โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต้องหาจุดลงตัว! โรนัลโด้-บรูโน่ จะช่วย โปรตุเกส คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ได้อย่างไร?

SIAMSPORT

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ของจริงกำลังจะเริ่มต้น หลังจากเก็บได้เพียง 5 คะแนนจาก 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เค ซึ่งถือเป็นผลงานที่อยู่ในระดับปานกลาง โปรตุเกส มีคิวพบกับ โครเอเชีย ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ที่สนามโตรอนโต สเตเดี้ยม

หากต้องการผ่าน โครเอเชีย และไปให้ไกลที่สุดในทัวร์นาเมนต์ ทัพ "ฝอยทอง" จำเป็นต้องสร้างความเข้าใจในเกมรุกระหว่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

โปรตุเกส มีขุมกำลังที่ดีพอจะก้าวไปคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก นักเตะส่วนใหญ่ต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับต้นสังกัดตลอดฤดูกาล 2025/26 อย่างไรก็ตาม จนถึงเวลานี้ ผู้เล่นเหล่านั้นยังไม่สามารถถ่ายทอดฟอร์มอันโดดเด่นมาสู่ทีมชาติได้อย่างเต็มที่

พวกเขาจำเป็นต้องยกระดับผลงานของตัวเอง และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องสร้าง "รูปแบบการประสานงานที่ลงตัว" ระหว่าง โรนัลโด้ ซึ่งเป็นผู้รับหน้าที่จบสกอร์ของทีม กับ แฟร์นันด์ส เพลย์เมกเกอร์ผู้รับบทบาทสร้างสรรค์เกม เพื่อให้แนวรุกของโปรตุเกสมีประสิทธิภาพสูงสุด

- ความเข้าใจที่เป็นธรรมชาติระหว่าง บรูโน่ กับ โรนัลโด้

ปัจจุบัน โรนัลโด้ ในวัย 41 ปี ไม่ใช่นักเตะที่สามารถกระชากบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายแล้วสร้างความแตกต่างได้เหมือนในอดีตอีกต่อไป อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้ความสามารถในด้านนั้นลดลงตามธรรมชาติ

หลังจากขยับมาเล่นเป็นหน้าเป้า "ซีอาร์ เซเว่น" จึงต้องอาศัยการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีมในการสร้างโอกาส หากเขาได้รับการป้อนบอลในจังหวะและพื้นที่ที่เหมาะสม ความเฉียบคมในการจบสกอร์ก็ยังสามารถเป็นอาวุธสำคัญที่ช่วยให้ โปรตุเกส มีโอกาสไปได้ไกลในฟุตบอลโลก 2026

ผู้เล่นคนแรกที่ต้องทำหน้าที่ส่งบอลให้กัปตันทีมชาติโปรตุเกสในสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุด ก็คือ แฟร์นันด์ส เพลย์เมกเกอร์ของทีมซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้สร้างสรรค์โอกาสและแอสซิสต์

กัปตันแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพิ่งผ่านฤดูกาลอันยอดเยี่ยมและสร้างประวัติศาสตร์กับ "ปีศาจแดง" โดยก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นที่ทำแอสซิสต์มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยจำนวน 21 แอสซิสต์

อย่างไรก็ตาม หลังผ่าน 3 นัดในฟุตบอลโลก 2026 มิดฟิลด์วัย 31 ปียังไม่สามารถสร้างอิทธิพลต่อเกมของทีมชาติได้มากเท่ากับที่ทำกับสโมสร

ถึงกระนั้น เขายังคงมีความเข้าใจกับ "เฮียโด้" โดยธรรมชาติ ทั้งคู่เล่นฟุตบอลด้วยแนวคิดเดียวกัน มีทั้งทักษะ ความรวดเร็ว และรู้จังหวะของกันและกันเป็นอย่างดี โรนัลโด้ คือสุดยอดดาวยิง ส่วน แฟร์นันด์ส คือหนึ่งในจอมจ่ายบอลชั้นยอด

น่าเสียดายที่คู่หูคู่นี้ยังไม่สามารถประสานงานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่าจะลงเล่นร่วมกันในทีมชาติมาหลายปีแล้วก็ตาม โดยหลังจบรอบแบ่งกลุ่ม แฟร์นันด์ส ทำได้เพียง 1 แอสซิสต์ จากการผ่านบอลให้ โรนัลโด้ ยิงประตูที่สองในเกมถล่มอุซเบกิสถาน หลังจากนั้นเขายังไม่สามารถสร้างผลงานในด้านเกมรุกเพิ่มเติมได้เลย

จอมทัพแมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องยกระดับผลงานในรอบน็อกเอาต์ โดยตลอด 270 นาทีจาก 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม เขาทำสถิติผ่านบอลแม่นยำ 87% เฉลี่ย 2.3 แท็กเกิลต่อเกม, 1.7 ครั้งในการแย่งบอลกลับคืน, เลี้ยงบอลสำเร็จ 100%, ชนะลูกกลางอากาศ 100% และชนะการดวลทั้งหมด 72%

ในแง่ของเกมรับ แฟร์นันด์ส ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว แต่ในเกมรุก เขายังต้องยกระดับผลงานให้มากกว่านี้ หากโปรตุเกสหวังจะประสบความสำเร็จในช่วงที่เหลือของทัวร์นาเมนต์

- การหาจังหวะป้อนบอลให้ โรนัลโด้ ในพื้นที่อันตรายที่สุด

แฟร์นันด์ส รู้ดีว่าอาวุธเกมรุกหมายเลขหนึ่งของโปรตุเกสคือ โรนัลโด้ และหากกัปตันทีมได้รับการสนับสนุนด้วยการจ่ายบอลที่มีคุณภาพ เขาก็มีศักยภาพที่จะทำประตูได้มากมายในฟุตบอลโลกครั้งนี้

ในรอบแบ่งกลุ่ม มิดฟิลด์เคราดก วัย 31 ปีเป็นกำลังสำคัญของ โปรตุเกส ในแดนกลาง โดยผ่านบอลสำเร็จ 167 จาก 184 ครั้ง คิดเป็นความแม่นยำสูงถึง 90% อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขการผ่านบอลจะยอดเยี่ยม แต่เขาทำได้เพียง 1 แอสซิสต์ เท่านั้น ซึ่งสะท้อนว่าเขายังต้องยกระดับการสร้างสรรค์เกมรุกให้มากกว่านี้

สิ่งที่ แฟร์นันด์ส ต้องทำคือพยายามมองหา โรนัลโด้ ในกรอบเขตโทษให้บ่อยที่สุด เพราะแม้อายุจะ 41 ปีแล้ว แต่ "ซีอาร์ เซเว่น" ก็ยังไม่สูญเสียสัญชาตญาณของการเป็นจอมถล่มประตู

ปัจจุบัน โรนัลโด้ รับบทเป็นกองหน้าตัวจบสกอร์อย่างเต็มตัว โดยยืนในตำแหน่งสูง แต่เขายังไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดีพอ และแทบไม่มีส่วนร่วมกับเกมมากนัก ตลอด 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม เขาผ่านบอลสำเร็จเพียง 55 จาก 63 ครั้ง เท่านั้น

ด้าน โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือทีมชาติโปรตุเกส จำเป็นต้องทำให้การประสานงานระหว่าง โรนัลโด้ กับ แฟร์นันด์ส มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น เพราะทั้งคู่คืออาวุธเกมรุกที่อันตรายที่สุดของทีม

หากเพลย์เมกเกอร์จากแมนฯ ยูฯ สามารถจ่ายบอลให้ ดาวยิงอัล นาร์เซอร์ ได้อย่างแม่นยำราวกับ "หลับตาก็ยังหาเจอ" ในกรอบเขตโทษ โปรตุเกสก็มีศักยภาพที่จะกลายเป็นทีมที่รับมือได้ยาก และมีโอกาสไปได้ไกลในฟุตบอลโลก 2026

- โรนัลโด้กับบทบาทการเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม

"เฮียโด้" อาจไม่ได้ทำทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบในรอบแบ่งกลุ่ม โดยเฉพาะในเกมกับดีอาร์ คองโก ซึ่ง กองหน้าวัย 41 ปี แทบไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดีพอ จึงไม่สามารถสร้างความลำบากให้แนวรับคู่แข่งได้มากนัก

อย่างไรก็ตาม ในเกมพบอุซเบกิสถานและโคลอมเบีย เขามีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้นและได้รับโอกาสสร้างความแตกต่าง หากเฉียบคมกว่านี้ โรนัลโด้ ก็น่าจะยิงได้มากกว่า 2 ประตู เพราะหลังผ่าน 3 นัดแรก เขาพลาดโอกาสทองไปแล้วถึง 3 ครั้ง ซึ่งล้วนเป็นโอกาสจะแจ้งที่กัปตันทีมทัพ "ฝอยทอง" ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้

นอกจากการเป็นกองหน้าตัวหลักของโปรตุเกสแล้ว โรนัลโด้ ยังสามารถรับบทเป็นจุดศูนย์กลางของเกมรุก ได้อีกด้วย โดย มาร์ติเนซ อาจเลือกใช้ระบบกองหน้า 2 คน เพื่อให้ "ซีอาร์ เซเว่น" รับหน้าที่เป็น "หน้าเป้า" คอยพักบอล ดึงตัวประกบ และเปิดพื้นที่ให้กองหน้าคู่ขาหรือปีกที่สอดเข้ามาจากด้านข้างได้เล่นง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน แฟร์นันด์ส ก็พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งในฤดูกาลนี้ว่าเขาเป็นมิดฟิลด์ที่ทำประตูได้เช่นกัน หลังยิงไป 9 ประตูจาก 37 นัด ในทุกรายการให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สำหรับการเล่นให้กับทัพบ้านเกิด โปรตุเกสสามารถใช้ โรนัลโด้ เป็นตัวพักบอลในเกมรุกในการดึงแนวรับคู่แข่ง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ แฟร์นันด์ส สอดขึ้นมาสร้างความแตกต่างได้

ในรอบแบ่งกลุ่ม โรนัลโด้ ยังชนะการดวลลูกกลางอากาศถึง 75% แสดงให้เห็นว่าแม้อายุ 41 ปี แต่เขายังคงเป็นอาวุธที่อันตรายในจังหวะกลางอากาศ สามารถกระโดดโหม่ง พักบอล และช่วยให้ทีมขยับเกมขึ้นไปข้างหน้า รวมถึงประสานงานกับ แฟร์นันด์ส ในพื้นที่แคบ ๆ เพื่อสร้างโอกาสยิงประตูได้

นอกจาก แฟร์นันด์ส แล้ว โรนัลโด้ ยังมีอีกหนึ่งนักเตะโปรตุเกสที่รู้ใจกันเป็นอย่างดี นั่นคือ ชูเอา เฟลิกซ์ เพื่อนร่วมสโมสรอัล นาสเซอร์

หากทั้งสามคนสามารถเล่นร่วมกันได้อย่างลงตัว สามประสานชุดนี้ก็อาจเป็นกำลังสำคัญที่พา โปรตุเกส ไปถึงตำแหน่งแชมป์ฟุตบอลโลกที่รอคอยก็ได้ !!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...