ราคาน้ำมัน พุ่งรับความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่าน จับตาชะตาช่องแคบฮอร์มุซ
ตลาดน้ำมันกลับมาเผชิญแรงซื้อ หลังสหรัฐตอบโต้อิหร่านและความเสี่ยงการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์เตือนหากสถานการณ์ลุกลาม ราคาน้ำมันอาจพุ่งแรงกว่านี้ ขณะที่ตลาดยังจับตาทิศทางอุปทานโลกอย่างใกล้ชิด
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง หลังสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านกลับมาปะทุ โดยสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน และเพิกถอนมาตรการผ่อนผันการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้นักลงทุนกลับมากังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันโลก
ในการซื้อขายล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับขึ้นมากกว่า 5% ปิดที่ประมาณ 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ปิดเหนือระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อในการซื้อขายหลังปิดตลาด
นักวิเคราะห์ระบุว่า แม้ตลาดน้ำมันจะยังมีอุปทานจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่อยู่ในระดับที่เพียงพอ แต่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคา โดยเฉพาะความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก
นักลงทุนยังติดตามอย่างใกล้ชิดว่า สถานการณ์จะลุกลามไปสู่การปิดกั้นการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ เนื่องจากหากเกิดการหยุดชะงักของการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลาง อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง และกระทบต่อเงินเฟ้อ รวมถึงเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ปรับลดลง ซึ่งสะท้อนอุปทานที่ตึงตัวมากขึ้น และยิ่งเพิ่มความอ่อนไหวของราคาน้ำมันต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในระยะสั้น
อ้างอิง : cnbc.com