเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา แต่ยังติดอยู่กับต้นทุนเดิม

บทสรุป

พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท คือมากกว่ามาตรการอุ้มเศรษฐกิจระยะสั้น แต่นี่คือ “บททดสอบใหญ่” ว่าไทยจะใช้วิกฤตพลังงานโลก เป็นเพียงช่วงประคองตัว หรือเปลี่ยนเป็นโอกาสรีเซ็ตโครงสร้างประเทศ

ถ้าทำได้ดี ไทยอาจไม่ได้แค่รอดจากพลังงานแพง
แต่อาจสร้างเศรษฐกิจไทยรอบใหม่ที่แข่งขันได้กว่าเดิม

แต่ถ้าพลาด นี่อาจเป็นเพียงการซื้อเวลา…ด้วยหนี้ก้อนใหญ่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...