ภูเก็ตรวบเครือข่ายบัญชีม้าชาวรัสเซีย ยึดเงินสด 5.44 ล้าน พบโยงหลอกลวงออนไลน์
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการเปิดปฏิบัติการบูรณาการระหว่างตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต และกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ในการตรวจค้นเครือข่ายชาวรัสเซียที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการถอนเงินสดจากบัญชีม้า ซึ่งเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์และคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1 ราย ควบคุมตัวชาวต่างชาติอีก 1 ราย พร้อมตรวจยึดเงินสดรวมกว่า 5.44 ล้านบาท และของกลางที่เกี่ยวข้อง เร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการและเส้นทางการเงิน
พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บัญชีม้า และเครือข่ายชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ได้บูรณาการกำลังสืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์ถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม ซึ่งเชื่อมโยงกับเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์
การสืบสวนเริ่มขึ้นหลังตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้รับข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ว่า มีกลุ่มบุคคลสัญชาติรัสเซียตระเวนถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเงินที่ถอนมีความเชื่อมโยงกับบัญชีม้าที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายในคดีหลอกลวงออนไลน์หลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เส้นทางการเงิน และข้อมูลการเดินทาง ก่อนขออนุมัติหมายจับและหมายค้นจากศาลจังหวัดภูเก็ต
ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จุดแรกในพื้นที่ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต สามารถจับกุมนายอิเลีย คูไตซอฟ อายุ 26 ปี สัญชาติรัสเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต พร้อมตรวจยึดเงินสดจำนวน 638,700 บาท และของกลางที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จุดที่สอง ในพื้นที่ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต พบชายสัญชาติรัสเซียอีก 1 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเงินสดสกุลไทยจำนวน 4,594,420 บาท และเงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐ 6,271 ดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 206,943 บาท รวมมูลค่าประมาณ 4,801,363 บาท พร้อมของกลางอื่นที่เกี่ยวข้อง ขณะที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมือง และแจ้งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของบุคคลดังกล่าวแล้ว
ส่วนจุดที่สาม ในพื้นที่ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเพื่อขยายผล แต่ไม่พบบุคคลเป้าหมาย จึงได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนติดตามอย่างต่อเนื่อง
จากปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1 ราย ควบคุมตัวชาวต่างชาติเพื่อดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมืองได้ 1 ราย ตรวจค้นเป้าหมายรวม 3 จุด และตรวจยึดเงินสดรวมประมาณ 5,440,063 บาท พร้อมของกลางที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ความเชื่อมโยงกับบัญชีม้า และคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในหลายพื้นที่ โดยเชื่อว่ายังอาจมีผู้เสียหายอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ทราบว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของขบวนการดังกล่าว หรือยังไม่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ จึงอยู่ระหว่างเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการ ผู้สั่งการ และผู้ได้รับผลประโยชน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด