ทรัมป์ขู่ สหรัฐอาจโจมตีอิหร่านอีกระลอก ปิดล้อมทางทะเลครั้งใหม่
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐมีแนวโน้มที่จะเปิดฉากโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม และอาจกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านอีกครั้ง ซึ่งเป็นการยกระดับแรงกดดันต่อรัฐบาลเตหะราน และเพิ่มความเสี่ยงที่สถานการณ์จะบานปลายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ
ความเคลื่อนไหวสำคัญล่าสุด
ทรัมป์ ยกระดับแรงกดดันต่ออิหร่าน ด้วยการขู่ว่าจะโจมตีซ้ำอีกครั้งในคืนนี้ พร้อมบังคับใช้มาตรการปิดล้อมประเทศ และเข้ายึดครองเกาะคาร์ก (Kharg Island)
สหรัฐ ได้โจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่านเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากเรือพาณิชย์ 3 ลำถูกโจมตีในบริเวณหรือใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ
ก่อนหน้านี้ทรัมป์กล่าวว่าการเจรจากับอิหร่านเป็นเพียง “การเสียเวลาเปล่า” แต่เสริมว่าผู้แทนเจรจาสามารถดำเนินการพูดคุยต่อไปได้ ขณะเดียวกันก็ได้ยกเลิกข้อยกเว้นที่เคยอนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันในตลาดโลกได้
อาลี อัคบาร์ เวลายาติ ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า อิหร่าน “พร้อมลั่นไกเสมอ” และเตือนว่า “การกระทำที่ท้าทายจะได้รับการตอบโต้ในทันที”
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งสูงขึ้นซื้อขายใกล้ระดับ 79.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากถ้อยแถลงของทรัมป์ ก่อนจะลดช่วงบวกลงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี S&P 500 เปิดตลาดร่วงลง 0.6% และดัชนี Stoxx 600 ดิ่งลง 1%
ทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่านอีก
“เราโจมตีพวกเขาอย่างหนักหน่วงเมื่อคืนนี้” ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพุธ (8 ก.ค. 69) นอกรอบการประชุมสุดยอดนาโต (NATO) ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี “และอาจจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักอีกครั้งในคืนนี้”
ทรัมป์กล่าวถ้อยแถลงนี้เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสหรัฐส่งเครื่องบินขับไล่เกือบ 40 ลำ ซึ่งประกอบด้วย F-35, F-15, F-16, F/A-18 รวมถึงโดรน เข้าโจมตีเป้าหมายด้วยอาวุธนำวิถีที่มีความแม่นยำสูง ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่ง
ก่อนหน้านี้เมื่อวันอังคาร สหรัฐได้ยกเลิกข้อยกเว้นที่อนุญาตให้รัฐบาลเตหะรานขายน้ำมันดิบสู่ตลาดโลก เพื่อตอบโต้เหตุการณ์โจมตีเรือหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสหรัฐ กล่าวหาว่าเป็นฝีมือของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่ที่สุดต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน รวมถึงการเจรจาเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงที่กว้างขึ้นในการยุติสงคราม
- อิหร่านพร้อมโจมตีตอบโต้ทันที
ทางด้านที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้โพสต์ข้อความบน X ว่า รัฐบาลเตหะรานจะ “ตอบโต้ในทันที” ต่อสหรัฐ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านแถลงก่อนหน้านี้ว่า การโจมตีของสหรัฐและการสั่งระงับการขายน้ำมันส่งผลให้ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว “ไม่มีผลบังคับใช้อีกต่อไป” นอกเหนือจากนี้ การละเมิดอำนาจการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน และการที่อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ได้ยิ่งเพิ่มความกังวลให้แก่รัฐบาลเตหะราน
ทั้งสหรัฐและอิหร่านต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันว่าละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อกำหนดกรอบการหยุดยิงระยะสั้น และเปิดเวลา 60 วันสำหรับกระบวนการเจรจาข้อตกลงในวงกว้าง ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวยังรวมถึงการที่สหรัฐยอมยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านด้วย
“เราอาจจะกลับมาบังคับใช้มันอีกครั้ง มาตรการปิดล้อม และมันจะเป็นการปิดล้อมสำหรับอิหร่านเท่านั้น” ทรัมป์กล่าว
เขายังระบุอีกว่า สหรัฐอาจยกระดับความรุนแรงด้วยการทิ้งระเบิดโจมตีเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงงานผลิตน้ำทะเลเป็นน้ำจืด และโรงไฟฟ้า ซึ่งเป็นการย้ำคำขู่เดิมที่เขาเคยพูดไว้ในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง อย่างไรก็ดี ในอดีตทรัมป์มักจะขู่ว่าจะโจมตี แต่แล้วก็เปลี่ยนใจในภายหลัง
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกันในวันพุธ จากความกังวลครั้งใหม่เกี่ยวกับเส้นทางการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามที่เริ่มต้นโดยสหรัฐ และอิสราเอลเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
- ทรัมป์ลั่นข้อตกลงหยุดยิงสิ้นสุดลงแล้ว
ช่วงเช้าวันพุธ ทรัมป์กล่าวว่าเขาคิดว่าข้อตกลงหยุดยิงนั้น “สิ้นสุดลงแล้ว” ถึงกระนั้น เขาก็เสริมว่าจะไม่ขัดขวางหากคณะผู้แทนเจรจาต้องการจะเดินหน้าพูดคุยกันต่อ
“ผมคิดว่าพวกเขายังคุยกันได้ แต่ส่วนตัวผมไม่เห็นหนทางเลย” ทรัมป์กล่าว
สำหรับประเด็นที่ยังต้องหาข้อยุติในการเจรจา ได้แก่ การบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ, โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการปลดล็อกเงินทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ ทว่าหัวข้อเหล่านี้กลับมีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ทางฝั่งสหรัฐได้โยนความผิดให้อิหร่านว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือ 3 ลำในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่อิหร่านก็ยืนกรานมาโดยตลอดว่าจะไม่อนุญาตให้เรือใดๆ แล่นผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์พลังงานที่สำคัญนี้หากไม่ได้รับอนุญาต กองทัพสหรัฐเผยว่าได้ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายมากกว่า 80 แห่งในอิหร่านเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยพุ่งเป้าไปที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศ เครือข่ายบัญชาการและควบคุม และสถานีเรดาร์ชายฝั่ง
ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษาของรัฐบาลอิหร่านว่า ได้ยิงโจมตีฐานทัพทหารในประเทศคูเวตและบาห์เรนเป็นการตอบโต้
ปัจจุบัน การเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านถูกระงับชั่วคราว เนื่องจากอิหร่านกำลังอยู่ในช่วงพิธีไว้อาลัยและรัฐพิธีศพเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ให้แก่ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ ซึ่งถูกลอบสังหารตั้งแต่วันแรกที่ความขัดแย้งเปิดฉากขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์
ในวันพุธ ทรัมป์ยังคงย้ำข้อเรียกร้องเดิมว่า อิหร่านจะต้องไม่มีวันพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด
“พวกเขาจะไม่มีวันสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้ภายใต้ข้อตกลงของเรา แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะมีข้อตกลงร่วมกันไหม หรือเราอาจจะจัดการเรื่องนี้โดยไม่ต้องมีข้อตกลงเลยก็ได้” ทรัมป์กล่าว
สงครามและวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นตามมา กำลังส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเมืองของประธานาธิบดีทรัมป์ ในช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงสำหรับพรรคของเขา ซึ่งกำลังเผชิญกับการศึกหนักในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อช่วงชิงสิทธิ์ในการควบคุมสภาคองเกรส